เปิดโหมดคอนเซอร์เวทีฟ ‘บาพส์’ฝ่าทุกคลื่นที่ท้าทาย

เพื่อตอบโจทย์ที่ยากในเวลานี้จึงมุ่งคอนเซอร์เวทีฟ มีความระมัดระวัง ทำทุกอย่างอย่างค่อยเป็นค่อยไป

คือมุมมองของ หม่อมราชวงศ์ศุภดิศ ดิศกุล กรรมการผู้จัดการคนแรกของบาฟส์  เวลานี้เขาดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทบริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BAFS)ที่อิงเข้ากับการคาดการณ์ของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เป็นหลักซึ่งประเมินว่าการเดินทางทางอากาศทั่วโลกจะไม่สามารถฟื้นตัวสู่ระดับที่เทียบเท่ากับในช่วงก่อนเกิดโควิด-19 แพร่ได้จนถึงปี 2567 ดังนั้นคอนเซอร์เวทีฟถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด 

อบ่างไรก็ดี ผู้บริหารบาฟส์บอกว่า หลายปีที่ผ่านมารู้ดีว่า 'เสี่ยง' หากฝากทุกอย่างไว้กับคอร์บิสิเนส ซึ่งเป็นธุรกิจให้บริการระบบเติมน้ำมันอากาศยานและธุรกิจให้บริการขนส่งน้ำมันทางท่อ  บาฟส์ได้เร่งขยายไปสู่ธุรกิจใหม่ ๆ มีทั้งธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ด้านพลังงานทางเลือก ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  แต่ถือว่ายังล่าช้าไม่สามารถรับมือกับโควิด-19  

“เพื่อลดผลกระทบจากโควิด-19  เรามีการชะลอธุรกิจ ลดการเติบโต และลดการใช้จ่ายทุกอย่างที่ยังไม่จำเป็นไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้าง การปรับปรุงโครงการต่าง ๆ เราปรับลดค่าเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนของกรรมการบริษัทลงถึงครึ่งหนึ่งและปรับลดเงินเดือนระดับผู้บริหาร 10-50%   ตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงปัจจุบัน ตัวผมเองก็ลดเงินเดือนลง 50%  แต่ไม่มีการลดเงินเดือนของพนักงานระดับล่าง รวมถึงไม่มีนโนบายลดจำนวนพนักงานแต่เราปรับลด ยกเลิก ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น สวัสดิการต่างๆ เช่นค่ารักษาพยาบาล ค่าบ้านพักตากอากาศ  เป็นต้น”

แต่ในเวลาเดียวกันก็ยังคงสนับสนุนให้พนักงานทำกิจกรรมต่าง ๆที่จะทำให้มีความสุข มีสุขภาพที่ดี  เพราะเชื่อว่าจะทำให้ผลการทำงานดีตามมาด้วย เช่น การออกกำลังกาย รวมไปถึงการปลูกผักปลอดสารที่สร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย เป็นต้น 

 ปัจจุบัน บาฟส์ มีบริษัทในกลุ่มทั้งสิ้น 6 บริษัท ได้แก่ 1. บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด ( FPT)ดำเนินการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางระบบท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดิน   2. บริษัท ไทยเชื้อเพลิงการบิน จำกัด (  TARCO) ดำเนินโครงการวางท่อน้ำมันในสนามบิน 3. บริษัท บริการน้ำมันอากาศยาน จำกัด ( IPS) ให้บริการเติมน้ำมันอากาศยาน 4. บริษัท บาฟส์ อินโนเวชั่น ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ( BID) ดำเนินธุรกิจด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี 5. บริษัท บาฟส์ อินเทค จำกัด ดำเนินธุรกิจออกแบบ ผลิต ประกอบรถเติมน้ำมันอากาศยานและอุปกรณ์ให้บริการภาคพื้นอากาศยาน  และ6. บริษัท บาฟส์ คลีน เอนเนอร์ยี่ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ธุรกิจพลังงานทดแทนและสิ่งแวดล้อม

เห็นได้ชัดว่ามีการขยายไปสู่ธุรกิจอื่น ๆแล้ว เนื่องจากโครงสร้างรายได้เดิมของบาฟส์ 93% จะมาจากคอร์บิสิเนส  เป็นธุรกิจอื่นแค่ 7%  แต่ในปีที่ผ่านมา (ปีพ.ศ.2562) รายได้จากคอร์บิสิเนสมี 80% เป็นธุรกิจอื่น 20%  ทั้งนี้แผนเดิมที่วางก่อนเกิดโควิด-19 ก็คือในภายในปี 2563-67 (เป้าหมายระยะกลาง) ต้องลดสัดส่วนรายได้จากคอร์บิสิเนสให้เหลือแค่ 43% และภายในปีพ.ศ. 2568 -2578 (เป้าหมายระยะยาว) มุ่งเรื่องสิ่งแวดล้อม ลดโลกร้อน โดยสัดส่วนรายได้จะมาจากธุรกิจคาร์บอนกับนอนคาร์บอน 50:50  หมายเหตุว่าบาฟส์ได้การรับรองให้เป็น Carbon Neutral Company จากองค์กรบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) ในปีพ.ศ. 2562 ซึ่งบรรลุตามเป้าหมายและกรอบเวลาที่วางไว้

” หากไม่มีโควิด-19  บาฟส์มีแนวโน้มจะเติบโตมากและรวดเร็ว  อย่างเช่น บาฟส์ อินเทค ได้มีการเจรจากับบริษัทชั้นนำจากยุโรปซึ่งมีโนว์ฮาวเรื่องรถอีวีหรือรถไฟฟ้า ลงทุนขยายโรงงานประกอบรถเติมน้ำมันอีวี ส่วนบาฟส์เองก็ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอให้เป็นฐานประกอบรถเติมน้ำมันที่ผลิตส่งออกต่างประเทศ แต่ที่สุดก็ต้องชะงักเพราะบริษัทยุโรปไม่สามารถเดินทางมาที่ประเทศไทยได้ จริง ๆเรามีแผนใหญ่ว่าจะสร้างโรงงานประกอบรถเติมน้ำมันที่เป็นอีวี และรถที่ใช้ในสนามบินให้เป็นอีวีให้หมด คิดว่าต้องขยายได้ใหญ่เพราะธุรกิจนี้สำหรับเราถือเป็นบลูโอเชียน ต้องอาศัยความสามารถความเชี่ยวชาญที่เฉพาะ  ทำได้ยากไม่ใช่ใครก็ทำได้ทำได้ยาก และในอนาคตเรายังวางแผนนำบาฟส์ อินเทคเข้าตลาด MAI ด้วย”

แต่มองว่าโชคดี ที่ยังมีธุรกิจอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับคอร์บิสิเนส โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่ยิ่งเจอวิกฤติโควิดก็ยิ่งมีแนวโน้มว่าไปได้ดี เรียกได้ว่าหนึ่งในธุรกิจที่เป็นเรือธงสำคัญของบาฟส์ในเวลานี้จึงหนีไม่พ้นบริษัท BID ซึ่งทำการพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างบล็อกเชนและเอไอ  อีกธุรกิจหนึ่งที่อยู่ในข่าย “ดาวรุ่ง” ก็คือ บาฟส์ คลีน เอนเนอร์ยี่ ที่ทำเรื่องพลังงานทดแทน

เป้าหมายของบาฟส์ก็คือมุ่งเติบโตพัฒนาอย่างยั่งยืน และมั่นคง   วิสัยทัศน์ขององค์กรก็คือ “มุ่งมั่นต่อการให้บริการขนส่งพลังงาน  เพื่อสร้างความมั่นคงของประเทศ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม”  มีค่านิยมเป็นรหัสย่อว่า F-P-T ซึ่ง F หมายถึง  Fulfill to Safety and Environmental ตระหนักถึงความปลอดภัย และใส่ใจสิ่งแวดล้อม Pหมายถึง Prompt Services beyond transparency and full Responsibility ทีมงานมีความพร้อม โปร่งใส เต็มใจให้บริการ และรับผิดชอบต่อผลงานและT หมายถึง Technology innovation support Thai Society สร้างนวัตกรรม เทคโนโลยี สนับสนุนสิ่งที่ดีสู่สังคมไทย

“ยังคงมีธุรกิจอีก 10%  เป็นธุรกิจใหม่ที่บาฟส์ยังไม่ได้ขยายไปทำ ยังมองไม่เห็นว่าควรเป็นธุรกิจอะไร ซึ่งเป็นหน้าที่ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องคิดว่าต้องทำอะไรต่อไป เพราะในอีก 5 ปีข้างหน้าพนักงานรุ่นบุกเบิกเป็นเจนเนอเรชั่นเก่าจะไม่มีใครเหลือถือเป็นการส่งไม้ต่อโดยสมบูรณ์จริงๆ  อย่างไรก็ตามก็เชื่อมั่นว่าโครงสร้างที่ถูกวางไว้แม้จากนี้หากต้องเผชิญวิกฤติใดก็ตาม บาฟส์ก็จะไม่กระเทือนแน่นอน”

ประเด็นหนึ่งที่หม่อมราชวงศ์ศุภดิศ มองว่าเป็นจุดแข็งของบาฟส์ก็คือ ผู้นำไม่มีวาระในการดำรงตำแหน่งสามารถขับเคลื่อนองค์กรอย่างต่อเนื่อง แต่การจะได้ไปไปต่อในโลกอนาคตนั้น เขามองว่าคุณสมบัติของผู้นำบาฟส์ที่ต้องมีว่าด้วยทักษะในเรื่องของการค้าขายกับต่างประเทศ  จากนี้บาฟส์ต้องมุ่งสู่ความเป็นอินเตอร์  ไปสู่เกมที่ไร้พรมแดน

  • ข่าวปลอม! กินเม็ด 'ชานมไข่มุก' ทำให้เป็นโรคมะเร็ง

  • ‘SCGP’ เทคโอเวอร์Go-Pak เสริมแกร่งบุกตลาดยุโรปและอาเซียน

  • 'พยากรณ์อากาศ' 7 วันข้างหน้า เตือนไทยตอนบนมีอุณภูมิลดลง 2-4 องศา