‘เปลี่ยนวิธีคิด’ พลิกฟื้นท่องเที่ยวไทย

เกาะติดสถานการณ์การพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย กับ 5 สิ่งที่ผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวควรปรับปรุง และเปลี่ยน mind set ทุกห่วงโซ่ของการท่องเที่ยว เพื่อพลิกฟื้นการท่องเที่ยวไทยเชิงรุกอย่างจริงใจและจริงจังทุกระดับ

ตั้งแต่ปลดล็อกของภาครัฐเปิดช่องให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการมีมาตรการต่างๆ ที่ใช้กระตุ้นทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวกระตุ้นเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวในประเทศเดินทางไปท่องเที่ยวตามจังหวัดต่างๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งนับว่าเริ่มส่งสัญญาณที่ดีกับระบบเศรษฐกิจและผู้ประกอบการธุรกิจ จากประสบการณ์ลงพื้นที่ตั้งแต่เดือน มิ.ย.เป็นต้นมา 

ผู้เขียนได้ขับรถยนต์เดินทางท่องเที่ยวทุกสัปดาห์ในแต่ละพื้นที่ จะพบว่าหลายแห่งยังคงใช้วิธีการทำธุรกิจท่องเที่ยวแบบเดิมๆ คือตักตวง หรือเน้นทำกำไรมากกว่ากระตุ้นให้ธุรกิจการท่องเที่ยวขับเคลื่อนไปข้างหน้า ไม่ได้ปรับวิธีคิดทางธุรกิจเชิงรุก ไม่ได้ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าเกิดความคุ้มค่า คุณค่าและคุณภาพสินค้าบริการกับสิ่งที่ผู้บริโภคต้องจ่ายเงินไปในแต่ละครั้ง จึงไม่แปลกใจบางแห่งเงียบเหงาหงอยมาก เพราะไม่ประทับใจบอกต่อ หรือไม่อยากกลับมาเที่ยวซ้ำอีก ดังนั้น ต้องเปลี่ยน mind set ทุกห่วงโซ่ของการท่องเที่ยว เพื่อพลิกฟื้นการท่องเที่ยวไทยเชิงรุกอย่างจริงใจและจริงจังทุกระดับ ซึ่งสิ่งที่ควรปรับปรุงของผู้ประกอบการท่องเที่ยว ดังนี้

1.ปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มรูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น โดยนำวัฒนธรรมถิ่นเดิมของตนและบอกถึงความเป็นตัวตนหรืออัตลักษณ์ของท้องถิ่นมาสร้างจุดขายมากกว่าเน้นสิ่งปลูกสร้างใหม่ให้เกิดขึ้น อีกทั้งต้องทำให้ครบวงจรพร้อมมัคคุเทศก์น้อย เช่น โปรแกรม 1 วันสำหรับผู้มีเวลาน้อย โปรแกรม 2-3 วันสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสกับธรรมชาติ เป็นต้น

ส่วนสถานที่ที่จะต้องเสียค่าเข้าชม เดิมมีการแบ่งราคาชาวต่างชาติกับราคาชาวไทย ควรมีการปรับลดราคาค่าเข้าชม-ค่าเครื่องเล่นต่างๆ หรือให้เข้าชมฟรี เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวเข้ามาจับจ่ายใช้สอยภายในบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวจะดีกว่า บางแห่งขยายพื้นที่ออกไปกว้างจนกลายเป็นเหมือนตลาดนัด มากกว่าเกิดการสื่อสารวัฒนธรรมการท่องเที่ยวของถิ่นเดิม

2.จัดระเบียบวิถีชีวิตใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวด้วยมาตรฐานใหม่ของโรงแรม “มั่นใจ ปลอดภัย ด้วยมาตรฐานสาธารณสุข” ตั้งแต่การตรวจผู้เข้าพัก สัมภาระทุกชิ้นต้องผ่านการฆ่าเชื้อจนถึงการลดจุดสัมผัสต่างๆ ภายในโรงแรมที่พัก มีระบบการทำความสะอาดห้องพักหลังการเช็คเอาท์ทุกครั้ง ห้องน้ำ ห้องออกกำลังกาย ฯลฯ ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจอีกครั้ง มีบางแห่งการ์ดเริ่มตกแล้ว ซึ่งเกิดจากความเคยชินในการทำงานแบบเดิม จึงขาดความระมัดระวัง ดังนั้น การเข้มงวดกวดขันไม่ละเลยมาตรฐานความปลอดภัยเป็นสิ่งจำเป็นยิ่ง

3.การจัดระบบการจราจรและภูมิทัศน์ บางแห่งมีการจัดระบบจราจรที่ดีมาก โดยมีเครื่องสื่อสารนำมาใช้ในการอำนวยความสะดวกสถานที่จอดรถแก่นักท่องเที่ยว บางแห่งมีสถานที่จอดรถให้แต่ไม่มีระบบ บางแห่งมีผู้ประกอบการเอกชนดำเนินการแต่การเก็บอัตราค่าจอดรถไม่เท่ากัน บางแห่งเป็นตลาดน้ำ นั่งเรือแล่นล่องแม่น้ำเก็บอัตราค่าบริการในแต่ละจุดราคาถูกแพงไม่เท่ากัน ควรมีการกำหนดราคามาตรฐานและมีกรรมการคอยตรวจสอบตลอดเวลา รวมถึงการปรับภูมิทัศน์สถานที่ท่องเที่ยวเกิดความร่มรื่นน่าอยู่พักผ่อน อีกทั้งระบบการกำจัดขยะมูลฝอย ผักตบชวา ป้ายบอกทาง เป็นต้น

4.คุณภาพที่ได้มาตรฐานของของฝากของที่ระลึก ผู้ประกอบการ/พ่อค้าแม่ค้าควรตรวจสอบสินค้าก่อนออกวางจำหน่าย รวมถึงการทำสติกเกอร์ระบุวันหมดอายุ หรือระบุควรบริโภคภายในวันที่เท่าไร หากไม่มีเงินทุนจะทำสติกเกอร์ การใช้ปากกาเมจิกแบบลบไม่ได้มาเขียนข้างซองก็ได้

5.ร้านอาหาร ควรปรับปรุงระบบสุขอนามัยภายในร้าน ปรับปรุงรสชาติให้มีความอร่อยจากฝีมือตามสูตรดั้งเดิมมากกว่าเน้นการใช้ผงชูรส รวมถึงการวางระบบร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการจัดคิว การเสิร์ฟอาหาร การทำความสะอาดโต๊ะภายหลังลูกค้ากินเสร็จ เป็นต้น

อย่างไรก็ดี นี่คือภาพสะท้อนที่ผู้ประกอบการและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมมือกันปรับวิธีคิดเชิงรุก อย่าดำเนินธุรกิจแบบเดิมๆ เพื่อหวังว่าจะได้รับผลลัพธ์ที่ใหม่หรือได้ผลลัพธ์เช่นเดิมแบบในอดีต อย่าเพียงแค่หวังผลระยะสั้น แต่ควรหวังผลระยะยาวเมื่อกลับสู่สถานการณ์ปกติ 

  • อัพเดท 'ผลเลือกตั้งสหรัฐ' 2020 ล่าสุด เกาะติดทุกความเคลื่อนไหว 'Electoral Vote' ที่นี่!

  • ‘คนละครึ่ง' ลงทะเบียนรอบ 2 เฮ! 'กรุงไทย' พบเหลือเกือบ 2 ล้านสิทธิ์

  • ลงทะเบียน 'คนละครึ่ง' รอบ 2 ตกลง 10 หรือ 11 พ.ย. 'คลัง' มีคำตอบ

กลุ่มนักท่องเที่ยวในประเทศจะยังเป็นกลุ่มที่น่าสนใจมากกว่านักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ หากผู้บริโภคเกิดความภักดีและทัศนคติที่ดีต่อการท่องเที่ยวในประเทศมากกว่าการเดินทางไปต่างประเทศแล้ว จุดขายเหล่านี้จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดทำให้ผู้ประกอบการ ชุมชน ท้องถิ่น หรือผู้ที่เกี่ยวข้องเกิดความอย่างยั่งยืน