อุตฯการแพทย์ดันไทยสู่ เมดิคัล ฮับ

อุตฯการแพทย์ดันไทยสู่ เมดิคัล ฮับ

กรมการแพทย์ ระบุวิฤตโควิดเป็นโอกาส ชวนเอกชนไทยต่อยอดนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ -ระบบรักษาพยาบาล หวังลดต้นทุนโรงพยาบาล ยกระดับบริการทางการแพทย์ในอนาคต

น.พ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยในงานสัมมนาออนไลน์ ผู้ประกอบการแสดงสินค้า…อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical) เรื่อง “การ แพทย์ครบวงจร เพิ่มมูลค่า ความมั่งคั่ง เศรษฐกิจประเทศไทย” จัดโดย กลุ่มบางกอกโพสต์ หอการค้าไทย และ สำนักงาน สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) TCEB เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ว่า การพัฒนาทางการแพทย์ของไทย ควรได้รับการสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรม ในการพัฒนาต่อย อดนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งการผลักดันให้เกิดการแพทย์ครบวงจร( Medical Hub ) หรือ เมดิคัล ฮับ ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการปรับตัวมาโดยตลอด ใน 3 ด้าน คือ1. การให้บริการสมัยใหม่ เกี่ยวข้องกับธุรกิจการรักษาพยาบาล

2.การวิจัยและผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ได้เห็นโอกาสในการเพิ่มศักยภาพมากและ3.การวิจัยยา-ผลิตเวชภัณฑ์ นอก จากนี้ยังรวมถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ทั้งนี้ในช่วง 11-12 เดือนต้องยอมรับโควิดทำลายทุกทฤษฎีทางการแพทย์ ซี่งจาก เดิมคาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยจำนวนมากแต่ในข้อเท็จจริงไม่ได้มากอย่างที่ประเมินไว้ แต่สิ่งที่ยังต้องติดตามคือผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทั้งในปีนี้และปีหน้าอย่างไร จะสร้างแรงกดดันให้คนฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นหรือไม่

  • แห่ชมคอนเสิร์ตโอเวอร์โค้ทฯแน่นเขาค้อ-คุมโควิดสุดเข้ม
  • หนี้ครัวเรือน พิษร้ายเศรษฐกิจไทย

สำหรับการจัดการระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในขณะนี้มั่นใจว่าสามารถควบคุมได้ทั้งในเชียงใหม่และเชียงราย โดยหน่วยงานภาครัฐได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลทุกแห่ง เพื่อสำรองเตียงรองรับผู้ป่วยไว้ ซึ่งหากมีผู้ป่วยใหม่เกิดขึ้นวันละ1,000- 1,700 คน จะมีเตียงทั่วประเทศพร้อมรองรับ หรือในกรณีเฉพาะกทม.ได้เตรียมเตียงไว้รองรับได้ วันละ 200 คน ขณะเดียวยังมีการ

นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขยังมีแผนจัดตั้งสถานกักกันในกิจการเพื่อสุขภาพ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวตามนโยบาย โดยจะเสนอเข้าคณะกรรมการศูนย์บริหาร สถานการณ์เศรษฐกิจ(ศบศ.)เพื่ออนุมัติเร็วๆนี้

น.พ.สมศักดิ์ กล่าวว่า จากปัญหาโควิดที่เกิดขึ้น ทำให้การให้บริการทางการแพทย์ได้มีการปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับสถานการณ์มากขึ้น มีการเว้นระยะห่าง โดย กรณีการรักษาคนไข้ได้เริ่มให้การรักษาเฉพาะบุคคล นำระบบดิจิทัลเข้ามาช่วย ยึดหลักคนที่มารับบริการและผู้ให้บริการต้องปลอดภัย ซึ่งในทางปฏิบัติอุตสาหกรรม การแพทย์ จะเป็นกุญแจสำคัญของการผลักดันให้เกิดการแพทย์ครบวงจรได้ ดังนั้น ภาคอุตสาหกรรมจะต้องเข้ามามีบทบาทในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อทำให้มี ต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ถูกลง เช่น การพัฒนาห้องฉุกเฉินให้มีห้องความดันลบในการรักษาผุู้ป่วย การนำระบบเอไอมาช่วยอ่านฟิล์ม และทีซีสแกน

นอกจากนี้การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยกับวงการแพทย์ การรักษาแบบ Tele medecine หรือ Tele-Consultaion ซึ่งปัจจุบันมีหลายโรงพยาบาลได้เริ่มนำมาทดลองให้บริการแล้ว จะเห็นได้ว่ายังมีโอกาสตรงนี้ และอยากให้กลุ่มสตาร์ทอัพ เข้ามาช่วยในการพัฒนาให้เกิดความสมบูรณ์มากขึ้น อย่างไรก็ตามหากการผลักดันให้ไทยเป็นเมดิคัล ฮับ จำเป็นต้องมีกลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์เข้ามาร่วมสนับสนุนต่อเนื่องเพื่อพัฒนาให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์ในระยะยาว