แจกเงินเยียวยา3,500บาท2เดือน

แจกเงินเยียวยา3,500บาท2เดือน

บิ๊กตู่แจกเงินเยียวยาคนละ 3,500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน พร้อมลดค่าน้ำค่าไฟฟ้า และภาษีที่ดิน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบจ่ายเงินมาตรการเยียวยาให้กับผู้ประกอบอาชีพอิสระ เกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รอบใหม่ คนละ 3,500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน โดยให้กระทรวงการคลังไปศึกษารายละเอียด และนำมาเสนอให้ ครม. เห็นชอบในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้คาดว่า เมื่อ ครม. เห็นชอบในสัปดาห์หน้า ประชาชน ที่ผ่านเกณฑ์จะได้เงินภายในสิ้นเดือน ม.ค. หรืออย่างช้าต้นเดือน ก.พ. นี้ โดยประชาชนที่ได้สิทธิ จะได้ต้องลงทะเบียนผ่าน “โครงการ เราชนะ” ที่กระทรวงการคลังกำลังดำเนินการอยู่

นอกจากนี้ ครม. ยังเห็นชอบมาตรการช่วยลดค่าไฟฟ้า ในเดือน ก.พ. และ มี.ค. เป็นเวลา 2 เดือนเช่นกัน โดยผู้ใช้ไฟฟ้ากิจการขนาดเล็ก ซึ่งไม่รวมหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ให้สิทธิ์ใช้ไฟฟ้าฟรี 50 หน่วยแรก ส่วนครัวเรือนที่ใช้ไฟไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน จะงดเก็บค่าไฟฟ้า 90 หน่วยแรก ส่วนที่ใช้เกินกว่า 150 หน่วยต่อเดือน ก็ให้ลดตามอัตราที่กำหนด

ลดค่าน้ำประปาลง 10% เฉพาะบ้านที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ เป็นเวลา 2 เดือน คือรอบบิลเดือน ก.พ.-มี.ค.64

  • หลายประเทศไม่ไว้ใจประสิทธิภาพ 'Sinovac' ยังคลุมเครือ
  • บุกทลายโกดังย่านลำลูกกานำถุงมือเก่ามาบรรจุใหม่ตบตาช่วงโควิด

ขณะเดียวกันยังมี การลงทะเบียนมาตรการคนละครึ่งรอบเก็บตก 1 ล้านสิทธิ คนละ 3,500 บาท ในปลายเดือน ม.ค. นี้

รวมถึงการลดค่าอินเตอร์เน็ต เพิ่มความเร็วความแรง ลดค่าใช้จ่าย โหลดหมอชนะฟรี 3 เดือน ในช่วงที่ต้องทำงานที่บ้าน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังได้ให้กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย ลดภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 90% และลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองอสังหาริมทรัพย์เหลือ 0.01% ออกไปอีกระยะหนึ่ง โดยให้นำรายละเอียดเสนอ ครม. สัปดาห์หน้า

สำหรับการช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปนั้น พบว่าโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องในสถาบันการเงินของรัฐมีวงเงินเหลืออยู่กว่า 2 แสนล้านบาท จึงให้กระทรวงการคลังประสานธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ช่วยเหลือทั้งด้านหนี้สินและสภาพคล่อง ให้กับผู้ประกอบการและประชาชนโดยเร็ว เช่น สินเชื่อธนาคารออมสิน 10,000-15,000 บาทต่อราย /ดอกเบี้ยต่ำ 0.1-0.35 ต่อเดือน ซึ่งจะมีการหารือกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป