เตือนสหกรณ์เจ้าหนี้บินไทย 4.3 หมื่นล.อย่าแตกแถว

เตือนสหกรณ์เจ้าหนี้บินไทย 4.3 หมื่นล.อย่าแตกแถว

"มนัญญา" แจงสหกรณ์เจ้าหนี้การบินไทย 86แห่ง มูลหนี้กว่า4.3หมื่นล้าน ยันหนี้ไม่สูญ กำชับสหกรณ์อย่าแตกแถว เป็นพลังของเจ้าหนี้ หลังเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ พร้อม สั่งสแกนสหกรณ์ทุนใหญ่สกัดสร้างหนี้

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานชี้แจงแนวทางในการฟื้นฟูกิจการและการปฏิบัติของสหกรณ์เจ้าหนี้บริษัทการบินไทย ร่วมกับ สหกรณ์ 85 แห่งที่ลงทุนหุ้นกู้ในบริษัทการบินไทย และสหกรณ์อีก 1 แห่ง ลงทุนในหุ้นสามัญ วงเงินมูลนี้กว่า 43,000 ล้านบาท

ในการประชุมครั้งนี้ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับสมาชิกสหกรณ์ ที่เป็นเจ้าหนี้บริษัทการบินไทยถึงแนวปฎิบัติหลังการบินไทยเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ โดยย้ำให้สมาชิกสหกรณ์ไม่ตื่นตระหนก และไม่แตกแยกจะได้มีอำนาจต่อรอง เพราะจำนวนเงินลงทุนสูงและขอให้สหกรณ์ทุกแห่งทำความเข้าใจสมาชิกให้เข้าใจ

“ยืนยันว่า เงินกว่า 40,000 ล้านจะไม่หายไปและมีแผนรองรับผลกระทบเมื่อไปสู่แผนฟื้นฟูของศาลล้มละลาย” น.ส.มนัญญา กล่าว

ส่วนกรณีที่อาจจะมีการลดยอดหนี้หรือแคร์คัดนั้น ต้องฟังคำสั่งศาลล้มละลายที่นัดไต่สวนนัดแรก 17 สิงหาคมนี้ ว่าจะมีคำสั่งออกมาอย่างไร ในฐานะที่สหกรณ์เป็นเจ้าหนี้ก็พร้อมตั้งตัวแทนคณะทำงานร่วมดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการ

  • หลัง 1 มิ.ย. เลิกพาราควอต ทั่วไทย 
  • ฝ่าวิกฤตโควิด ด้วยวิถีเกษตรผสมผสาน เส้นทางสู่ความยั่งยืน

โดยขณะนี้ ยังได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ เข้าไปตรวจสอบบัญชี การทำธุรกรรมลงทุนต่างๆของสหกรณ์ขนาดใหญ่หากเกิดอะไรขึ้นจะกระทบรุนแรงกับสมาชิก โดยตั้งทีมจากส่วนกลางไปตรวจสอบบัญชี และรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบทุกเดือน ว่าสหกรณ์ไหนมีสถานะเป็นอย่างไร ถ้าสหกรณ์ใดพบปัญหาควรปิดสหกรณ์นั้น

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ได้เตรียมแผนรองรับไว้เป็นรายสหกรณ์ ต้องดูว่าหลังการบินไทยเข้าแผนฟื้นฟูแล้ว จะมีแนวทางชำระหนี้อย่างไร ถ้าสามารถชำระหนี้ได้ไม่มีปัญหา แต่หากชำระไม่ได้กรมถึงจะมีแนวทางในการขยายเกณฑ์ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ ซึ่งสหกรณ์แต่ละแห่งรู้หลักเกณฑ์อยู่แล้ว โดยกรมจะมีแผนรองรับเป็นรายสหกรณ์ที่จะเข้าไปช่วยเหลือในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์

วันนี้เรียกประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมวางทิศทางทั้งหมดในระหว่างที่ทำแผนฟื้นฟู โดยมีตัวแทนสหกรณ์เข้าไปเจรจากับผู้ทำแผนซึ่งจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งที่ผ่านมาสหกรณ์ต่างๆ ไม่เคยเจอปัญหานี้ โดยได้เชิญตัวแทนกรมบังคับคดีมาให้ความรู้ด้านกฎหมายล้มละลาย ในฐานะเจ้าหนี้ต้องดำเนินการอย่างไรที่จะเกิดประโยชน์กับสหกรณ์และสมาชิกมากที่สุด

นายพิเชษฐ์ กล่าวว่ารมช.เกษตรฯสั่งการให้เข้าตรวจสอบสหกรณ์ขนาดใหญ่ที่มีปัญหาการบริหารงาน เพื่อยับยั้บผลกระทบไว้ก่อนสามารถเข้าแก้ไขได้ทันเหตุการณ์ จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบสหกรณ์ที่มีข้อบกพร่องหรือเกิดการทุจริต โดยมีนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประธานคณะทำงานตรวจสอบ การดำเนินงานและฐานะการเงินของสหกรณ์ ที่มีข้อบกพร่องหรือเกิดทุจริตที่เกิดจากการดำเนินงานหรือการดำเนินธุรกิจสหกรณ์หากพบข้อบกพร่องจะสามารถแก้ไขได้รวดเร็ว

ทั้งนี้สหกรณ์ที่จะเข้าไปตรวจสอบจะสหกรณ์ออมทรัพย์ขนาดใหญ่มีสินทรัพย์มากกว่า 5,000 ล้านขึ้นไป และบริหารงานสุ่มเสี่ยง ซึ่งรมช.เกษตรฯเป็นห่วง เพราะบางสหกรณ์นำเงินไปลงทุนเกินตัวและมีความซับซ้อนคาดว่ารู้ผลภายใน 1 สัปดาห์