แนวโน้มเล็กๆ ที่เริ่มมองเห็น

ส่อง 3 Micro trends แนวโน้มเล็กๆ ของกลุ่มผู้บริโภคที่เริ่มกระจายมากขึ้น ทั้งให้ความสนใจกับงานอดิเรกมากขึ้น การโหยหาประสบการณ์เหมือนยุคก่อนโควิด รวมถึงกระแสความสนใจในสินค้าแบรนด์เนมมือสอง สิ่งเหล่าจะเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจในอนาคตมากน้อยเพียงใด

ในโลกหลังยุคโควิดนั้น นอกเหนือจากพฤติกรรมหลักๆ ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของออนไลน์ การสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มอาหาร หรือการทำงานแบบ Work from anywhere ที่มากขึ้นและชัดเจนแล้ว ยังมีแนวโน้มเล็กๆ น้อยๆ หรือที่เรียกว่า Micro trends ของผู้บริโภคกลุ่มหนึ่งและเริ่มกระจายกันไปมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจที่สนใจอีกด้วย

แนวโน้มแรกคือ การที่ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจกับงานอดิเรกมากขึ้น รวมทั้งการสร้างรายได้จากงานอดิเรก ในอดีตนั้นเนื่องจากการทำงานที่เร่งรีบทำให้คนจำนวนมากได้ลืมเลือนงานอดิเรกหรือสิ่งที่ตนเองสนใจไป แต่ในช่วงโควิดที่ผ่านมา เมื่อทุกคนเริ่มมีเวลามากขึ้น ทั้งจากการเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน หรือ ปริมาณงานที่น้อยลง ทำให้ได้เห็นการกลับมาให้ความสนใจต่องานอดิเรกกันอีกครั้ง

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การทำอาหารและทำขนม ที่คนจำนวนมากได้ผันตัวเองมาเข้าครัวกันมากขึ้น ทั้งจากความว่างที่มีอยู่ หรือความสนใจ หรือแม้กระทั่งเพื่อหารายได้ในดำรงชีพตามหน้าสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ จะพบว่าบรรดาเพื่อนฝูงคนรู้จักจำนวนมากได้หันมาทำอาหาร หรือ ขนมกันอย่างมากมาย หลายคนที่ดูจากบุคลิกและพฤติกรรมในอดีตที่ไม่น่าจะเข้าครัวได้ ก็สามารถเนรมิตอาหารหรือเบเกอรี่ให้ออกมาดูน่ารับประทาน บางคนจากที่ทำเพื่อถ่ายรูปโชว์ขึ้นสื่อสังคมออนไลน์ ก็ขยับขยายรับออเดอร์จนเป็นเรื่องเป็นราว

จากกระแสการเข้าครัวก็เลยทำให้อุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกลายเป็นสินค้าขายดีและเป็นที่ต้องการกันมากขึ้น ตัวอย่างชัดเจนสุดคือหม้อทอดไร้น้ำมัน ที่กลายเป็นสินค้ายอดนิยมจนถึงขั้นขาดตลาดไปในบางรุ่น เมื่อเข้าไปดูตามสังคมออนไลน์ต่างๆ จะพบการรีวิวการทำอาหารด้วยหม้อทอดไร้น้ำมันอย่างมากมาย ต่อจากหม้อทอดไร้น้ำมัน ก็มาสู่เตาอบสำหรับทำขนม

และล่าสุดก็มาถึงจานชามบรรจุอาหารต่างๆ เนื่องจากรูปอาหารหรือขนมที่จะถ่ายลงสื่อสังคมออนไลน์ให้สวยงามนั้น พาชนะที่ใช้บรรจุก็มีส่วนสำคัญ ดังนั้นบรรดาจานหรือชามที่มีการออกแบบที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์จึงกลายเป็นสินค้าที่มีความต้องการและหมดไปอย่างรวดเร็ว

นอกจากการเข้าครัวแล้ว การเพาะปลูกและดูแลต้นไม้ก็เป็นอีกหนึ่งงานอดิเรกที่เป็นที่นิยมกันมากขึ้น ซึ่งจริงๆ กระแสการปลูกและดูแลต้นไม้ก็มาจากบรรดาดาราและเหล่าคนดังต่างๆ จากนั้นกระแสก็เริ่มลามสู่ผู้บริโภคทั่วไป

แนวโน้มประการที่สอง คือ การโหยหาประสบการณ์เหมือนยุคก่อนโควิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความบันเทิงและการท่องเที่ยว จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าแหล่งท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพแออัดขึ้นมาทันทีหลังคลายการล็อกดาวน์ นอกจากนี้การเที่ยวหรือทานเลี้ยงในกลุ่มเพื่อนฝูงก็เริ่มพบเห็นกันมากขึ้น สำคัญสุดคือเนื่องจากยังไม่สามารถไปเที่ยวต่างประเทศได้ ดังนั้นจุดไหนที่ถ่ายรูปแล้วดูเหมือนจะอยู่ต่างประเทศเลยกลายเป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่ในกรุงเทพกันเลยทีเดียว

ตัวอย่างเช่น ตึกโรงแรมเดอะเดวิสที่สุขุมวิท 24 ที่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งชุมนุมวัยรุ่นและผู้ที่ชอบถ่ายภาพ เนื่องจากเมื่อถ่ายในมุมดีๆ จะเสมือนถ่ายรูปอยู่ยุโรป ยังพบว่าวัยรุ่นบางคนถึงขั้นสวมเสื้อโค้ตมาถ่ายรูปกลางแดดร้อนของกรุงเทพ เพื่อให้บรรยากาศเหมือนอยู่ต่างประเทศมากที่สุด

แนวโน้มสุดท้ายที่พบเห็นคือ กระแสความสนใจในสินค้าแบรนด์เนมมือสองที่เริ่มมีมากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฝืดเคืองรวมทั้งสาเหตุอื่นๆ ทำให้หลายๆ คนเริ่มผ่องถ่ายสินค้าแบรนด์เนมที่เคยสะสมไว้ การเปิดเพจหรือไอจีสำหรับขายสินค้าแบรนด์เนมมือสองเริ่มพบเห็นได้มากขึ้น และที่น่าสนใจคือสินค้าเหล่านี้ก็สามารถขายได้อย่างดีและรวดเร็วด้วย แสดงว่ากำลังซื้อสำหรับลูกค้าบางกลุ่มยังคงมีอยู่ เพียงแต่แทนที่จะซื้อของใหม่ที่ราคาแพง ก็หันมาพิจารณาของมือสองที่คุณภาพดีและจากเจ้าของเดิมที่ไว้ใจได้

แนวโน้มทั้งสามประการเป็นเพียงแนวโน้มเล็กๆ น้อยๆ หรือที่เรียกว่า Micro Trends ที่เริ่มพบเห็นมากขึ้นในปัจจุบัน และเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ภายหลังโควิดจะทำให้เกิด Micro Trends อื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย

  • เช็คที่นี่! ‘บัตรคนจน’ กรกฎาคม 2563 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' ได้สิทธิอะไรบ้าง? 

  • 'เยียวยาเกษตรกร' โอนเงินไม่ได้กว่า 3 แสนราย 'ธ.ก.ส.' เร่งเช็คสิทธิ์ด่วน! www.moac.go.th

  • ฝนจะตกไหม? 5 แอพฯ 'พยากรณ์อากาศ' แม่นๆ ที่ต้องมีติดมือถือ