เวียตเจ็ท ขึ้นแท่นสายการบินเอกชนใหญ่สุดในเวียดนาม

เวียตเจ็ท ขึ้นแท่นสายการบินเอกชนใหญ่สุดในเวียดนาม

สายการบินเวียตเจ็ท โชว์ศักยภาพสายการบินเอกชนรายแรกของเวียดนาม ให้บริการภาคพื้นดินเองอย่างเป็นทางการที่สนามบินนานาชาติโหน่ยบ่าย เมืองฮานอย ตั้งรับธุรกิจอนาคตเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยว

นายเหงียน แทน เซิน รองประธานเวียตเจ็ท กล่าวว่าสายการบินเวียตเจ็ทเริ่ม เริ่มแผนปฎิบัติการให้บริการภาคพื้นดินอย่างเป็นทางการ ที่สนามบินนานาชาติโหน่ยบ่าย เมืองฮานอย เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงคุณภาพการบริการของทางสายการบิน ให้สามารถปรับตารางบินของตัวเองอย่างอิสระและยืดหยุ่นเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการในการเดินทางโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูท่องเที่ยว และที่สำคัญยังสามารถจัดการต้นทุนการดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้แน่ใจว่าทางสายการบินให้บริการได้อย่างทั่วถึงและปลอดภัย

“การประกาศเปิดการบริการภาคพื้นเองของสายการบินเวียตเจ็ทที่ฮานอย ในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของการพัฒนาเชิงกลยุทธ์ของเวียตเจ็ทเพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการจัดการภาคพื้นดินและอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารได้อย่างเต็มที่มากขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มแหล่งรายได้และโอกาสในจัดการลดต้นทุนของเราอีกด้วย” นายเหงียน กล่าว

ปัจจุบันเวียตเจ็ทเป็นหนึ่งในสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ในแง่ของความถี่การให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศโดยเฉพาะที่สนามบินนานาชาติโหน่ยบ่าย สายการบินให้บริการเส้นทางบินในประเทศและระหว่างประเทศมากกว่า 30 เส้นทางจากสนามบินนี้

โดยให้บริการผู้โดยสารหลายพันคนต่อวัน สนามบินโหน่ยบ่าย จึงได้รับเลือกให้เป็นสนามบินแห่งแรกสำหรับเวียตเจ็ทในการเริ่มให้บริการภาคพื้นดินเองเพื่อปูทางไปสู่การขยายบริการของสายการบินในอนาคต ในการจัดตั้งการให้บริการภาคพื้นดินเองในขณะที่อุตสาหกรรมการบินกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของโรคโควิด -19 เช่นนี้ เวียตเจ็ทได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นสายการบินที่มีความสามารถในการบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยมเนื่องจากมีแผนธุรกิจที่ยืดหยุ่นอยู่ตลอดเวลาเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงและท้าทาย

  • เทหมดหน้าตัก บิ๊กตู่โชว์โหมโรงเศรษฐกิจ
  • ผวาภูเก็ตโมเดล ทำโควิดระบาดรอบสอง

เวียตเจ็ทเป็นหนึ่งในสายการบินชั้นนำที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคมานานหลายปี กำไรหลังหักภาษีรวมของสายการบินมีมูลค่าถึง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 62,740,000 ล้านบาท) ภายในช่วงหกเดือนแรกของปี 2020

นายเหงียน กล่าวว่าเวียตเจ็ทได้พยายามแสวงหาโอกาสทางธุรกิจเชิงรุกเพิ่มเติมในช่วงที่เกิดการระบาด นอกเหนือไปจากบริการภาคพื้นดินที่จัดการได้ด้วยตนเอง ยังมีการเพิ่มบริการขนส่งสินค้าตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 และดำเนินการเที่ยวบินขนส่งสินค้าหลายพันเที่ยวเพื่อส่งมอบสินค้าและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น

สำหรับการเตรียมพร้อมสำหรับการกลับมาของตลาดการบินหลังการระบาดของโรคโควิด-19 เวียตเจ็ทได้พัฒนาแผนสำหรับผลิตภัณฑ์อีคอมเมิร์ซใหม่ ๆ ซึ่งจะออกวางจำหน่ายในเร็ว ๆ นี้ เชื่อว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากต่อลูกค้าและสร้างรายได้ให้กับสายการบินได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้เวียตเจ็ทยังพร้อมที่จะดำเนินแผนการบินสำหรับตลาดต่างประเทศทันทีที่ทางการให้ไฟเขียวในการบิน รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะตรวจสอบให้แน่ใจว่าการระบาดของโรคโควิด-19 นี้ จะถูกควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและพนักงานของสายการบิน ซึ่งนับเป็นปัจจัยพื้นฐานในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการลงทุน