เดินหน้าโซลาร์ประชาชน 100 เมกะวัตต์เพิ่มราคารับซื้อ 2.20 บาท

เดินหน้าโซลาร์ประชาชน 100 เมกะวัตต์เพิ่มราคารับซื้อ 2.20 บาท

กพช.ไฟเขียว โซลาร์ภาคประชาชน วางเป้าหมาย 100 เมกะวัตต์ จ่ายเข้าระบบในปี’64 จูงใจเพิ่มราคารับซื้อเป็นหน่วยละ 2.20 บาท พร้อมกลุ่มโรงพยาบาลและโรงเรียน คาดลงทุนสะพัดกว่า 3 พันล้าน

นายสุพัฒนพงษ์  พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมเห็นชอบโครงการพลังงานแสงอาทิตย์โซลาร์ภาคประชาชน โดยกำหนดให้ปรับเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากกลุ่มบ้านผู้อยู่อาศัย (โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ภาคประชาชน) ที่จำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบเป็น 2.20 บาท/กิโลวัตต์-ชั่วโมง(kWh) จากเดิมรับซื้อในราคาไม่เกิน 1.68 บาท/kWh มีเป้าหมายการรับซื้อ 50 เมกะวัตต์ มีระยะเวลารับซื้อ 10 ปี มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564

ทั้งนี้ ให้ครอบคลุมทั้งประชาชนที่เข้าร่วมโครงการใหม่และที่ได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าหรือได้เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว ซึ่งการปรับเพิ่มอัตรารับซื้อไฟฟ้าให้ผลตอบแทนดีขึ้น สามารถคืนทุนภายใน 8 – 9 ปี เพื่อสร้างแรงจูงใจในการลงทุนและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนประเภทบ้านอยู่อาศัย

2. ขยายผลการดำเนินโครงการฯ ไปยังกลุ่มโรงเรียนสถานศึกษา โรงพยาบาล และสูบน้ำเพื่อการเกษตร (โครงการนำร่อง) โดยกำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินที่จำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบ ในอัตรา 1.00 บาท/kWh แบ่งเป็นกลุ่มโรงเรียน สถานศึกษา 20 เมกะวัตต์  กลุ่มโรงพยาบาล 20  เมกะวัตต์ และแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร 10 เมกะวัตต์

  • ดีเดย์ ก.พ ปี'64 แข่งประมูลโรงไฟฟ้าชุมชน 150 เมกะวัตต์
  • โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์

สำหรับหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้จะต้องมีกำลังผลิตติดตั้งมากกว่า 10 kWp แต่น้อยกว่า 200 kWp ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี เพื่อให้เหมาะสมกับปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าและศักยภาพพื้นที่

ส่วนการติดตั้งระบบโดยเฉลี่ย และส่งเสริมระบบผลิตไฟฟ้าแบบกระจายในกรณีการลงทุนโดยภาครัฐในส่วนของกลุ่มโรงเรียนและโรงพยาบาล มอบหมายให้กระทรวงพลังงาน      โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.)รับไปหารือกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาปรับปรุงกฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตามคาดว่าโครงการพลังงานแสงอาทิตย์โซลาร์ภาคประชาชนและโครงการนำร่องในกลุ่มโรงเรียนและโรงพยาบาล จำนวน 100 เมกะวัตต์จะสามารถสร้างการลงทุนได้กว่า 3,000 ล้านบาท