อดีตกรรมการ ธปท. ติงป่วนห้ามแบงก์จ่ายปันผล

อดีตกรรมการ ธปท. ติงป่วนห้ามแบงก์จ่ายปันผล

หวั่น มาตรการ ธปท. ห้ามแบงก์จ่ายเงินปันผล ทำนักลงทุนเทขายหุ้นหนักกระทบเศรษฐกิจมากขึ้น

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการและกรรมการตรวจสอบ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สนับสนุนมาตรการ ธปท. ในการให้สถาบันการเงินงดจ่ายเงินปันผลและห้ามไม่ให้ซื้อหุ้นคืน มาตรการดังกล่าวควรทำให้ความเข้มแข็งของฐานเงินทุนและสภาพคล่องดีขึ้นเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจและปัญหาหนี้เสียภาคการเงินในอนาคต ผู้ถือหุ้นจำเป็นต้องเสียสละผลประโยชน์เพื่อให้ระบบการเงินและสถาบันการเงินมีความเข้มแข็งฝ่าวิกฤติไปได้ และ จะทำให้ได้รับเงินปันผลและราคาที่ดีขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ขอเตือนว่า มาตรการดังกล่าวอาจไม่เป็นไปตามเป้าหมายและกลายเป็นปฏิกิริยาทางลบต่อตลาดการเงินมากเกินคาดการณ์ได้ เกิดภาวะตื่นตระหนก เพราะทำให้เกิดข้อสงสัยว่า หนี้เสียในระบบอาจมีมากกว่าที่ประกาศกันไว้มากและอาจเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดหลังจากมาตรการการไม่นับรวมการยืดการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นหนี้เสียในขณะนี้สิ้นสุดลง นักลงทุนอาจสูญเสียความมั่นใจเทขายหุ้นกลุ่มแบงก์ออกมากแล้วส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินในภาพรวม ส่งผลต่อ Wealth Effect ของนักลงทุนในทางลบ ทำให้เศรษฐกิจหดตัวมากกว่าเดิมได้ มาตรการงดจ่ายเงินปันผลก็ดี มาตรการห้ามไม่ให้ซื้อหุ้นคืนก็ดี หรือ การตั้งอัตราเงินสดสำรองไว้ในอัตราที่สูงก็ดี มีเป้าหมายเพื่อให้ระบบสถาบันการเงินมีความมั่นคงรองรับหนี้เสียและปัญหาการชะลอตัวเศรษฐกิจอย่างรุนแรงได้ แต่ประเมินได้ว่า การดำเนินนโยบายหรือมาตรการดังกล่าวอยู่ภายใต้กรอบคิดอนุรักษ์นิยมทางการเงินที่อาจไม่สอดรับกับสถานการณ์ที่หดตัวอย่างหนัก มาตรการเหล่านี้จะสร้างภาวะที่ทำให้มีการปล่อยสินเชื่อน้อยลงเพราะกลัว NPL

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ประกาศของแบงก์ชาติอาจช่วยลดความไม่พอใจของนักลงทุนต่อผู้บริหารและกรรมการธนาคารพาณิชย์แต่จะทำให้ตลาดการเงินตีความสถานการณ์เศรษฐกิจและภาวะการเงินในทางเลวร้ายซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาความตื่นตระหนกเกินควร ตลาดหุ้นจะปรับตัวลงแรงโดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคารอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้ จึงเป็นเรื่องที่แบงก์ชาติและผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนต้องบริหารความตื่นตระหนกนี้ให้ได้ ความจริงแล้ว

  • ธปท.แจงอีกห้ามแบงก์จ่ายปันผลซื้อหุ้นคืน
  • ธปท. คลอดช่วยลูกหนี้พิษโควิดรอบสอง

นอกจากนี้ ธปท. มีอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อให้สถาบันการเงินมีฐานทุนเข้มแข็งรองรับการพุ่งขึ้นของหนี้เสียในอนาคต คือ การปล่อยให้คณะกรรมการธนาคารพาณิชย์ ที่ประชุมผู้ถือหุ้น ตัดสินใจกันเอง หรือ ให้สมาคมธนาคารไทยหารือแล้วออกมาตรการแบบสมัครใจ (ไม่ต้องบังคับ) ว่า ทุกธนาคารจะงดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในปีนี้ ธนาคารควรจ่ายเงินปันผลหรือรับซื้อหุ้นคืนหรือไม่ก็เป็นเรื่องความสมัครใจเอง ภาวะตื่นตระหนกจะน้อยกว่ามาก แบงก์ชาติทำหน้าที่เพียงปล่อยปริมาณเงินเข้ามาในระบบให้มากพอ แล้วไม่ต้องเข้าไปแทรกแซงการตัดสินใจของธนาคารพาณิชย์

“สิ่งที่แบงก์ชาติต้องทำคือการเพิ่มปริมาณเงินเข้ามาในระบบให้มากเป็นพิเศษ การแทรกแซงเงินบาทไม่ให้แข็งค่าโดยไม่ต้องดูดซับเงินบาทกลับ ทางเลือกทางนโยบายการเงินที่ต้องทำควบคู่กันไปกับมาตรการสั่งแบงก์พาณิชย์งดจ่ายเงินปันผล คือ ลดอัตราดอกเบี้ยให้เหลือ 0% หรือใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบหากจำเป็น” นายอนุสรณ์

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาผู้ขอสินเชื่อรายย่อยที่มีฐานะทางการเงินไม่ดีถูกปฏิเสธเงินกู้จากธนาคารเนื่องจากมีการกำหนดเพดานดอกเบี้ยทำให้ไม่สามารถคิดอัตราดอกเบี้ยได้ตามความเสี่ยงของลูกค้า คนจำนวนหนึ่งต้องหันไปหาเงินกู้นอกระบบซึ่งอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อในระบบอย่างมาก นำไปสู่กับดักความเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว ถูกเอาเปรียบ และ ไม่สามารถตรวจสอบและกำกับดูแลได้เท่ากับสินเชื่อในระบบ การปล่อยให้สถาบันการเงินคิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัวตามความเสี่ยงจึงเป็นเรื่องที่ดีกว่า โดย ธปท.ต้องเปิดเสรีทางการเงินเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดการแข่งขันในระบบสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นอีก จะช่วยให้สถาบันการเงินไม่สามารถคิดดอกเบี้ยสูงเกินไปอันเป็นการเอาเปรียบลูกค้าได้

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ธปท ก็ประสบความสำเร็จในการลดอำนาจผูกขาดในระบบสถาบันการเงินได้ระดับหนึ่งอยู่แล้วแต่ต้องเพิ่มขึ้นอีกเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันก็ต้องดำเนินการให้เกิดความสมดุลไม่นำไปสู่การแข่งขันมากเกินพอดีจนทำให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินโดยรวมได้