เอ็มเทค-ไทยเบฟ เปิดตัว Green Rock วัสดุก่อสร้างสู่ความยั่งยืน

เอ็มเทค สวทช.- ไทยเบฟ เปิดตัว “Green Rock” นวัตกรรมวัสดุเม็ดมวลเบาสังเคราะห์สำหรับอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างสู่ความยั่งยืน เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน  

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ร่วมกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เปิดตัว ผลิตภัณฑ์ G Rock สู่ Green Rock นวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างสู่ความยั่งยืน นวัตกรรมวัสดุเม็ดมวลเบาสังเคราะห์สำหรับอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างสู่ความยั่งยืนเพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน  

ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวนการ สวทช. กล่าวว่า ตามนโยบายรัฐบาลที่สนับสนุน BCG Model สวทช. ได้กำหนดเป็นแผนงานสำคัญภายใต้แผนกลยุทธ์ สวทช. (2564-2568) ได้ระดมความเชี่ยวชาญใช้ความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อน BCG สู่การปฏิบัติ โดยมีแนวทางการส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมเพื่อการขับเคลื่อน BCG ที่เน้นทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิดด้วยกลไกการสนับสนุนด้านต่างๆ อาทิ การสนับสนุนทางการเงิน ผ่านศูนย์ลงทุน/NSTDA Holding สิทธิประโยชน์ทางภาษี การพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยีในโครงการต่างๆ อาทิ โครงการ Startup Voucher โครงการ Research Gap Fund

160543066578

รวมทั้งยังบริการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) เมืองนวัตกรรมอาหารและการทำงานร่วมวิจัยกับภาคเอกชน ทั้งนี้ตัวอย่างความสำเร็จในการดำเนินงานที่ผ่านมา เช่น ร่วมกับบริษัทเอกชนผู้ประกอบการผู้ผลิตไข่ พัฒนานวัตกรรมเพื่อใช้ประโยชน์และเพิ่มมูลค่าจากไข่แบบครบวงจร ตั้งแต่ ไข่แดง ไข่ขาว (antimicrobial peptide) เยื่อไข่ (eggshell membrane hydrolysate) ตลอดไปถึงเปลือกไข่ (แคลเซียม) ตอบโจทย์ BCG โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular economy) ในการลดของเสียจากอุตสาหกรรมอาหารและการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์

นอกจากนี้ สวทช. ร่วมกับ GIZ  และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยร่วมดำเนินการโครงการ “Singleuse Plastic Prevention in Southeast Asia (CAPSEA)” สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน และยังมีด้านการท่องเที่ยว ซึ่ง สวทช. โดยโปรแกรม ITAP สนับสนุนผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ประยุกต์ใช้นวัตกรรมสนับสนุนเศรษฐกิจ BCG โดยเริ่มดำเนินการโครงการ Krabi Go Green Model ร่วมกับ จ.กระบี่ เน้นการพัฒนาด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ความปลอดภัยด้านอาหาร การเพิ่มรายได้การท่องเที่ยว ล่าสุดผลงาน Green Rock เป็นอีกตัวอย่างความสำเร็จของความร่วมมือภาครัฐและเอกชนที่เข้มแข็ง เพื่อนำไปสู่เป้าหมายความยั่งยืน ภายใต้แนวคิดระบบเศรษฐกิจ ในโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG

160543081487

จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการ เอ็มเทค สวทช. กล่าวว่า ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ได้นำองค์ความรู้ด้านวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุเพื่อพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยใช้ประโยชน์จากวัสดุพลอยได้จากภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พื้นที่ในการฝังกลบ และเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหล่านั้น ซึ่งวัสดุเม็ดมวลเบาสังเคราะห์ หรือ G-Rock พัฒนาขึ้นโดย ดร.พิทักษ์ เหล่ารัตนกุล หัวหน้าทีมวิจัยวิศวกรรมเซรามิกส์ เอ็มเทค ที่มีความสนใจงานวิจัยด้านวัสดุก่อสร้าง โดยมีแนวทางคือการนำวัสดุพลอยได้จากภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมกลับมาใช้ประโยชน์

160543068585

โดยประยุกต์ใช้ทดแทนหินจากธรรมชาติในส่วนผสมของชิ้นส่วนคอนกรีตประเภทต่างๆ ซึ่งจะช่วยลดภาระน้ำหนักโครงสร้างของตัวอาคารได้อย่างมาก โดยยังคงความแข็งแรงตามมาตรฐานด้านการก่อสร้าง รวมถึงยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงานของอาคารได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีโครงสร้างที่ประกอบด้วยฟองอากาศภายในเป็นจำนวนมาก จึงช่วยป้องกันการถ่ายเทความร้อนจากแสงอาทิตย์เข้าสู่ภายในอาคารได้ดี 

“ทีมวิจัยเอ็มเทคใช้เวลากว่า 3 ปี ทำงานร่วมกับบริษัท จรัญธุรกิจ 52 จำกัด กลุ่มธุรกิจต่อเนื่อง ในเครือบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่การออกแบบและพัฒนาสูตรส่วนผสมในกระบวนการผลิตระดับอุตสาหกรรมโดยใช้วัสดุพลอยได้จากกระบวนการผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมไทยเบฟเวอเรจฯ และร่วมมือกับบริษัท พีซีเอ็ม คอนสตรัคชั่น แมททีเรียล จำกัด ทดสอบประสิทธิภาพด้านการต้านทานความร้อนของแผ่นผนังคอนกรีตสำเร็จรูปผสม GRock ปัจจุบันบริษัท จรัญธุรกิจ 52 จำกัด ประสบความสำเร็จในการผลิตเชิงพาณิชย์และใช้ชื่อทางการค้า “Green rock” วัสดุเม็ดมวลเบาสังเคราะห์”

160543079956

ทั้งนี้แนวคิด Circular Economy สามารถนำมาใช้ได้จริงทั้งในเรื่องการเติบโตของธุรกิจและโอกาสทางธุรกิจใหม่  มีตัวอย่างความสำเร็จที่อยากชวนให้ร่วมกันถอดบทเรียนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อองค์กรอื่นๆ ได้นำไปปรับใช้ นวัตกรรมและเทคโนโลยีวัสดุสามารถช่วยยกระดับกระบวนการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ทั้งนี้ความร่วมมือของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยและของโลก

 

  • ตรวจสอบเงินประกันรายได้เกษตร จ่ายส่วนต่าง 'ประกันราคาข้าว' งวดแรกวันนี้ เช็คที่นี่

  • ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจหวย งวด 16 พฤศจิกายน 2563

  • เปิดเงื่อนไขสำคัญ ‘คนละครึ่งเฟส 2’ ใครได้บ้าง เช็คเลย!

นายประวิช สุขุม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดสายบริหารทั่วไป บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะบริษัทที่เป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มระดับโลกที่ได้รับการจัดอันดับ โดย DJSI ติดต่อกัน 2 ปีซ้อน ไทยเบฟ มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคม โดยน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy) มาเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือ Circular Economy มาใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรในห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นน้ำเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไทยเบฟ สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการพัฒนาและประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ เช่น ผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการใหม่ๆ ที่มีคุณค่า (Value Creation) และมีประโยชน์ต่อผู้คน สังคมและเศรษฐกิจ ทำให้สามารถนำไปขยายผล ต่อยอดเพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์

160543076880

ล่าสุด ไทยเบฟ ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง “โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว (BCG โมเดล) สร้างความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน” เพื่อร่วมมือในการขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้เศรษฐกิจ BCG (BCG Economy Model) โดยการผนึก 3 เศรษฐกิจเข้าด้วยกัน ประกอบด้วย เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เพื่อมุ่งเป้าหมายสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals, SDGs) โดยอาศัยองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ

160543078448

“นำไปสู่ความยั่งยืนทั้งด้านความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงทางสาธารณสุข ความมั่นคงทางพลังงาน หลักประกันการมีงานทำ และความยั่งยืนของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ไทยเบฟ เล็งเห็นความสำคัญเรื่องนวัตกรรม ที่ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ไทยเบฟเป็นผู้นำทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่ บริษัท จรัญธุรกิจ 52 จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่มีความเชี่ยวชาญการผลิตกระเบื้องซีเมนต์ปูพื้นมากกว่า 20 ปี ร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานชั้นนำด้านการพัฒนาและวิจัยระดับประเทศ เพื่อพัฒนานวัตกรรม โดยไทยเบฟ ให้การสนับสนุนงานวิจัยผลพลอยได้จากกระบวนการผลิต ซึ่งนำมาพัฒนาต่อยอดให้เป็น Green Rock หรือ เม็ดวัสดุมวลเบาสังเคราะห์ ที่เป็นนวัตกรรมเพื่องานวัสดุก่อสร้างตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ ทั้งทางด้านคุณภาพ การใช้งาน สามารถใช้ทดแทนหินบดหรือทรายทั่วไปจากธรรมชาติ ทำให้ช่วยลดการทำลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมได้โดยแท้จริง”