‘แกรมมี่’ ผนึก ‘วีไลฟ์’ ลุยคอนเสิร์ตออนไลน์ 

ต้นปีประกาศแผนธุรกิจเพลงอย่างยิ่งใหญ่ แต่เมื่อไม่มีใครคาดการณ์โรคอุบัติใหม่ “โควิด” จะพ่นพิษรุนแรง จนทั้งโลกเจอวิกฤติ ธุรกิจโคม่า!! จนต้องปรับแผนจ้าละหวั่น “แกรมมี่” พลิกสูตร จัดโชว์บิส ผนึก “VLIVE” จากเกาหลี ลุยคอนเสิร์ตออนไลน์ เจาะคนดูไร้พรมแดน

แกรมมี่ รุกจัดโชว์บิซคอนเสริตออนไลน์ ผนึกทุนเกาหลีวีไลฟ์ (VLIVE)ผ่านแพลตฟอร์มถ่ายทอดสด ประเดิมโปรเจคจีเอ็มเอ็ม ออนไลน์ เฟสติวัล แก้เกมธุรกิจ หลังโควิดฉุดกิจกรรมออนกราวด์

นายภาวิต จิตรกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ส่งผลให้หลายกิจกรรมต้องหยุดดำเนินการ ในส่วนของแกรมมี่ ซึ่งมีการจัดคอนเสิร์ต ารแสดงโชว์บิซต่างๆที่เป็นกิจกรรม พื้นที่หรือออนกราวด์ ได้หยุดจัดคอนเสิร์ตเป็นเวลา 2-3 เดือน ขณะที่ผู้บรืโภคยังคงยังมีความต้องการและรอคอยการกลับมาจัดงาน

ขณะที่การจัดคอนเสิร์ตปัจจุบันระหว่างโลกออนกราวด์ และออนไลน์ถือว่าแยกจากกันชัดเจน และกิจกรรมสร้างประสบการณ์ให้คนดูแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ แกรมมี่ ต้องการจัดคอนเสิร์ตผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อยู่แล้ว แต่ทำทั้งทีต้องทำให้ดี และโดนใจกลุ่มเป้าหมาย ขณะเดียวกันสามารถดูแลศิลปิน ทีมงานเบื้องหลัง ผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมโชว์บิสได้อย่างดี จึงเลือกจับมือกับแพลตฟอร์มระดับโลกอย่างวีไลฟ์”(V LIVE)จากบริษัท Never ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกับ LINE ประเทศเกาหลีใต้ ในการเป็นพาร์ทเนอร์อันดับต้นๆของโลกมาร่วมงาน GMM Online Festival ระหว่างวันที่ 4-5 ..นี้

การเลือกวีไลฟ์เป็นพันธมิตร เพราะในการจัดคอนเสิร์ตในโลกเสมือนหรือ Virtual ผ่านออนไลน์ไม่ใช่สิ่งที่เราถนัด และเป็นสิ่งใหม่ ขณะที่การเรียนรู้จากการจัดคอนเสิร์ตที่ผ่านมาจำกัดคนดูได้เพียงหลักพัน ซึ่งถือว่าเล็กไปสำหรับความคิดถึงของแฟนๆที่มีต่อศิลปิน เราจึงอยากร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ที่เป็นแพลตฟอร์มระดับโลกที่ทำ Virtual คอนเสิร์ตอยู่แล้วทุกสัปดาห์อย่างวีไลฟ์มาร่วมงาน

สำหรับไฮไลท์คอนเสิร์ตออนไลน์ แบ่งการแสดงเป็นวันละ 7 ชั่วโมง มีศิลปินร่วมงาน 22 ชีวิต เช่น เป๊ก ผลิตโชควงค็อกเทล พาราด็อกซ์ เคลียร์ อะตอมฯ มีการจัดเต็มด้านโปรดักชั่น ทำให้เกิดการปฏิสัมพันธ์หรือ Interact กับผู้ชม ผู้ชมสามารถแสดงตัวตนบนหน้าจอที่อยู่บนเวที พร้อมส่งคอมเมนต์สดๆระหว่างการแสดง และทักทายพูดคุยได้แบบเรียลไทม์ผ่าน Virtual Meeting การแสดงยังแบ่งเป็น 4 เวที การทำโชว์ยังเน้นให้คนดูรู้สึกเสมือนจริงด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AR Technology)เพื่อทำให้ผู้ชมสัมผัสถึงความแตกต่างจากคอนเสิร์ตปกติทั่วไป โดยคอนเสิร์ตออนไลน์ดังกล่าวสามารถเปิดให้ชมไม่จำกัด และรับชมได้กว่า 200 ประเทศทั่วโลก โดยมีคำบรรยาย 2 ภาษาอังกฤษ และจีน ส่วนราคาขายบัตรจะอยู่ที่ 350 บาท หรือราว 600 วีคอยน์ และการขายบัตรจะไม่มีหมด(Sold out)

ส่วนแนวทางการจัดคอนเสิร์ตหลังจากนี้ ไม่สามารถเลือกได้ว่าจะให้ความสำคัญกับออนกราวด์หรือออนไลน์มากกว่ากัน เพราะยังต้องเกาะติดสถานการณ์โควิด แต่ภาพรวมต้องการให้กิจกรรมทั้งออนกราวด์และออนไลน์เติบโตคู่ขนาน

รายงานข่าวระบุว่า เมื่อต้นปีแกรมมี่มีแผนขยายธุรกิจโชว์บิสในปี 2563 ราว 40 งาน เพิ่มจากปีก่อนมี 30 งาน รวมถึงจะก้าวสู่เป็นผู้จัดงานโชว์บิสระดับโลก ส่วนงานแสดงของศิลปินตามผับ บาร์ สถานบันเทิงฯทั่วประเทศมีต่อปีมากกว่า 7,000 งาน