‘โควิด’ หนุนตลาดสุขภาพ ‘อินเตอร์ ฟาร์มา’

'อินเตอร์ ฟาร์มา' ต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจตามเทรนด์ผู้บริโภคใส่ใจรักสุขภาพมากขึ้น สะท้อนผ่านไตรมาส 1 ปี 2563 การแพร่ระบาดโควิด-19 ผลักดันยอดขายผลิตภัณฑ์สุขภาพโต '3 เท่าตัว' ด้าน 'ดร.ทรงวุฒิ ศักดิ์ชลาธร' เจ้าของตัวจริง อวดความงาม ด้วยการเร่งฝีเท้าดันรายได้ !

เมื่อธุรกิจอยู่ในเทรนด์ของยุค 'New Normal' ที่ผู้บริโภคหันมานิยมดูแลใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ! ยิ่งเป็นการเอื้อให้ 'ผลิตภัณฑ์สุขภาพ' ของ บมจ. อินเตอร์ ฟาร์มา หรือ IP ผู้ประกอบธุรกิจด้านการพัฒนา คิดค้น และจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพและนวัตกรรมความงานสำหรับคน และผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ เดินหน้าขยายธุรกิจตามทิศทางตลาดเสริมอาหารและวิตามินในไทยในช่วง 5 ปีข้างหน้า (2562-2566) เติบโตเฉลี่ย 9.1% ต่อปี      

ขณะเดียวกัน หุ้น IP ยังได้รับความสนใจจาก 'นักลงทุนเน้นคุณค่า หรือ วีไอ' อ้างอิงตามสัดส่วนการถือหุ้น IP ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) พบรายชื่อเหล่านักลงทุนรายใหญ่ อาทิ 'พิริยรัชต์ ภัทรกิตต์เกษม' นักลงทุนรายใหญ่ เข้าถือหุ้น 13,110,000 หุ้น คิดเป็น 6.36% 'พะเนียง พงษธา' นักลงทุนอิสระ เข้าถือหุ้น 8,650,000 หุ้น คิดเป็น 4.20% 'หยง-ธำรงชัย เอกอมรวงศ์' เทรดเดอร์มืออาชีพ เข้าถือหุ้น 5,977,200 หุ้น คิดเป็น 2.90% และ 'แพท-ภาววิทย์ กลิ่นประทุม' นักลงทุนอิสระ เข้าถือหุ้น 5,376,600 หุ้น  คิดเป็น 2.61% (ตัวเลข ณ วันที่ 9 เม.ย. 2563) 

ความโดดเด่นเหล่านี้ นอกจากจะผลักดันตัวเลขกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2563 อยู่ที่ 14.73 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 1.20 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากผลของยอดขายที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนขายและค่าใช้ จ่ายในการขายที่ลดลง 

โดยผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.ผลิตภัณฑ์สุขภาพและนวัตกรรมความงามสำหรับคน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์รักษาสุขภาพและชะลอวัย (Wellness and Anti-Aging Products) 2.ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมความงาม (Aesthetic Innovation Products) และ 3.ผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลและส่งเสริมสุขภาพของสัตว์เลี้ยง (Companion Animal Health Products) และ 4.ผลิตภัณฑ์สำหรับปศุสัตว์ (Livestock Products) 

'ดร.ทรงวุฒิ ศักดิ์ชลาธร' ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. อินเตอร์ ฟาร์มา หรือ IP เล่าให้ฟังว่า สำหรับเป้าหมายผลประกอบการณ์ปี 2563 ตั้งเป้าไว้ประมาณ 500 ล้านบาท เติบโตระดับ 25-30% จากปีก่อนที่บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 375.88 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) ส่งผลให้ผู้บริโภคเข้าซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพของบริษัทเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์รักษาสุขภาพ และชะลอวัย ซึ่งในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้น บริษัทมียอดขายเติบโต '3 เท่าตัว' จากปกติ  

ฉะนั้น บริษัทจะมุ่นเน้นสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนผ่าน ล่าสุด บริษัทเข้า 'ซื้อกิจการ' (M&A) บริษัท โมเดิร์น ฟาร์มา จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตเวชภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์สุขภาพชั้นนำในประเทศไทย สัดส่วน 100% คิดเป็นเงินลงทุน 295 ล้านบาท ตามเป้าหมายบริษัทต้องการเพื่อต่อยอดสู่การเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ และนวัตกรรมความงามสำหรับคนแบบครบวงจร และเป็นการเข้าดำเนินกิจการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อการดำเนินธุรกิจที่ครบวงจร รวมทั้งเป็นการตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุค New Normal ที่หันมาดูแลใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้นอีกด้วย 

การเข้าซื้อกิจการครานี้ ถือเป็นการขยายธุรกิจแล้ว อีกประเด็นที่สำคัญยังเป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิตของบริษัทในระยะยาวได้อีกด้วย ซึ่งภายหลังจากการศึกษากิจการเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) จะมีมติในการเข้าลงทุน และต้องผ่านการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น เบื้องต้นคาดว่า จะดำเนินการแล้วเสร็จ และสามารถโอนหุ้นทั้งหมด 100% ได้ภายในเดือนส.ค. 2563 นี้ 

ทั้งนี้ บริษัท โมเดิร์น ฟาร์มา จำกัด มีจุดแข็งด้านกิจการผลิตและจำหน่ายยารักษาและป้องกันโรคสำหรับคนและสัตว์ ซึ่งมีสัญญาขายล่วงหน้ากับโรงพยาบาลของรัฐหลายแห่ง โดยภาพรวมผลประกอบการในปี 2562 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวมกว่า 193 ล้านบาท กำไรสุทธิเกือบ 10 ล้านบาท และในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2563 มียอดขายแล้วราว 109 ล้านบาท

'การลงทุนเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ นับเป็นบิ๊กดีลแรกของบริษัท หลังจากเข้าตลาดหลักทรัพย์ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญในเชิงกลยุทธ์ ที่จะผลักดันให้ก้าวสู่การเป็นบริษัทชั้นนำในการนำเสนอผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับคนแบบครบวงจร ทำให้แบรนด์ INTERPHARMA เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ยกระดับการเติบโตสู่บริษัทชั้นนำระดับสากลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ พร้อมส่งเสริมผลประกอบการของบริษัทให้เติบโตในระยะยาวอีกด้วย'

เขา บอกต่อว่า ในปีนี้บริษัทยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ไม่ต่ำกว่า 60% และบริหารจัดการต้นทุนการขาย (SG&A)ให้ไม่เกิน 35% ของรายได้รวม ด้านงบลงทุนบริษัทจะใช้ดำเนินตามแผนงาน แต่จะกันสำรองไว้ประมาณ 20-25% ในแต่ละธุรกิจเพื่อป้องกันเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น เหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจจะกลับมาระบาดรอบ 2 เป็นต้นสำหรับธุรกิจในกลุ่มผลิตภัณฑ์นวัตกรรมความงาม บริษัทจะเร่งผลักดันรายได้ในส่วนอื่นเพิ่มหลังยกเลิกการขายโบท็อก-ฟิลเลอร์จากเกาหลีในปีก่อน โดยบริษัทเตรียมเซ็นสัญญา 3 ปีกับฝรั่งเศส และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไหมยกกระชับในช่วงไตรมาส 3 ปี 2563 ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ในช่วงครึ่งปีหลังเติบโตเช่นกัน

ทั้งนี้ บริษัทยังดำเนินตามแผนงาน 3 ปี (2563-2565) คาดหวังรายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 25% จากการขายสินค้าเพิ่ม ขยายกลุ่มลูกค้า และเข้าซื้อกิจการ หรือการร่วมทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อจะก้าวสู่ผู้นำการคิดค้นและนำเสนอผลิตภัณฑ์สุขภาพที่แตกต่าง ด้วยประสิทธิภาพและความปลอดภัยเพื่อการป้องกันและรักษาโรค การมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น และชะลอวัย ภายใต้การขับเคลื่อนธุรกิจที่มุ่งพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ด้วยแนวคิด 'VALUE YOUR LIFE' ที่เชื่อว่าคุณค่าของชีวิตคือ สุขภาพที่ดีและการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและมีสมดุลในระบบร่างกาย โดยใส่ใจในทุกรายละเอียดขั้นตอน ตั้งแต่ การคิดค้นและนำเสนอผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพดีเยี่ยม

'เรามีเป้าหมายเป็นบริษัทชั้นนำในการนำเสนอผลิตภัณฑ์สุขภาพที่แตกต่าง เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงเพื่อดูแลสุขภาพและชะลอวัยจากภายในสู่ภายนอก ดังนั้น การสร้างการเรียนรู้ในผลิตภัณฑ์ของบริษัทจึงเป็นสิ่งที่บริษัทต้องเร่งดำเนินการ'

สำหรับ 'จุดแข็ง' ของธุรกิจ ข้อแรก เป็นผู้นำในการเสนอผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ดี  ชะลอวัย และความงาม รวมทั้งมีแบรนด์สินค้าที่เข้มแข็งภายใต้ชื่อ INTERPHARMA ที่มีการคิดค้น พัฒนา และนำเสนอผลิภัณฑ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน ข้อสอง มีการค้นคว้า และพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่หลากหลาย มีมาตรฐานระดับนานาชาติ และมีความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในตลาด 

ข้อสาม ผลิตภัณฑ์ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และได้รับการยอมรับในวงการแพทย์และเภสัชกรรมใช้ในโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศ ,คลินิก  และศูนย์สุขภาพที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ข้อสี่ มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่กลุ่มคนรักสุขภาพ ทั้งผลิตภัณฑ์สุขภาพและนวัตกรรมความงาม และผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ ข้อห้า มีช่องทางการจัดจำหน่ายในประเทศที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่าย 

ข้อหก ผู้บริหารมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในธุรกิจมาเป็นเวลานาน รวมทั้งมีทีมงานเภสัชกรและสัตวแพทย์ที่มีความรู้ด้านผลิตภัณฑ์ต่างๆ ข้อเจ็ด มีระบบการบริหารคลังสินค้า การจัดส่ง การกระจายสินค้า และการรับชำระเงินค่าสินค้าที่ดี จากการเป็นพันธมิตรกับบริษัทผู้นำด้าน Logistic การจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์สุขภาพในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย และข้อแปด บริษัทดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม และคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท 

'เรายังเดินตามแผนงาน 3 ปี (2563-2565) เติบโตเฉลี่ยปีละ 25% แต่ปีนี้เราคาดหวังการเติบโต 30% หรือแตะ 500 ล้านบาท เราวางเป้าหมายสูงไว้ก่อนเพื่อจะได้พยายามทำตาม แต่ถ้าไม่ได้ก็พยายามไม่ให้ต่ำกว่า 25%'

  • กรมอุตุฯเตือน ฉบับที่2 ทั่วไทยฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

  • 'การบินไทย' แจง 'ไม่ต้องทำอะไร' ถ้าได้รับเมลจากศาลล้มละลาย

  • เตือน! ‘ลูกเนียง’ ดิบปริมาณมาก เสี่ยงไตวายเฉียบพลัน

ทว่า หลังจากบริษัทมีเงินระดมทุนแล้ว เชื่อว่าบริษัทจะมีการเติบโตอย่าง 'โดดเด่น' ได้ในอนาคต ด้วย 'จุดเด่น' มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจโดยคิดค้น และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมีคุณภาพสูงที่แตกต่างจากคู่แข่ง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค 

ดังนั้น เงินลงทุนทำให้ขีดความสามารถขยายช่องทางขายออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ และพัฒนาและเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมทั้งเพื่อสร้างตราสินค้า 'INTERPHARMA' ให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคในวงกว้างเพื่อสร้างการเติบโตแบบ 'ก้าวกระโดด' หลังจากได้รับการยอมรับอย่างมากในวงการแพทย์และเภสัชกรรมในช่องทางจำหน่ายผ่านโรงพยาบาล คลีนิกชั้นนำ และศูนย์สุขภาพชะลอวัย

สำหรับ 'ความเสี่ยง' ในการประกอบธุรกิจ ประกอบด้วย ความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงกระแสความนิยมของผู้บริโภค และการคาดการณ์อุปสงค์ของผลิตภัณฑ์ที่คลาดเคลื่อน ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของรายได้จากผลิตภัณฑ์หลัก ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงผู้รับจ้างผลิตภายนอก ความเสี่ยงจากการสูญเสียการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงผู้กระจายสินค้ารายใหญ่ ความเสี่ยงจากการบริหารสินค้าคงเหลือ ความเสี่ยงจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากความไม่ปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงจากการแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม

ท้ายสุด 'ดร.ทรงวุฒิ' ฝากไว้ว่า บริษัทจะเน้นการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการจำหน่ายสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้บริษัทมี Economy of scale พร้อมกันนี้บริษัทยังคงศึกษาการเข้าซื้อกิจการ (M&A) อย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะสนับสนุนการเติบโตของบริษัทให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้