บลจ.กสิกรไทย เสนอขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ

บลจ.กสิกรไทย เสนอขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ

บลจ.กสิกรไทย เดินหน้าลุยออกเทอมฟันด์ขายรายใหญ่แนะพักเงิน 6 เดือน ชูโอกาสรับผลตอบแทน 1.30% ต่อปี

นายนาวิน อินทรสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุนต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทยเสนอขายหน่วยลงทุน กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6MQ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (KFF6MQ-AI) ประมาณการผลตอบแทน 1.30% ต่อปี โดยมีกำหนดเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ในระหว่างวันที่ 9 – 15 มิ.ย. 2563

นายนาวิน กล่าวว่า กองทุน KFF6MQ-AI เป็นกองทุนที่มีกำหนดอายุโครงการ (Term Fund) ประมาณ 6 เดือน และมีการลงทุนแบบกระจุกตัว จึงเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อยและผู้มีเงินลงทุนสูงเท่านั้น โดยผู้ลงทุนต้องที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับทรัพย์สินที่กองทุนเข้าไปลงทุน และสามารถยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ อย่างไรก็ดี ตราสารที่กองทุนเข้าไปลงทุนล้วนเป็นตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ซึ่งที่ผ่านมากองทุน Term Fund ภายใต้การบริหารจัดการของบลจ.กสิกรไทย ไม่เคยมีประวัติผิดนัดชำระหนี้ (Default) ดังนั้น ผู้ลงทุนจึงวางใจได้ว่าเงินลงทุนจะได้รับการบริหารจัดการอย่างดีจากผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญ ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอยู่เสมอ ทั้งนี้ คาดว่ากองทุนจะเข้าลงทุนในเงินฝาก Bank of China (สาธารณรัฐประชาชนจีน) และเงินฝาก PT Bank Rakyat Indonesia (ประเทศอินโดนีเซีย) รวมถึงเงินฝาก Doha Bank, เงินฝาก Commercial Bank of Qatar, เงินฝาก AI Khalij Commercial Bank และเงินฝาก Qatar National Bank (ประเทศกาตาร์) โดยกองทุนจะป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน

  • ที่อยู่อาศัยที่ทุกคนจ่ายได้ (Affordable Housing)
  • ดาวโจนส์ปิดร่วง/น้ำมันบวก,ทองพุ่ง

“ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐฯ ปรับขึ้นทุกช่วงอายุ สอดรับกับภาพรวมการลงทุนที่เริ่มกลับมาหลังจากที่หลายประเทศทั่วโลกเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และยังไม่พบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสระลอกที่ 2 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนให้บรรยากาศการลงทุนดีขึ้น โดยผู้ลงทุนส่วนใหญ่เชื่อมั่นต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้โดยเร็วหลังจากที่เริ่มเปิดประเทศ รวมถึงมีความหวังต่อการผลิตยาและวัคซีนป้องกันไวรัส COVID-19 อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนยังคงต้องติดตามประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯและจีนที่ยังไม่สิ้นสุด ทั้งการผ่านร่างกฎหมายใหม่ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้บริษัทจีนถูกถอดออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ อีกทั้งการที่สหรัฐฯแทรกแซงการปกครองในฮ่องกงและยกเลิกสิทธิพิเศษทางการค้าฮ่องกง ซึ่งอาจทำให้เกิดการตอบโต้ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ทั้งนี้ คาดว่าข้อพิพาทระหว่างทั้ง 2 ประเทศจะยังมีอยู่ระหว่างทางไปจนถึงการเลือกตั้งสหรัฐฯในช่วงปลายปี” นายนาวินกล่าว

นายนาวิน กล่าวว่า ในภาวะที่ตลาดยังมีความผันผวนค่อนข้างสูง กองทุน Term Fund จึงเป็นแหล่งพักเงินชั้นดีในระยะสั้น เพื่อรอจังหวะเข้าลงทุนในกองทุนประเภทอื่นต่อไป โดยผู้ที่สนใจกองทุน KFF6MQ-AI นอกจากจะต้องเป็นผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อยและผู้มีเงินลงทุนสูงเท่านั้นแล้ว ยังต้องมีลักษณะที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสามารถเริ่มต้นลงทุนขั้นต่ำ 1,000,000 บาท ผ่านธนาคารกสิกรไทย และผู้สนับสนุนการขาย/รับซื้อคืนหน่วยลงทุนเท่านั้น ไม่สามารถลงทุนผ่านช่องทางดิจิตอลได้ ทั้งนี้ เมื่อกองทุนครบกำหนดอายุโครงการ บริษัทจัดการจะนำเงินค่าขายคืนอัตโนมัติไปซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนใดกองทุนหนึ่งใน 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดเค ตลาดเงิน (K-MONEY) กองทุนเปิดเค ตราสารรัฐระยะสั้น (K-TREASURY) หรือกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ระยะสั้น (K-SF) ของบลจ.กสิกรไทย เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง ผู้ลงทุนสามารถติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนได้ตามช่องทางดังกล่าว หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ KAsset Contact Center 0 2673 3888