“โออิชิ” ปรับธุรกิจร้านอาหาร รับวิถีใหม่ New Normal

โออิชิ กรุ๊ป ยกระดับความปลอดภัย 269 ร้านอาหารในเครือ ตั้งรับผู้บริโภคยุค New Normal

นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าหลังจากปิดให้บริการตามคำสั่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 เพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ล่าสุดบริษัท ได้กลับมาเปิดให้บริการร้านอาหารในเครือโออิชิ อย่างเต็มรูปแบบ จำนวน 269 สาขา ได้แก่ แบรนด์ โออิชิ แกรนด์, โออิชิ อีทเทอเรียม, โออิชิ บุฟเฟต์, นิกุยะ, ชาบูชิ, โฮว ยู, โออิชิ ราเมน, คาคาชิ และ โอโยกิ โดยมมุ่งให้ความใส่ใจ ด้านความปลอดภัยสูงสุด โดยยึดมาตรฐานตามแนวทางการปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ด้วยมาตรการต่างๆ

สำหรับ การคัดกรองสุขภาพของพนักงาน ภายใต้นโยบายให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของพนักงานในเครือบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยจัดตั้ง “คลินิกตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์” เพื่อเพิ่มศักยภาพในการตรวจคัดกรองพนักงานของบริษัทฯ สามารถตรวจหาเชื้อ โควิด-19 เพื่อเป็นศูนย์ในการตรวจหาเชื้อ ช่วยป้องกันการแพร่ระบาด และสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของพนักงานในการที่จะให้บริการลูกค้า

“โออิชิ กรุ๊ป ได้ส่งพนักงานที่อยู่หน้าร้านเข้ารับการตรวจเชื้อโควิด-19 ที่คลินิกดังกล่าว เป็นการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยทั้งของตัวพนักงานเอง และยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการในร้านอาหารในเครือโออิชิ” นางนงนุช กล่าว

การปรับรูปแบบให้บริการ โดยในกลุ่มร้านที่เป็นบุฟเฟต์ เปลี่ยนเป็นการปรุงอาหารตามที่ลูกค้าสั่งและให้พนักงานเสิร์ฟ การรักษาความสะอาดภายในร้าน เข้มงวดด้านความสะอาดของภาชนะและอุปกรณ์รับประทานอาหาร ไม่วางไว้ส่วนกลาง แต่ส่งหรือเสิร์ฟให้ลูกค้าโดยตรง รวมทั้งเปลี่ยนอุปกรณ์ส่วนกลางที่ให้บริการบริเวณเคาน์เตอร์ทุก 1 ชั่วโมง ด้านโต๊ะ-เก้าอี้ เคาน์เตอร์ พื้น และจุดสัมผัสต่างๆ เป็นต้น

พัฒนา “ระบบสั่งอาหารไร้สัมผัส” (QR Oder) เป็นระบบการสั่งอาหารผ่านการสแกน QR Code โดยใช้โทรศัพท์ลูกค้าเพื่อแสดงสมาร์ทเมนู ระบบนี้เริ่มใช้แล้วที่ ร้านโออิชิ แกรนด์, โออิชิ บุฟเฟต์, โออิชิ อีทเทอเรียม, ชาบูชิ และกำลังทยอยใช้ในร้านอื่นๆ ต่อไป เพื่อลดการสัมผัสในการสั่งอาหาร ลดการสัมผัสตอบรับการใช้ชีวิตวิถีใหม่ ‘New Normal’

การบริการส่งอาหาร (Delivery) พนักงานส่งอาหารต้องใส่หน้ากากตลอดเวลาขณะปฏิบัติงาน รักษาระยะห่างกับลูกค้าไม่น้อยกว่า 1 เมตร ล้างมือก่อนออกไปส่งสินค้า และทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์ 70% ระหว่างปฏิบัติงานอยู่เสมอ พร้อมทั้งใช้อุปกรณ์ฆ่าเชื้อฉีดทำความสะอาดกล่องที่ใช้ส่งอาหาร แฮนด์รถจักรยานยนต์ หมวกกันน็อค และกุญแจรถ ทุกครั้งหลังจากการใช้งานเสร็จในแต่ละรอบการจัดส่ง

  • แม้แต่เครือโรงภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลกก็ทำท่าว่าจะไปไม่รอด
  • คลัง-ททท. สรุปมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวสัปดาห์หน้า

ด้านความปลอดภัยของลูกค้า เราให้การต้อนรับลูกค้าด้วยความใส่ใจและปฏิบัติตามแนวทางของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ได้แก่

มาตรการ Social Distancing การจัดโต๊ะที่นั่งภายในร้านเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1-1.5 เมตร และติดตั้งฉากกั้นใสบริเวณโต๊ะที่ลูกค้านั่งรับประทานอาหารรวมถึงบริเวณเคาน์เตอร์แคชเชียร์ ส่วนบริเวณหน้าร้านสำหรับลูกค้ารอคิว ก็มีการจัดระยะห่าง 1 เมตรเช่นเดียวกัน พร้อมทำสัญลักษณ์ที่ชัดเจนการคัดกรองก่อนเข้าร้าน เรามีเจ้าหน้าที่คอยตรวจวัดอุณหภูมิลูกค้า

พร้อมบริการแอลกอฮอล์ 70%ให้กับลูกค้าทำความสะอาดมือก่อนเข้าร้าน และขอความร่วมมือให้ลูกค้าใส่หน้ากากอนามัยเมื่อเข้ารับบริการที่ร้าน พร้อมให้ลูกค้าลงสแกน QR code “ไทยชนะ” ตามที่ทาง ศบค.ขอความร่วมมือ

การทำความสะอาดมือก่อนทานอาหาร โดยทางร้านมีการจัดวางแอลกอฮอล์ 70% ไว้ภายในร้านให้ลูกค้าทำความสะอาดมือก่อนรับประทานอาหาร

การชำระเงินแบบไร้สัมผัส (Contactless Payment) โดยชำระผ่านคิวอาร์โค้ด เป็นการลดการสัมผัสและอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า

การจองโต๊ะล่วงหน้าผ่าน BevFood Application ลูกค้าสามารถเลือกแบรนด์ เลือกสาขา ระบุวันที่ เวลา และจำนวนที่จองโต๊ะผ่าน Application จากนั้นเจ้าหน้าที่จะส่งข้อความติดต่อกลับเพื่อยืนยันสถานะการจอง เพื่อที่ลูกค้าไม่ต้องมายืนรอคิวที่หน้าร้าน เป็นบริการที่ลูกค้าเริ่มหันมาใช้กันมากขึ้นในช่วง New Normal