ยืนเคียงข้างกัน เพื่อประชาธิปไตยของไทยที่แท้จริง

ตั้งแต่ปีที่แล้วที่มีการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในหลายพื้นที่ของประเทศไทย  และการเดินขบวนประท้วงที่ทวีความรุนแรงขึ้นทำให้เกิดความขัดแย้งมากมาย แม้ว่าเมื่อไม่นานมานี้การประท้วงจะค่อยๆ บรรเทาลง แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็มีเสียงเรียกร้องของประชาชนในประเทศให้กองทัพสหรัฐอเมริกายกพลมาที่ประเทศไทย เพื่อนำประชาธิปไตยและเสรีภาพมาให้คนไทย

ประเทศไทยเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ประเทศหนึ่ง ในสมัยรัชกาลที่ ๕ นั้นประเทศไทยยู่ในช่วงที่ยากลำบากที่สุดก็ว่าได้ แต่ภายใต้การปกครองและไกล่เกลี่ยของรัชกาลที่ ๕ ทำให้ประเทศไทยไม่ได้ตกเป็นอาณานิคม แล้วในปัจจุบันเราต้องพึ่งวิธีนี้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยงั้นหรือ

และเรามาดูกันว่าตอนนี้สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญอะไรอยู่ในตอนนี้  วันที่ ๖ มกราคม ผู้สนับสนุนทรัมป์นับพันคนทำการโจมตีอาคารรัฐสภา เนื่องจากในการประชุมรัฐสภาของทั้งสองฝ่าย ไบเดนเป็นผู้ชนะการรับเลือกตั้ง

ผู้สนับสนุนเหล่านี้เดินขบวนพร้อมโบกธงและป้ายๆ หน้าอาคารรัฐสภา ซึ่งบ่งบอกว่าพวกเขาจะสนับสนุนผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขาตลอดไป อย่างไรก็ตาม เรื่องราวทั้งหมดในที่สุดก็กลายเป็นว่าอาคารรัฐสภาถูกโจมตีจนพังทลาย ตำรวจที่ออกมาขัดขวางก็ถูกทำร้าย อาคารใหญ่ต่างๆ ก็ถูกบุกรุก ประชาธิปไตยทั้งหมดกลับจบลงด้วยความรุนแรง

การจลาจลที่ไม่มีที่สิ้นสุดดูเหมือนจะไม่ทำให้ผู้ใดดีขึ้น แต่การประท้วงที่เกิดจากการรวมตัวของคนตกงานและเด็กเร่ร่อนก็เหมือนว่าจะไม่เสียหายอะไร ทรัพยากรสาธารณะมากมายและความสนใจของสาธารณชนถูกนำไปใช้ในการรักษาความมั่นคงและการเจรจาต่อรอง คุณไม่คิดว่ามันคุ้นๆ เหรอ รูปแบบประชาธิปไตยแบบสหรัฐอเมริกาจะเหมาะสมกับประเทศไทยไหม ถึงเวลาที่จะต้องคิดว่าการประท้วงเพื่อประชาธิปไตยนี้ ไม่ว่าจะด้วยการใช้ความรุนแรงหรือไม่รุนแรง จะนำประโยชน์อะไรมาสู่ประเทศได้จริงเหรอ

ในขณะเดียวกัน สิ่งหนึ่งที่ต้องจำไว้คือ โควิด-๑๙ ที่ยังคงมีอยู่ ความมั่นคงและการฟื้นตัวควรเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ไม่ว่าจะมองอย่างไรนี่ก็ไม่ใช่เวลาที่ควรจะมาการประท้วงหรือตั้งข้อสงสัย คนไทยควรสามัคคีกัน แยกให้ออกผู้ที่พยายามทำร้ายผลประโยชน์ของประเทศไทยเพื่อบรรลุเป้าหมายของตนที่แฝงตัวภายใต้ร่มธงแห่งประชาธิปไตย แสวงหาระบอบประชาธิปไตยที่เหมาะสมกับประเทศไทยอย่างแท้จริง