DKSH นำทางฝ่าวิกฤติด้วยความสำเร็จ

DKSH นำทางฝ่าวิกฤติด้วยความสำเร็จ

ในขณะที่ทั่วโลกกำลังจับจ้องการมาถึงของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 หลายบริษัททั่วโลกโดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติต่างพิจารณาทางเลือกในการก้าวต่อไปในโลกหลังภาวะโรคระบาดครั้งนี้

ทุกฝ่ายต่างยอมรับว่า โควิด-19 เป็นอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาบั่นทอนเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงปัญหาทางการค้าอื่นๆ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ การแพร่ระบาดในครั้งนี้มีผลกระทบอย่างมากต่อสินค้าในอุตสาหกรรมหมวดอุปโภคบริโภค ประเภทหมุนเวียนเร็ว ใช้แล้วหมดไป (FMCG) ทั่วโลก ก่อให้เกิดผู้ชนะและผู้แพ้ที่ชัดเจน ในประเทศไทยร้านค้าปลีกรายเล็กรายใหญ่ต่างออกกลยุทธ์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์ด้านราคา หรือการลดแลกแจกแถม เพื่อยกระดับผู้ชนะในหมวดสินค้าต่างๆ และสร้างโมเดลการให้บริการลูกค้าใหม่ๆ เพื่อต่อสู้กับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งรวมไปถึงกำลังในการซื้อด้วย

นายขวัญชัย อัสนี รองประธานฝ่ายบริหารหน่วยธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทข้ามชาติเชื้อสายสวิสที่เชี่ยวชาญในการให้บริการการขยายตลาดอย่างครบวงจร เปิดเผยว่า “แม้ว่าจะมีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มมากขึ้นอย่างมากในช่วงการระบาดโควิด-19และมีแนวโน้มเช่นนี้ต่อไปหลังจากนี้ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้พวกเราตระหนักว่า สินค้าที่จำเป็นและมีราคาจับต้องได้จะเป็นตัวขับเคลื่อนยอดขายต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลากระป๋อง กะทิ UHT น้ำจิ้ม และน้ำแร่ ที่ทำยอดขายพุ่งในช่วงไตรมาสแรกของปี 2563”   

“การเติบโตทางด้านยอดขายของผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารและเครื่องดื่ม ขนมและลูกอม ของใช้ภายในบ้าน และผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย เป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริโภคที่ต้องแยกตัวในช่วงล็อกดาวน์ สินค้าต่างๆ ต้องมีการปรับกลยุทธ์และวิธีการขายโดยเฉพาะกลยุทธ์ด้านราคาและการออกโปรโมชันต่างๆ ที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้เราต้องปรับปรุงคุณภาพในการให้บริการสินค้าประเภทต่างๆ เหล่านี้ ไปพร้อมๆ กับรักษามาตรฐานความสม่ำเสมอและสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยหลักที่เราให้ความสำคัญ” นายขวัญชัยกล่าว

“บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทที่เข้ามาก่อตั้งในประเทศไทยเป็นระยะเวลานานกว่า 110 ปี บริษัทฯ ได้ช่วยเพิ่มยอดขายให้กับบริษัทต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกี่ยวกับการดูแลและรักษาร่างกาย ผลิตภัณฑ์เพื่อการอุปโภคบริโภค รวมไปถึงสินค้า Luxury สินค้าไลฟ์สไตล์ วัสดุ Performance และเทคโนโลยี

“ในฐานะที่เราเป็นผู้ให้บริการด้านการขยายตลาด บริการของเราครอบคลุมตั้งแต่การทำข้อมูลทางการตลาด การจัดหาข้อมูลเชิงลึก การทำการตลาดและการขาย การทำ eCommerce เพื่อกระจายและส่งสินค้ารวมไปถึงการให้บริการหลังการขาย เรามีพนักงานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างยอดขายกว่า 7,000 คน จากพนักงานทั้งหมด 12,000 คน

“ในส่วนของผลิตภัณฑ์ FMCG  บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญในการเข้าถึงช่องทางการขายในระดับพื้นที่ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ร้านค้าสะดวกซื้อ ร้านโชห่วย ร้านอาหาร ร้ายขายยา โรงพยาบาล คลินิก และช่องทาง eCommerce

“เนื่องจากการที่เรามีพนักงานขายเก่งๆ เครือข่ายการกระจายสินค้าที่ทั่วถึง และการจัดการ supply chain ที่มีประสิทธิภาพทำให้เราสามารถรักษาความเป็นเลิศในการให้บริการลูกค้าในทุกช่องทางแม้ว่าจะอยู่ในช่วงของการแพร่ระบาด เราต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการลดผลกระทบจากวิกฤติและสร้างความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ”


ด้วยการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าและปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วเพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วง new normal  บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด ได้ยกระดับประสิทธิภาพของเทคโนโลยีดิจิทัลในการสร้างแผนฉุกเฉินเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าสินค้าได้ไปถึงที่หมายโดยปราศจากการหยุดชะงัก บริษัทฯ ได้พยายามในการปรับปรุงแพลตฟอร์มในการติดต่อสื่อสารผ่านระบบดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมการเงินโดยไม่ใช้กระดาษ การใช้ LINE และโทรศัพท์ให้การให้บริการลูกค้าสัมพันธ์ การทำงานจากบ้าน และการแบ่งทีมในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ ช่องทางค้าปลีกผ่านระบบ eCommerce และระบบดิจิทัลได้รับการยกระดับเพื่อสร้างยอดขายให้กับสินค้าประเภท FMCG เนื่องจากในช่วงกักตัวผู้บริโภคต่างซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์จากที่พักอาศัย  

“การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นปัจจัยเร่งการพัฒนาระบบ eCommerce และระบบดิจิทัลของช่องทางค้าปลีก ความสำเร็จของการขายผ่าน LEGO Facebook Live เป็นแค่วิธีการหนึ่งที่เราต่อสู้ในช่วงที่ร้านค้าต้องปิดทำการ และหันไปแสดงสินค้าและสั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มโซเชียล ธุรกิจ FMCG จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ในการก้าวเข้าสู่โลกของโซเชียลเพื่อขับเคลื่อนยอดขายและอยู่รอดในช่วงหลังการระบาดนี้”

1. นายขวัญชัย อัสนี รองประธานฝ่ายบริหารหน่วยธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด บริจาคสินค้าอุปโภคบริโภคมูลค่ากว่า 623,000 ล้านบาท ให้กับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผ่านสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 3

การที่ บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับรางวัล “Best Customer Engagement” จากร้าน LEGO ที่เปิดใน Lazada นับเป็นการตอกย้ำความสำเร็จในการให้บริการลูกค้าผ่านระบบออนไลน์ที่ดีที่สุด และในปีนี้ บริษัทฯ จะเริ่มต้นการเดินทางในโลกออนไลน์อย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งด้วยการจัดงาน DKSH Fair ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ผ่านโลกออนไลน์เป็นครั้งแรก

แม้ว่าศักยภาพของระบบออนไลน์จะช่วยให้ บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด ฝ่าฟันวิกฤติการแพร่ระบาดมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความแข็งแกร่งในการจัดการด้าน supply chain เป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยให้การปฏิบัติภารกิจต่างๆ ในประเทศไทยดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น

“เราได้ออกมาตรการ ‘Total Quarantine Solution’ ด้วยการใช้กฎระเบียบเหมือนที่โรงพยาบาลใช้ในการกักตัวเพื่อความปลอดภัยของพนักงานของเราและของลูกค้า การปฏิบัติงานในศูนย์กระจายสินค้าดำเนินต่อไปอย่างไม่ล่าช้า ทั้งรับและส่งตามคำสั่งซื้อ ในกรณีฉุกเฉิน หากศูนย์กระจายสินค้าแห่งใดแห่งหนึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด เราได้เตรียมการในการจัดการกับสินค้าจากศูนย์ปฏิบัติการอีกแห่งหนึ่ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการบริการส่งสินค้าจะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง”

2. หน่วยธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด บริจาคสินค้าอุปโภคบริโภคมูลค่ากว่า 302,000 บาท เพื่อวางจำหน่ายในร้านปันกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิยุวพัฒนาเพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนด้อยโอกาสทั่วประเทศ

“แม้ว่าเราจะประสบความสำเร็จในการจัดการวิกฤตินี้ เราตระหนักดีว่า ความสำเร็จของเราเกิดจากความผูกพันอย่างแน่นแฟ้นกับพื้นที่ชุมชนที่เราต้องเข้าไปปฏิบัติงานด้วย” นายขวัญชัยเพิ่มเติม “ในการนี้ เราจึงได้บริจาคสินค้ายอดนิยมหลากหลายยี่ห้อในการช่วยเหลือผู้คนในชุมชนผ่านกรมการขนส่ง เพื่อช่วยเหลือมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ต้องว่างงาน รวมไปถึงครอบครัวของพวกเขาด้วย เราได้ระดมทุนในการช่วยเหลือเด็กนักเรียนด้อยโอกาสทั่วประเทศ โดยร่วมมือกับมูลนิธิยุวพัฒนา และขายสินค้าที่ได้รับบริจาคในร้านปันกัน ซึ่งเป็นร้านค้าที่สนับสนุนการแบ่งปันกันในสังคม”

จากการสำรวจของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ทวีปเอเชียเป็นหนึ่งใน 3 ทวีปทั่วโลกที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติที่ผ่านมา เนื่องมาจากประสิทธิภาพของมาตรการควบคุมทางสาธารณสุข และสัญญาทางการค้าที่สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ด้วยสัญญาณทางบวกต่างๆ เหล่านี้ เราจึงมั่นใจได้ว่า ตลาดสินค้า FMCG จะสามารถฟื้นฟูและเติบโตได้ดียิ่งขึ้นหากมีคู่คิดทางการค้าที่เหมาะสม ด้วยประสบการณ์กว่าร้อยปีในประเทศไทยและโมเดลธุรกิจที่สนับสนุนการฟื้นฟูทางการค้า เป็นสิ่งที่ทำให้บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด เป็นคู่คิดทางการค้าที่เชื่อใจได้สำหรับนักธุรกิจและนักลงทุนที่ต้องการเดินทางผ่านช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยอุปสรรคนี้ไปด้วยกัน