2022-06-16

เศรษฐกิจไทยยันโหวตสมรสเท่าเทียมเพื่อประชาชน ไม่มีนัยถึงศึกซักฟอก

By Abdul

หลังจากสภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการในวาระที่ 1 เมื่อวันพุธ (15 มิ.ย.) ของร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ ที่มีลักษณะเดียวกันคือให้สิทธิการแต่งงานและสร้างครอบครัวของคู่รักเพศเดียวกันเหมือนกับคู่รักเพศตรงข้าม ได้แก่

  • ร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิตที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี
  • ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี
  • ร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิตที่เสนอโดยพรรคประชาธิปัตย์
  • และร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เสนอโดยพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นร่างกฎหมายของฝ่ายค้านฉบับเดียว และได้รับคะแนนโหวตเห็นด้วย 212 เสียง ไม่เห็นด้วย 180 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง โดยมีคะแนนโหวตเห็นด้วยจากพรรคเศรษฐกิจไทย 12 เสียง

นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย และ ส.ส.กำแพงเพชร ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว News ว่าเป็นไปตามที่ประชุมพรรคที่เห็นใจคนที่ต้องการรับร่างกฎหมายและจะได้ประโยชน์จากร่างกฎหมายฉบับนี้ เราไม่ควรผลักให้กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศเป็นพลเมืองชั้นสองของประเทศ อีกทั้งการพิจารณาเมื่อวานนี้เป็นเพียงวาระ 1 ซึ่งยังเหลืออีก 2 วาระกว่าออกมาเป็นกฎหมาย การจะไปเตะตัดขาตั้งแต่ตั้น โดยยังไม่เอามาพิจารณาดูรายละเอียดหรือปรับแก้ก็เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง

เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทยรายนี้ กล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกัน การให้สิทธิการแต่งงานกลุ่มคู่รักเพศเดียวกันยังมีประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ หากกฎหมายนี้ประกาศใช้ ชาวโลกก็จะเห็นว่าประเทศไทยเปิดกว้าง และไม่ได้มีอคติกับความหลากหลายทางเพศอย่างแท้จริง น่าจะสามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวได้อีกมาก คู่รักหลายคู่อาจจะอยากมาแต่งงานหรือฮันนีมูนที่ประเทศไทยก็เป็นได้ แต่ทั้งนี้เรื่องที่พรรคเศรษฐกิจไทยให้ความสำคัญกับประเด็นนี้มากกว่าคือเรื่องสิทธิ

เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย เสริมว่า พรรคมองความเท่าเทียมของมนุษย์ว่า เขาชอบแบบไหน เขาก็ควรจะได้รักแบบนั้น ส.ส.ส่วนใหญ่ในพรรคเห็นด้วยกับกฎหมายทั้ง 4 ฉบับและยังไม่ถึงเวลาว่าจะตัดสินใจว่าร่างกฎหมายฉบับไหนดีกว่ากัน เพราะตอนนี้เป็นเหมือนแค่บันไดก้าวแรกยังต้องมีการปรับปรุงกฎหมายในก้าวต่อๆ ไป

“ทุกวันนี้กลุ่มเพศสภาพสมัครงานก็ยาก ถ้าเขามีความรักจะแต่งงาน ทำไมไม่ให้เขาบ้าง…เขาชอบแบบไหนก็ควรได้รักแบบนั้น” นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทยกล่าว

นายไผ่ ย้ำว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรค พูดเสมอว่า พรรคเราออกจากพลังประชารัฐ มาทำงานเคียงข้างประชาชน สิ่งที่ประชาชนต้องการ เราฝืนไม่ได้ พวกเขาต้องมีพื้นที่ แต่ไม่อยากให้โยงว่าเป็นการเมือง เป็นการโหวตเชิงสัญลักษณ์ก่อนจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะถ้ากลัวเรื่องโหวตนี้จะสะท้อนถึงอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราต้องไม่โหวตให้ประชาชน ให้กับเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเลยหรือ?