2021-10-27

“เอ๊าะ กีรติ” เปิดตัวภรรยาคู่ชีวิตจับมือกันฝ่าวิกฤต เผยพิษโควิดเป็นหนี้เกือบ 10 ล้าน

By Abdul

พิธีกรและนักแสดงมากความสามารถ เอ๊าะ กีรติ ที่วันนี้จะมาเปิดตัวภรรยา ก้อย วิภาวี ที่ต้องจับมือฝ่าฟันวิกฤตโควิด-19 บริษัททัวร์ขาดทุนยับ มีหนี้เกือบ 10 ล้านบาท จนเครียดหนักเคยคิดอยากฆ่าตัวตายมาแล้ว พร้อมเปิดเผยชีวิตคู่ ความรักที่ต้องปกปิดเป็นความลับ ผ่านทางรายการคุยแซ่บ SHOW ทางช่องวัน 31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ หนิง ปณิตา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

บริษัททัวร์เปิดมา 10 ปี แต่ 2 ปีที่ผ่านมาถูกสั่งปิดหมด มีรายได้เข้ามาบ้างไหม?

เอ๊าะ : “ตั้งแต่เริ่มโควิดทุกอย่างเป็นศูนย์หมดเลย รายรับเป็นศูนย์ แต่รายได้เป็นศูนย์ แต่รายจ่ายเท่าเดิม ประคองอยู่อย่างนี้มา 2 ปีแล้ว”

รายจ่ายต่อเดือนเท่าไหร่?

เอ๊าะ : “เฉลี่ยนะอยู่ที่ 3 แสนกว่าบาท มันมีเรื่องของค่าออฟฟิศ มีค่าพนักงาน ทุกอย่างมันเหมือนเดิม ผมไม่ให้พนักงานออก ก่อนโควิดเป็นยังไงทุกวันนี้เป็นอย่างนั้น”

ทำไมถึงไม่ยอมปลดพนักงาน?

เอ๊าะ : “คือ ณ วันนั้นเราไม่รู้ว่าอันนี้มันคืออะไร โควิดเป็นยังไงเราไม่รู้จัก เราก็เริ่มค่อยๆ แก้ สิ่งแรกที่ต้องทำคืออยากจะรักษาพนักงานไว้ เพราะเราไม่รู้ว่าโควิดมันจะยาวขนาดนี้ ก็รักษาพนักงานไว้ก่อน เพราะวันนึงที่มันพร้อมลูกค้าก็พร้อมจะบิน ต้องเล่าก่อนว่าก่อนโควิดงานเรามันแน่นจัด แล้ววันที่เกิดโควิดลูกค้าก็ยังอยู่เหมือนเดิม แต่เราบอกว่าพี่อย่าบินเลย มันไม่ปลอดภัย ทีนี้เราก็รู้แล้วเรามีลูกค้า ถ้าบินได้เราจะบินทันที”

จริงไหมถ้าโควิดมันไปถึงธันวาคม เราจะปิดบริษัท?

เอ๊าะ : “คิดไว้อย่างนั้น ตอนแรกคำพูดนี้คิดมาตั้งแต่ปีที่หนึ่ง ที่เริ่มโควิดมันยาวกว่าที่เราคิดมากเลย เดี๋ยวปิด เดี๋ยวเปิด เราเองก็ไม่กล้าไป เพราะไปเสร็จมันกักตัว 14 วัน”

จากคนไม่มีหนี้ กลายเป็นหนี้?

เอ๊าะ : “ประมาณ 8 ล้านกว่า เกือบ 10 ล้าน คือหนี้เรามีอยู่แล้วจากที่เราสร้างซื้อตึก ซื้อบ้าน ซื้อที่ดิน ซื้ออะไรไว้ แต่นี่มันคือหนี้ของการทำธุรกิจ”

ถึงจุดนี้ทำไมพี่ถึงไม่ลดเงินเดือนพนักงาน?

เอ๊าะ : “เงินเดือนพนักงานลดลง แต่ไม่ได้ให้เขาตกงาน”

8 ล้านที่เป็นหนี้มันมาจากไหนบ้าง?

เอ๊าะ : “มาจากการเช่าตึก เรื่องของตึกที่เราจะต้องผ่อนแบงก์อยู่ตลอดเวลา ห้าวไง อยากมีออฟฟิศ ซื้อตึกเลยผ่อนมา 10 ปี ส่วนค่าใช้จ่ายพวกค่าน้ำ ค่าไฟ ค่านู่นนี่นั่น เงินเดือนพนักงานทั้งหมดก็ยังเป็นเหมือนเดิม แต่มันน้อยลง รายรับมันไม่เข้า ที่นี้เราทำยังไง เงินส่วนตัวเราก็ออกไปประมาณนึงแล้ว แล้วก็มีกู้ธนาคารมาอีกนิดนึง มันทำให้โควิด 2 ปีล่อไปเกือบ 10 ล้าน”

ภรรยาว่ายังไงบ้าง?

ก้อย : “ตอนแรกมีปรึกษากันว่าจะปิดหรือไปต่อ พอรอบ 3 เริ่มไม่ค่อยเห็นอนาคตแล้ว ก็เลยถามว่าปิดไหม ก็จบไป พี่เอ๊าะเขาบอกว่ามันยังมีโอกาส เพราะว่าลูกค้าเราก็รออยู่ ก็อดทนอีกนิด ถ้าปิดตอนนี้เราเป็นหนี้ 8 ล้าน 100% แล้ว แต่ถ้าเราไปต่อก็ลุ้นกันว่าเราอาจจะมีรายได้แล้วกลับมาใช้หนี้ตรงนี้ได้”

เขาบอกว่าพี่เอ๊าะเคยคิดจะฆ่าตัวตาย เพราะเรื่องเป็นหนี้?

เอ๊าะ : “จริง คือมันคิด ทำไงดี แต่ละวันมันมีปัญหาตลอด เหมือนคนเอามีดมาแทง นั่งอยู่เฉยๆ โอเคเรื่องนี้แก้เสร็จ แก้เรื่องนี้อีก ต้องหาเงินอีก เงินหาไม่ได้เลย ทำยังไงดี คือคิดตลอดเลย แต่ไม่มีเวลาฆ่าตัวตาย จนเราลืมไปแล้วว่าเราเคยคิดฆ่าตัวตาย เพราะมันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ”

พี่ก้อยรู้ไหม?

ก้อย : “รู้คะ เหมือนเขาเครียด เขาก็เลยบอกว่าอยากตายเว้ย เราก็เข้าใจว่ามันเป็นอารมณ์ที่เครียดอยู่ แล้วก็เผลอพูดออกมา เราก็พยายามแซวเล่น ไม่ได้ทำให้มันเป็นเรื่องซีเรียสมากขึ้น ลูกยังไม่โตเลย”

เอ๊าะ : “ท้ายสุดมนุษย์พอมันอยู่กับปัญหานานๆ แก้ปัญหาทุกวัน แก้ไปเรื่อยๆ เราเหมือนได้รับวัคซีน ตัวเราก็เหมือนเก่งขึ้นเรื่อยๆ สมมติถ้าเราเจอแบบนี้อีกทีเราก็รู้แล้วว่าจะทำยังไง”

คุณรักรถมาก แต่เพราะโควิดคุณต้องขายรถ?

เอ๊าะ : “ขายหมดเลย คืออะไรที่เราไม่ได้ใช้เราขาย สองบัตรเครดิตเอ๊าะก็ไม่ใช้ ถ้าไม่มีเงินสดเท่ากับไม่ใช้ เราใช้ในสิ่งที่เรามี กลับมาดูว่าเรามีอะไร ก็ใช้เท่าที่มี”

เสียใจไหม?

เอ๊าะ : “ไม่เสียใจ เพราะมันไม่ต้องปิดบังเมียแล้ว”

คุณก้อยรู้ไหมว่าเขาซื้ออะไรแล้วหมกเม็ดไว้ตามบ้านคน?

ก้อย : “รู้ๆ”

เอ๊าะ : “ไม่ได้หมกตามบ้านครับผม ผมเอาไปจอดที่โฮเตลคาร์”

โกรธไหมก้อย?

ก้อย : “ไม่โกรธ แต่เป็นคนรู้อะไร แต่ไม่พูดมากกว่า”

คู่นี้เขาอยู่คนละสาย แล้วมาเจอกันได้ยังไง?

เอ๊าะ : “มันมีงานนึงก้อยต้องมารับผิดชอบแทนเพื่อน แล้วตอนนั้นเรากำลังท๊อปมาก แล้วเราก็เอาแต่ใจมาก เพราะเราเหนื่อยมาก”

ก้อย : “พอดีโทรไปแล้วพี่เอ๊าะเขารับสายพอดี ซึ่งปกติโทรไปเจอผู้จัดการตลอด แล้วพอเขารับเราก็บรีฟไปว่าอีเว้นท์พี่ต้องร้องเพลงนะ มีแบบนี้ ใส่เสื้อสีแดง กางเกงสีขาว เขาก็มาเลย ทำไมต้องทำอย่างนี้ ทำไมพี่ต้องร้องเพลง พี่ไม่ใส่กางเกงสีขาว ใครเขาใส่กางเกงสีขาวกัน”

เอ๊าะ : “คือผมใส่สีขาวไม่ได้ ตูดผมใหญ่มาก”

ก้อย : “เขาก็เหวี่ยงๆ”

ไปอีเว้นท์ชอบเขาไหม?

เอ๊าะ : “ยังๆ มันมาเริ่มชอบตอนที่เราทำอีเว้นท์แล้ว เขาก็เจ๋ง งานมี 1 ทุ่ม ให้ผมไปบ่าย 2 แล้วเขาขังผมไว้ในห้องเล็กๆ อยู่กับพริตตี้

แล้วไปเห็นเสน่ห์อะไรเขา?

เอ๊าะ : “วันนึงผู้หญิงคนนึงไม่เคยสอบสัมภาษณ์ผมเลยแม้แต่คำเดียวว่าพี่อยู่ไหน พี่ทำอะไร คือเขาไม่เคยถามอะไรผมเลย แต่เราโดนถามหมดเลยนะ สองคือเขาไม่เคยตามมาดูหรือมาอะไรเราเลย เราก็เลยมีความรู้สึกว่าคืออะไรวะ จนวันนึงเราทำงานใกล้กันมากๆ จนมีความรู้สึกว่าผมแก้ปัญหาเรื่องทัวร์มันหนักมาก เพราะมันใหญ่เกินไป เขาก็ยังอยู่ข้างๆ เพราะฉะนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะไม่รักเขาเลย แล้ววันที่ทำงานเจอกันครั้งแรก วันนั้นฝนตกแต่เขายืนอยู่ข้างเวทีตลอด ไม่ไปไหนเลย ผมถามว่าผมจะไม่รักเขาเหรอ เขาถอยไม่ได้เพราะเขามีหน้าที่เป็นสเตท”

ก้อย : “อันนี้คิดไปแล้วว่าผู้หญิงคนนี้ต้องรักเราแน่ๆ”

แล้วคุณเริ่มจีบเขาตั้งแต่เมื่อไหร่?

เอ๊าะ : “วันนั้นเลย ก็ขอเบอร์เลย”

เขาทำยังไงถึงชนะใจเราได้?

ก้อย : “มันเป็นการคุยกันแบบปรึกษา เขาไม่ได้เชิงจีบ เหมือนคุยปรึกษาเรื่องงาน เขาก็จะให้คำแนะนำที่ดี”

เราก็รู้อดีตเขาว่าเจ้าชู้ขนาดไหน ถึงขนาดผู้หญิงมาแสดงตัวเลยเหรอ?

ก้อย : “มีบ้างๆ บางคนก็มาแบบแนวดีๆ บ้างๆ โทรมาแบบพี่เอ๊าะเขารักพี่มากนะ คือหนูเลิกยุ่งกับเขาไปแล้ว เขารักพี่มาก หนูเคยบอกให้เขาเลิกคุยกับทุกคน เขาบอกว่าเลิกได้ยกเว้นก้อยนะ ก็ไม่รู้จุดประสงค์เหมือนกันว่าบอกเพื่ออะไร”

แล้วคนที่จับได้ที่โรงแรม?

เอ๊าะ : “อันนี้มันก่อนแต่งงาน แล้วเราก็แบบมีงานพรุ่งนี้ เราไปล่วงหน้า 1 วันก็ไปเที่ยวสบาย ไปกับอีกคนนึง พอตกเย็นอารมณ์เหมือนเสี่ยใส่ผ้าลื่นๆ หนีบกระเป๋าเงิน เข้าห้อง ปิดประตู กำลังจะลั้นลา ได้ยินเสียงเคาะประตู พอเปิดปุ๊บเจอก้อยอยู่หน้าประตู เราก็ปิด”

ผู้หญิงถามไหมว่าใคร?

เอ๊าะ : “เราตอบอะไรไม่ได้แล้ว ติดอ่างไปหมด”

เล่าสิรอดมาได้ยังไง?

เอ๊าะ : “ทีนี้เสียงเคาะดังปังๆ เปิดใหม่ ก็ยืนอยู่เหมือนเดิม ก็ตั้งสติ เปิดไปก็ไปนั่งคุยกันข้างหน้า”

ทำไมก้อยบินตามไป?

ก้อย :  “มันมีเหตุผู้หญิงเขาแสดงให้เราเห็นว่าเขาอยู่ตรงนั้น ผู้หญิงคนนี้เขาก็ดีกับเรานะ อันนี้พูดตรงๆ ถ้าเป็นคนอื่นเราก็คงไม่ตามไป เราก็ไปดูให้มั่นใจ จริงๆ เราเห็นก่อนหน้านั้น คือเราเห็นรถกอล์ฟวิ่งมา เราก็หลบอยู่ในพุ่มไม้ เขาก็เดินอยู่หน้าเรา แล้วเข้าห้องไป”

โกรธไหม?

ก้อย : “ก็โกรธ ใช่คนที่เราคิดจริงๆ”

ยื่นคำขาดให้เลิกไหม หรือถามไหมว่าจะเอายังไง?

ก้อย : “ถามๆ ว่าเอายังไง”

เอ๊าะ : “ก็ตามนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ขนาดนั้น”

ก้อย : “ไม่ได้สั่งให้เลิก แต่ให้ตัดสินใจมาเลยว่าจะเอายังไง”

เอ๊าะ : “วันนั้นก็เดินกลับไปเอาของ แล้วไปนอนห้องก้อย ถึงห้องแล้วนอนเลย เราไม่ได้แก้ตัวอะไรมาก มันก็ขำ มันต้องขนาดนี้เลยเหรอ”

จริงไหมที่เอ๊าะมีกินเล็ก กินน้อย เพราะก้อยไม่ยอมให้มีอะไรด้วย?

ก้อย : “จริงค่ะ”

ทำไมหวงตัวเองกับผู้ชายคนนี้?

ก้อย : “ทุกคน ไม่ได้ว่าคนนี้ คือเป็นคนหัวโบราณ”

คุ้มค่ากับการรอไหม?

เอ๊าะ : “ที่สุด ตาเหลือกเลย”

พอแต่งงานแล้ว พี่หยุดไหม?

เอ๊าะ : “หยุดตั้งแต่วันนั้นเลย พอแต่งงานแล้วทุกอย่างมันยุ่ง มันไม่มีเวลา ผมรักเขา”

แล้วทำไมคุณถึงปิดบังเรื่องแต่งงาน?

เอ๊าะ : “คืออย่างนี้ ตอนนั้นเรารู้สึกว่าเขาควรจะมีพื้นที่ของเขา เพราะเขาคือคนธรรม อยากให้เขาใช้ชีวิตกับเพื่อนของเขา เราก็พยายามเซฟเขาไว้ที่สุด”

งานแต่งจัดเล็กๆ ซึ่งญาติพี่ก้อยไม่โอเค?

เอ๊าะ : “วันนั้นญาติโอเค แต่ว่ามีบางท่านที่ไม่โอเค เราก็เลยเรียกคุยสบายๆ คือผมแค่อยากประหยัดเงิน ที่ต้องเอาไปจ่ายค่าต่างๆ เอาให้เขาไปเลย แต่ก็สัญญากับเขานะว่าวันนึงพ่อจะจัดงานฉลองสมรสให้ พ่อ แม่ ลูก”

เขาไม่พาเราออกสื่อ อึดอัดไหม หรือเราชอบ?

ก้อย : “เฉยๆ เพราะว่าคบกันมาก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว ไม่ได้ออกสื่อตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”

อยากบอกอะไรกับก้อย?

เอ๊าะ : “ขอบคุณก้อยมาก ขอบคุณญาติๆ ของก้อยด้วยที่กรุณาครอบครัวเล็กๆ ของผม แล้วก็ขอบคุณที่กรุณาผู้ชายคนนี้ให้เขาคิด เขาทำ แล้วก็ขอบคุณก้อยจริงๆ ที่เปิดพื้นที่ให้เอ๊าะได้คิดและทำ และอยู่เคียงข้างไม่มีวันไหนที่ไม่เห็นเขาเลย ท้ายสุดความรักมันคือความเข้าใจจริงๆ นะ และนี่มันมากกว่ารัก มันคือความเข้าใจ”

ก้อย : “ก็ขอบคุณเขาเหมือนกัน เขาเป็นผู้ชายที่เกินความคาดหวัง ตั้งแต่คุยกันมา แต่งงาน มีลูกเขาเขาก็ดูแลลูก เราไม่คิดว่าเขาจะเป็นได้ขนาดนั้น หลังจากแต่งงานก็เปลี่ยนไปเลย ทุกอย่างเขาโอเคหมดเลย” 

ติดตามชมรายการคุยแซ่บ Show ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama