‘ไลน์’ หวังยืนหนึ่งโซเชียลคอมเมิร์ซ พลิกโฉมบริการเขย่าค้าออนไลน์

ส่ง “ไลน์ ชอปปิง” โฉมใหม่ รุกหนักอีคอมเมิร์ซ ชูจุดแข็งอีโคซิสเต็มครบ รองรับโซเชียลคอมเมิร์ซเต็มรูปแบบ ล่าสุดดึงศิลปิน ดารา สร้างประสบการณ์ช้อปเอนเตอร์เทนผ่านการไลฟ์สด ตั้งเป้าผู้นำโซเชียลคอมเมิร์ซปี 66

นายเลอทัด ศุภดิลก หัวหน้าฝ่ายธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ไลน์ ประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดโซเชียลคอมเมิร์ซประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการสำรวจพบว่า มีนักช้อปออนไลน์ชาวไทยถึง 62% ที่นิยมจับจ่ายสินค้าผ่านช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค

ทั้งนี้ เนื่องจากคนไทยมีพฤติกรรมชอบพูดคุย สอบถาม และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยไลน์พบว่าการขายที่มีการแชททำให้สามารถปิดยอดขายได้มากขึ้น โดยอัตราการปิดการขายที่เกิดขึ้นบนไลน์มายช้อปทำได้ไม่น้อยกว่า 45% เมื่อเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวไทยกว่า 83% เคยซื้อของทางออนไลน์ และ 71% ซื้อของผ่านมือถือ โดยเฉพาะการซื้อขายผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย หรือ โซเชียลคอมเมิร์ซ

ล่าสุด ไลน์ได้ปรับกลยุทธ์ “ไลน์ ชอปปิง LINE SHOPPING” โดยมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มให้กลายเป็นแหล่งรวบรวมร้านค้าโซเชียลที่เปิดร้านด้วย มายช้อป (MyShop) เพื่อตอบโจทย์ 3 แกนหลักของโซเชียลคอมเมิร์ซ คือ 1. เอนเตอร์เทนเมนท์ ด้วยคอนเทนท์ที่สนุกความบันเทิง ประเดิมความร่วมมือกับ “ป้าตือ – สมบัษร ถิระสาโรช” สร้างประสบการณ์ช้อปเอนเตอร์เทนด้วย “LINE SHOPPING x TUES LIVE” รายการวาไรตี้บวกไลฟ์คอมเมิร์ซที่มีการขายสินค้าหลากหลายในราคาจับต้องได้ พร้อมแขกรับเชิญจากหลากหลายวงการร่วมสร้างความสนุกแบบครบรส

160454175585

ขณะที่ 2. เอนเกจเมนท์ นักช้อปสามารถมีส่วนร่วมกับผู้ขายได้ทุกเมื่อ 3. คอมเมิร์ซ ด้วยการซื้อขายบนแพลตฟอร์มโซเชียลที่ง่ายและสะดวกรวดเร็ว โฉมใหม่นี้จะช่วยอำนวยความสะดวกทั้งการซื้อและการขายให้กับร้านค้าทุกขนาด ทั้งร้านค้ารายย่อย หรือแบรนด์ใหญ่ ก็มีโอกาสในการขายสินค้าและบริการลูกค้าได้อย่างเท่าเทียมกัน

พร้อมกันนี้ นำเอาจุดแข็งของไลน์อีโคซิสเต็มที่สามารถเข้าถึงคนไทยกว่า 47 ล้านคน พร้อมด้วยบริการและฟีเจอร์ที่ตอบรับกับความต้องการของทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเข้ามาร่วมเสริมศักยภาพโซเชียลคอมเมิร์ซ ไม่ว่าจะเป็นการทักแชทสอบถาม เครื่องมือปิดการขายในแชท การสร้างแคทตาล็อคสินค้า การซื้อสินค้าและชำระเงินด้วยแรบบิทไลน์เพย์ บัตรเครดิต และช่องทางอื่นๆ ที่หลากหลาย ในอนาคตไลน์แมนจะเข้ามาเติมเต็มการบริการส่งของด้วย

เขากล่าวว่า การพัฒนาเพื่อรองรับโซเชียลคอมเมิร์ซอย่างเต็มรูปแบบของไลน์ชอปปิงครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งการพัฒนาครั้งสำคัญ ที่ผสานรวมและนำเอาความแข็งแกร่งของทุกเซอร์วิสบนไลน์อีโคซิสเต็มมาสร้างความสะดวกสบาย สนับสนุนไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ และตอกย้ำวิสัยทัศน์ไลฟ์ออนไลน์ที่มุ่งสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อทุกมิติของชีวิตดิจิทัล

ปัจจุบัน มีผู้ใช้งานไลน์ชอปปิงกว่า 3 ล้านรายต่อเดือน ช่วงครึ่งปีแรกยอดเข้าชมเติบโตเกือบ 200% จำนวนคำสั่งซื้อโต 44% มูลค่ายอดขาย(จีเอ็มวี) เพิ่มขึ้น 95% ขณะที่ร้านค้าบนไลน์มายช้อปบนเดสก์ท็อป มีจำนวน 5 หมื่นร้านค้า และจากนี้จะขยายเพิ่มไปที่ช่องทางโมบาย ซึ่งคาดว่าจะยิ่งเพิ่มจำนวนร้านค้าเข้ามาได้มากขึ้น 

โดยคาดว่าบริการมายช้อปบนโมบายจะพร้อมให้บริการได้ปลายปีนี้ และบริการได้เต็มรูปแบบภายในต้นปีหน้า การขยายฐานลูกค้า เน้นการโฟกัสที่ชัดเจนด้วยการขายเฉพาะสินค้าจากมายช้อปมากกว่านั้นเพิ่มความบันเทิง และพยายามทำให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างร้านค้าและผู้บริโภคที่มากขึ้น ปัจจุบันสินค้าขายดี คือ กลุ่มแฟชั่น ความงาม รวมถึงอาหารที่ไม่เน่าเสียสามารถจัดส่งได้ทั่วประเทศ โดยเฉลี่ยจำนวนคำสั่งซื้อต่อหนึ่งออเดอร์อยู่ที่พันกว่าบาท

  • อัพเดท 'ผลเลือกตั้งสหรัฐ 2020' ล่าสุด เกาะติดทุกความเคลื่อนไหว ที่นี่!

  • ‘โจ ไบเดน’ จ่อคว้าชัย! 'เลือกตั้งสหรัฐ 2020' ได้ 270 เสียง

  • งานเข้า 'จีจี้ปีโป้' พศ.สั่งสอบ ปมงานบวชหรู-อ้างผ้าไตร 'สมเด็จพระสังฆราช'

ไลน์เผยว่า เป้าหมายธุรกิจปีนี้โฟกัสการส่งมอบบริการ และสร้างการรับรู้เพื่อให้ผู้ค้าและผู้บริโภคเข้ามาใช้งานมากขึ้น ตั้งเป้าไว้ว่าจะก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำด้านโซเชียลคอมเมิร์ซในประเทศไทยให้ได้ภายใน 3 ปี หรือภายในปี 2566

โดยจุดยืนของไลน์คือแพลตฟอร์มและมีเดียที่เข้าไปช่วยสนับสนุนด้านการตลาด รวมถึงเครื่องมืออำนวยความสะดวกสำหรับการซื้อขายบนโซเชียลคอมเมิร์ซแบบครบวงจร ส่วนด้านฟูลฟิลเมนท์ผู้ค้าจะเป็นผู้ดำเนินการเอง

“เรามั่นใจว่าขณะนี้มีเครื่องมือที่พร้อมให้บริการอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ดังนั้นงานที่สำคัญคือการนำเสนอเพื่อให้ตรงใจกับผู้ใช้งานมากขึ้น โดยจุดเด่นของไลน์ชอปปิงคือการมีคอนเวอชั่นเรทที่สูง ใช้งานง่าย ครอบคลุมฐานลูกค้าจำนวนมาก”