อะโดบี เผยเทรนด์ครีเอทีฟงานวิชวล-ดีไซน์-ออดิโอ ปี64 รับมือ “การเปลี่ยนแปลง” เกิดขึ้นตลอดเวลา

อะโดบี เผยเทรนด์ครีเอทีฟงานวิชวล-ดีไซน์-ออดิโอ ปี64 รับมือ “การเปลี่ยนแปลง” เกิดขึ้นตลอดเวลา

อะโดบี มองเทรนด์งานความคิดสร้างสรรค์ ทั้ง "วิชวล-ดีไซน์-โมชัน" ในปี2564 นี้ มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แถมปีนี้ยังเพิ่มเทรนด์ "ออดิโอ" มาให้เหล่าครีเอเตอร์ สายงานธุรกิจครีเอทีฟ ต้องตามติดอย่างใกล้ชิด

รายงานข่าวจาก อะโดบี โดย เบรนด้า ไมลิส เผยแนวโน้มทิศทางงานความคิดสร้างสรรค์ สายงาน Visual-Dsign และ Audio ในปี 2563 ที่ผ่านมา ถือเป็นบททดสอบของบุคลากรในสายครีเอทีฟ จากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ของการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อรูปแบบการทำงานที่ต้องมีไอเดียแปลกใหม่ เพราะผู้คนต้องเก็บตัวอยู่ในบ้านและหลีกเลี่ยงการพบปะสังสรรค์ ทำให้หลายคนพยายามหาความแปลกใหม่และเรื่องราวที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ทำให้เกิดความรู้สึกจำเจ และแรงบันดาลใจก็เริ่มถดถอยย

ขณะที่ในทุกๆ ปี อะโดบี ได้รวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มากมาย ทั้งจากพฤติกรรมผู้บริโภค ประสบการณ์จากทีมครีเอทีฟของ  Adobe Stock  

โดยในปีนี้ อะโดบี ได้เพิ่มประเด็นที่น่าสนใจอีกหนึ่งเรื่อง คือ เทรนด์เสียง (audio trends) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ ได้หยิบยกมารายงาน เทรนด์ของปี 2564 จะพิเศษมากยิ่งขึ้นโดยจะสะท้อนวิธีการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

เทรนด์ Visual ในปี 2564

ความเห็นอกเห็นใจ (Compassionate Collective)

เทรนด์นี้บอกเล่าความรู้สึกลึกๆ ของผู้คนและการใช้ชีวิตในปัจจุบันกระแสการสนับสนุนแบรนด์ที่ยึดมั่นและแสดงออกตามค่านิยมของคนหมู่มากได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ Compassionate Collective คือ เทรนด์ด้าน Visual ที่แสดงออกถึงความต้องการดังกล่าวรวมถึงความต้องการที่จะสร้างความสัมพันธ์ต่อกัน ผ่านองค์กรและกลุ่มความร่วมมือต่างๆ

เทรนด์นี้ยังครอบคลุมถึงความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจที่ทำให้หลายคนมองหาหนทางที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจด้าน Visual ซึ่ง คาดว่าจะยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

สีที่ช่วยให้อารมณ์ดี (Mood-Boosting Color)

อานุภาพของสีไม่ใช่เรื่องใหม่ สีสันสว่างสดใสทำให้รู้สึกตื่นตัวและมีชีวิตชีวามากขึ้น ทั้งยังช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้น และช่วยเพิ่มพลังให้กับจิตใจ

เทรนด์ Mood-Boosting Color ยังแสดงออกถึงความสุขและพลังที่แข็งแกร่งและท้าทาย โดยยังคงแฝงไว้ซึ่งความขี้เล่นและร่าเริงสดใส

Comfort Zone

เราได้เห็นผู้คนเริ่มใช้บ้านเป็นศูนย์กลางในการทำงาน เรียนหนังสือ และความบันเทิง ในปี 2564 เราจะได้พบเทรนด์ด้าน Visual ดังกล่าวในแคมเปญและงานครีเอทีฟทุกประเภท และเราเรียกเทรนด์นี้ว่า Comfort Zone เช่น แคมเปญที่แพลตพอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ร่วมมือกับครีเอเตอร์ แคมเปญแนะนำการรักษาสุขภาพและ Well-being บน Instagram นับเป็นช่องทางสำหรับการปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์และผ่อนคลาย

การสูดอากาศบริสุทธิ์ (Breath of Fresh Air)

การเก็บตัวอยู่กับบ้านเป็นเวลานานทำให้ความต้องการที่จะสัมผัสธรรมชาติและกิจกรรมนอกบ้านเพื่อสร้างสมดุลให้กับชีวิตกลายเป็นเรื่องสำคัญมากขึ้น เอเจนซี่และแบรนด์ต่างๆ จึงนำเสนอภาพที่เป็นสีเขียวในเฉดต่างๆ

โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความสดชื่นของธรรมชาติ แบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายและเครื่องแต่งกาย เช่น Athleta, Gap และ Old Navy มุ่งเน้นการออกกำลังกายกลางแจ้ง และมีการนำเสนอสินค้า เช่น หน้ากากอนามัย รวมถึงเทรนด์การดูแลต้นไม้ส่งผลให้ต้นไม้ขนาดเล็กกลายเป็นของแต่งบ้านที่ทุกคนต้องมี ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่จะเชื่อมโยงกับธรรมชาติของมนุษย์ คลิกชมแกลเลอรี: Breath of Fresh Air บน Adobe Stock

เทรนด์ Design ในปี 2564

Austere Romanticism ศิลปะที่รวมกลิ่นอายธรรมชาติเข้ากับนิยายดราม่า

Austere Romanticism เป็นการตอบสนองต่อสถานการณ์การแพร่ระบาด และมีความคล้ายคลึงกับเทรนด์ Breath of Fresh Air ในงาน Visual งานดีไซน์เหล่านี้มีกลิ่นอายของสไตล์วิคทอเรียน (Victorian) เติมแต่งด้วยความงามของธรรมชาติพร้อมขอบที่เรียบง่าย ดูทันสมัย

  • สิ่งสำคัญในปี 2021 ชี้คนอยากใช้เวลากับคนที่รัก และทำสิ่งที่สร้างความแตกต่างมากขึ้น
  • เติมเต็มทุกโมเม้นต์แห่งความสุข กับความสุขที่ออกแบบเองได้แบบคนล้ำสมัย

Vintage VaporwaveVintage

Vaporwave เปรียบเสมือนจดหมายรักที่ส่งทางอินเทอร์เน็ตในยุค 1990 โดยผสมผสานแนวศิลปะ Pop Art เข้ากับกราฟิกสติ๊กเกอร์แบบตัดเส้น สีพาสเทลที่สดใส จับคู่กับโทนสีกลางๆและองค์ประกอบดีไซน์แบบ Lo-Fi ลายตารางหมากรุกและเส้นกริด การวาง tile ในภาพแบบสุ่มภาพการ์ตูนที่ดูทะเล้น ทำให้งานออกแบบแนวนี้ดูมีชีวิตชีวาเคลื่อนไหวได้

Back to Bauhaus

งานออกแบบสไตล์ Bauhaus ที่เน้นการนำเสนอศิลปะผ่านรูปทรงเรขาคณิตในรูปแบบที่เรียบง่ายและปราณีต ด้วยเค้าโครงที่สมดุลและกราฟิกที่สื่อความหมายอย่างตรงไปตรงมาและเปี่ยมด้วยพลังเทรนด์นี้จึงพาเราย้อนกลับไปสู่องค์ประกอบพื้นฐานที่มีรูปทรงเรขาคณิตที่ดูสะอาดตา แข็งแกร่ง กลมกลืน และใช้แม่สีที่สดใส

Psych Out

เทรนด์การออกแบบ Psych Out มีรากฐานมาจากการออกแบบ Psychedelic ในยุค 1970 และ Art Nouveau โดยมีกลิ่นอายความก๋ากั่น กล้าแสดงออก และหลุดโลก มักจะประกอบด้วยรูปทรงขนาดใหญ่รูปร่างและตัวอักษรที่โค้งมน และภาพประกอบที่ดูเหมือนภาพในจินตนาการ เติมแต่งด้วยการไล่ระดับสีที่ดูเปล่งประกาย และสีเอิร์ธโทนที่ดูแปลกตา

เทรนด์ Motion ในปี 2564

อุปกรณ์มือถือ (Handheld)

ขณะที่การแพร่ระบาดส่งผลให้มีการตัดงบประมาณและยกเลิกการถ่ายทำภาพยนตร์และงานโฆษณาต่างๆ แบรนด์จึงตอบสนองด้วยการปรับใช้เทรนด์วิดีโอที่กำลังได้รับความนิยม นั่นคือ คอนเทนต์ที่ผู้ใช้สร้างขึ้น (User Generated Content – UGC) และคอนเทนต์แนว DIY ที่สร้างขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน

วิดีโอที่ถ่ายด้วยมือถือและความงามของคอนเทนต์ UGC กลายเป็นกระแส และเราจะพบเห็นเทรนด์นี้ในทุกๆ ที่ในปี 2564

การทดแทนกันของสื่อ (Media Replacement )

หมายถึงความสามารถในการใส่ภาพและวิดีโอที่ทดแทนกันได้ไว้ในโมชั่นกราฟิก ช่วยลดอุปสรรคในการสร้างสรรค์ผลงานโมชั่นที่ซับซ้อน ทุกวันนี้ ครีเอเตอร์บนโซเชียลมีเดีย สามารถสร้างสรรค์วิดีโอที่มีคุณภาพสูงระดับมืออาชีพ ด้วยการใส่ภาพถ่ายและวิดีโอลงไปในเทมเพลตโมชั่นเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับงานโปรดักชั่นการไล่ระดับสี (Gradient )

การผสมผสานกันของสีสันที่สดใสจะช่วยดึงดูดความสนใจ และขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย การไล่ระดับอย่างเรียบเนียนของสีที่หลากหลายได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในแคมเปญของแบรนด์รวมถึงการออกแบบอัตลักษณ์ของแบรนด์

เทรนด์ Audio หรือเสียงในปี 2564

OverheadProductions/Pond5

ปีนี้นับเป็นปีแรกที่ Adobe Stock นำเทรนด์ด้านเสียงเข้าไว้เป็นส่วนหนึ่งในข้อมูลคาดการณ์เกี่ยวกับเทรนด์ครีเอทีฟประจำปี

จังหวะเสียงเพลงแบบสากล (Global Rhythms)ทุกวันนี้ ผู้ฟังคาดหวังว่าประเด็นเรื่องความหลากหลายและการมีส่วนร่วมของคนทุกกลุ่มที่ปรากฏในงาน Visual จะเข้ามาอยู่ในเสียงดนตรีที่อยู่ในวิดีโอเช่นเดียวกัน

ด้วยเหตุนี้ นักตัดต่อวิดีโอและโปรดิวเซอร์จึงพยายามมองหาแทร็คเพลงที่จะช่วยสร้างความรู้สึกที่ทันสมัยและเป็นสากลให้กับคอนเทนต์ที่ใช้โปรโมตแบรนด์

พอดแทร็ค (Pod Tracks)

ผู้ใช้หลายล้านคนรับฟังพอดคาสต์อยู่เป็นประจำ ส่งผลให้การเผยแพร่พอดคาสต์กลายเป็นกระแสหลัก และสิ่งที่ตามมาก็คือ นักตัดต่อวิดีโอ โปรดิวเซอร์ และผู้ผลิตโฆษณาตั้งหน้าตั้งตาตามหาเสียงดนตรีที่เหมาะสมสำหรับการสร้างเรื่องราวและโฆษณาทางพอดคาสต์

ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Spectrum)

งานโปรดักชั่นอิเล็กทรอนิกส์มีลักษณะเรียบง่ายและร่วมสมัย เราได้ยินเสียงอิเล็กทรอนิกส์ในทุกๆ ที่เนื่องจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของวิดีโอออนไลน์และโซเชียลมีเดีย และความนิยมที่เพิ่มขึ้นสำหรับแนวเพลงปลีกย่อยอย่างเช่น Future Bass, Electrofunk และ Synthwave