ส่อง ‘แฟรนไชส์’ น่าลงทุน มีเงินไม่ถึงหมื่น ก็สร้างอาชีพได้

ส่องธุรกิจ “แฟรนไชส์น่าลงทุน” มาแรงแห่งปี 2020 ทางเลือกสร้างอาชีพแบบไม่ต้องลงทุนมาก มีงบไม่ถึงหมื่น ก็เป็นเจ้าของกิจการได้ คัดมาให้ทั้งสายคาว สายหวาน มีตั้งแต่ลูกชิ้นทอด จนถึงชาไข่มุก

ในช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่ฉุดเศรษฐกิจทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยให้ดิ่งเหวนี้ อะไรๆ ก็ไม่แน่ไม่นอนทั้งนั้น แม้กระทั่งมนุษย์เงินเดือนที่ยังมีงานทำ ก็อย่าคิดว่าจะลอยตัว โดนลดเงินเดือนกันไปก็ไม่น้อย นั่นก็ทำให้หลายๆ คนเริ่มมองหาแผนสองให้กับชีวิต หาลู่ทางทำกิน ลงทุนในธุรกิจเล็กๆ เป็นรายได้เสริมเพื่อกระจายความเสี่ยง

เช่นเดียวกับคนตกงานที่แม้จะกำเงินก้อนที่ได้รับชดเชยติดมือมาได้บ้าง แต่เงินที่ได้ก็มีแต่จะหมดไป การลงทุนทำธุรกิจเล็กๆ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ผู้คนวันนี้มองหา

โดยเฉพาะการค้าขายที่ไม่จำเป็นต้องลงทุนด้วยเงินจำนวนมาก แถมยังมีโนว์ฮาวธุรกิจแบบสำเร็จรูปพร้อมให้นำมาปรับใช้อย่าง แฟรนไชส์ ก็เป็นหนึ่งในทางเลือก

ข้อมูลจากเพจไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ธุรกิจไทย ได้ระบุถึงแนวโน้มธุรกิจแฟรนไชส์ไทยไว้ว่า ในปี 2563 คาดว่ามูลค่าตลาดแฟรนไชส์จะสูงถึง 3 แสนล้านบาท สูงขึ้นจากมูลค่าในปี 2562 ที่อยู่ที่ 2.5 แสนล้านบาท ซึ่งจากปีที่ผ่านมาในไทยมีจำนวน “แฟรนไชส์ซอร์” (เจ้าของแฟรนไชส์) ราว 584 กิจการ และแฟรนไชส์ซี (ผู้ซื้อแฟรนไชส์) อีกไม่ต่ำกว่า 1 แสนสาขา

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์จะพาไปสำรวจ ธุรกิจแฟรนไชส์ที่ลงทุนได้ในราคาไม่เกิน 10,000 บาท ทางเลือกสร้างอาชีพใหม่ในช่วงวิกฤติโควิด-19 จะมีแบรนด์ใดและรายละเอียดอย่างไรบ้าง?

และเนื่องจากเทรนด์แฟรนไชส์มาแรงในปีนี้ “ธุรกิจอาหาร” ยังคงยืนหนึ่งในธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตได้ ร่วมกับเทรนด์ “ธุรกิจเครื่องดื่ม” และ “ธุรกิจการศึกษา” การคัดสรรแฟรนไชส์น่าสนใจมาให้นี้ เราจึงขอคัดมาให้เฉพาะในหมวดอาหาร-เครื่องดื่ม โดยคัดมาเพียงส่วนเดียว จากมหาสมุทรแฟรนไชส์ที่มีให้เลือกมากมายมหาศาล 

ถัดจากนี้เป็นเพียง “ตัวอย่าง” แฟรนไชส์ที่ลงทุนได้แม้มีเงินน้อย ซึ่งในความจริง ยังมีตัวเลือกอื่นๆ อีกมากมาย หากผู้สนใจลงทุน ควรหาข้อมูล รายละเอียดประกอบก่อนตัดสินใจ

ขอเริ่มต้นที่ “แฟรนไชส์ลูกชิ้นทอด”

ลูกชิ้นทอด หนึ่งในเมนูยอดฮิต ที่ไม่ว่าจะเดินไปในห้างสรรพสินค้า โซนฟู้ดเซ็นเตอร์หรือฟู้ดคอร์ท รวมถึงตลาดหรือตลาดนัด มักจะเห็นแบรนด์แฟรนไชส์ลูกชิ้นทอดอยู่หลายแบรนด์ทีเดียว โดยแต่ละแบรนด์จะมีราคาที่หลากหลายให้ผู้ที่ต้องการซื้อแฟรนไชส์ สามารถสร้างอาชีพได้ในจำนวนเงินที่มีอยู่ตามความเหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น

แบรนด์ ไจแอ้น ลูกชิ้นระเบิดเถิดเทิงภายใต้ บริษัท อร่อยระเบิด จำกัด เป็นแฟรนไชส์ลูกชิ้นปลาระเบิดที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 8 ปี มีโรงงานเป็นของตัวเอง

ไจแอ้นฯ มีแฟรนไชส์ให้เลือกทั้งหมด 8 ชุด แต่เมื่อเราตั้งโจทย์ว่า ต้องการลงทุนด้วยเงินไม่เกิน 10,000 บาท พบว่าจะมีทั้งหมด 4 ชุด ตั้งแต่ชุดทดลองขาย ไปจนถึงชุดตลาดนัดพกพาซึ่งแตกต่างกันที่อุปกรณ์ในการขาย 

ชุดทดลองขาย ที่มีราคาถูกที่สุดอยู่ที่ 2,990 บาท เหมาะกับคนที่มีเคาน์เตอร์และอุปกรณ์ขายอยู่แล้วหรือต้องการทดลองขาย โดยอุปกรณ์ที่จะได้รับ เช่น ป้ายไวนิล ผ้ากันเปื้อน และป้ายราคา รวมถึงสิทธิในการซื้อสินค้าในราคาแฟรนไชส์ นอกจากนี้ยังได้ของแถม ได้แก่ ปลาระเบิด 10 กิโลกรัม (กก.) กุ้งระเบิด 10 กก. ปลาเส้นอินทรีย์ 10 เส้น กุ้งเส้น 10 เส้น ปลาระเบิดแผ่นกรอบ 10 ห่อ น้ำจิ้ม 1 แกลลอน ถ้วย 50 ใบ ถุง 0.5 กก. ถุงซิป 1 ห่อ และไม้ 1 ห่อ โดยชุดทดลองขายนี้ เจ้าของแฟรนไชส์การันตีว่า ถ้าขายหมดก็จะได้กำไรจากการขายทันที

ทั้งนี้ผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์จะได้รับสิทธิซื้อสินค้าในราคาสมาชิกและยังได้รับสิทธิในคุมพื้นที่ขาย ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ กทม. ปริมณฑล และบางจังหวัดในภาคกลาง จะได้รับการอบรมเทคนิคการทอดและการจัดการ จุดขาย ขณะที่คนที่อยู่ในพื้นที่อื่นๆ จะได้รับเป็น CD และคู่มือเทคนิคการทอด อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนกิจกรรมทางการตลาดและการขายตลอดอายุการดำเนินการด้วย

อีกหนึ่งแบรนด์ คือ ซูโม่ ลูกชิ้นปลาระเบิด ภายใต้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซูโม่ลูกชิ้นปลาระเบิดพุงแตก เน้นขายด้วยกลยุทธ์เรื่องราคา ลูกชิ้นลูกละ 1 บาท โดยแบรนด์นี้ก็มีโรงงานผลิตวัตถุดิบเองเช่นกัน ซึ่งหากคนที่สนใจลงทุนแต่ไม่อยากลงทุนเยอะ หรือไม่เกิน 10,000 บาท จะมีให้เลือก 2 ชุด โดยชุดที่ลงทุนในราคาถูกที่สุดของแบรนด์ คือ ชุดซูโม่ทุนน้อย 7,990 บาท จะได้อุปกรณ์ในการเริ่มต้นทำธุรกิจครบ สามารถตั้งขายหรือยกขึ้นไปไว้บนรถเคลื่อนที่ได้

อุปกรณ์ที่ได้ จะมีตั้งแต่เคาน์เตอร์ ขาเตาพร้อมหัวแก๊ส อุปกรณ์อื่นๆ เช่น ตะแกรงทอดลูกชิ้น ดักกาก พักน้ำมัน ถาดใส่ลูกชิ้น ป้ายบอกราคา ฯลฯ และจะได้รับฟรีปลาระเบิด 15 กก. น้ำจิ้ม 1 แกลลอน ปลาเส้น 3 รส ถุงซูโม่สำหรับขาย ไม้ และผ้ากันเปื้อน

นอกจากนี้ยังมีชุดตลาดนัดพกพา ที่ออกแบบอุปกรณ์ให้สามารถเปลี่ยนทำเลขายไปเรื่อยๆ ได้ เช่น งานเทศกาลต่างๆ ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ก็มีความคล้ายคลึง เมื่อซื้อแฟรนไชส์ก็จะได้รับการอบรมเทคนิคทั้งการทอดและการจัดการ จุดขาย ในพื้นที่กรุงและปริมณฑล แต่สำหรับในเขตพื้นที่ต่างจังหวัดจะได้รับเป้น CD และคู่มือเทคนิคแทน และยังมีสิทธิในการคุมพื้นที่ขายนั้นๆ ด้วย

ย้ายจากของคาว มาสู่ “ของหวาน” ขวัญใจมหาชน นั่นก็คือ ไอศกรีม ซึ่งปัจจุบันก็มีแฟรนไชส์ค่อนข้างเยอะ หลากหลายแบรนด์ แต่หากตั้งโจทย์จากเงินลงทุนตั้งต้นไม่เกิน 10,000 บาท มีทั้งแบรนด์ไอศกรีมที่ขายทั้งแบบตักและแบบแท่ง ยกตัวอย่างเช่น

บริษัท ภัทรินทร์ฟู้ด จำกัด ที่มีแบรนด์ย่อยให้เลือกราว 3 แบรนด์ 3 สไตล์ ได้แก่ i-mochi โมจิไอศกรีม, ไอติมทอดดอทคอท และ Happy ไอติมทอดจัมโบ้ จากทั้ง 6 แบรนด์ย่อยของธุรกิจในเครือ

โดยการลงทุนที่ใช้เงินน้อยที่สุดอยู่ที่ราว 2,999 บาท เป็น “Happy ไอติมทอดจัมโบ้ ชุดทดลองขาย และ ไอติมทอดดอทคอท แฟรนไชส์ไอศกรีมทอดที่มีรูปแบบเป็นแฟนซีการ์ตูน เหมาะกับทำเลที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า หรือแหล่งชุมชน โดยเน้นขายในราคาไม่แพงเริ่มต้น 29 บาท

ซึ่งอุปกรณ์ที่จะได้คือ ป้ายแบรนด์ ป้ายเมนูบอกราคา ป้ายเมนูรสชาติ หม้อสำหรับทอดและที่คีบ ขวดครีม และฟรีไอติมทอด 100 ลูก เตรียมแค่เตาแก๊สก็เปิดร้านได้ทันที ซึ่งมีการคำนวณต้นทุนและกำไรไว้ให้ คือ ราคาขายของไอติมทอดอยู่ที่ 29-35 บาทต่อลูก ต้นทุนเฉลี่ย 11.5-14 บาทต่อลูก ทำให้ได้กำไรเฉลี่ยลูกละ 15 บาท

ถัดมาคือแบรนด์ “i-mochi โมจิญี่ปุ่น โมจิญี่ปุ่นสอดไส้ไอศกรีมที่สามารถกินได้ทันที หรือจะหั่นแบ่งขายก็ได้ โดยราคาขายเริ่มต้นอยู่ที่ 25 บาทต่อลูก ราคาแฟรนไชส์เริ่มต้นของแบรนด์นี้อยู่ที่ 5,900 บาท สิ่งที่ได้คือ ป้ายลิขสิทธิ์ อุปกรณ์สำหรับขายเบื้องต้น และชุดท็อปปิ้ง และแถมฟรีไอศกรีม 100 ลูก ขณะที่ต้นทุนเท่ากับไอติมทอด ทำให้เมื่อคำนวณกำไรแล้วจะได้ราว 10 บาทต่อลูก

  • ‘เยียวยาเกษตรกร’ เช็คสิทธิ์ www.moac.go.th ‘ธ.ก.ส.’ โอนเงินห้าพันงวด 3 เริ่ม 15 ก.ค. เป็นต้นไป

  • ‘บัตรคนจน’ เฮ! คลังเตรียมโอนเยียวยา 3,000 บาท 4-9 ก.ค.นี้ 

  • 'บัตรคนจน' รอรับเงิน! 4 ก.ค.นี้ โอนเงินเยียวยา 3,000 บาท พร้อมกัน!

อีกหนึ่งแบรนด์ไอศกรีมที่ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 30 ปี มธุรสไอศกรีมภายใต้บริษัท เลียว 1981 จำกัด หรือชื่อเดิมคือ หิมาลัยไอศกรีม สำหรับผู้ที่สนใจการลงทุนนั้นภายใต้บริษัทนี้ มีแบรนด์ย่อย 3 แบรนด์ให้เลือกลงทุน ได้แก่

มธุรสไอศกรีมไอศกรีมไทยที่เริ่มลงทุนครั้งแรก 4,000 บาท ซึ่งไม่มีการคิดค่าแฟรนไชส์ หากไม่มีตู้แช่เป็นของตัวเอง บริษัทก็มีบริการให้ยืมตู้แช่ฟรีด้วย ซึ่งในจำนวนเงินลงทุนนี้จะได้ไอศกรีมตัก 10 ถัง ท็อปปิ้ง 2 ขวด ชูการ์โคน 240 อัน ถ้วยและช้อน 100 ชุด ที่ตักไอศกรีม 1 อัน รวมถึงชุดตกแต่งร้าน ป้าย เมนู

อีกหนึ่งแบรนด์ย่อยคือไอสคูลไอศกรีมเริ่มลงทุนด้วยเงิน 4,000 บาทเช่นกัน และแบรนด์โมจิไอศกรีมเป็นโมจิสไตล์ญี่ปุ่นที่สอดไส้ด้วยไอศกรีม สามารถเริ่มลงทุนครั้งแรกด้วยเงิน 6,500 บาท โดยไม่คิดค่าแฟรนไชส์และมีตู้แช่ให้ยืมฟรีเช่นกัน อุปกรณ์ที่จะได้คือไอศกรีมโมจิ 500 ลูก และบริษัทจะแถมให้ฟรีอีก 50 ลูก รวมถึงได้ป้ายตกแต่งร้าน

ขณะเดียวกันในศตวรรษนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก “ชาไช่มุก” ที่ครองตลาดไทยมาสักระยะแล้ว ความต้องการบริโภคที่ยังคงมีอยู่มาก จึงเป็นที่น่าสนใจในการลงทุน แต่ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็มีมากเช่นเดียวกัน สิ่งสำคัญคือการมองหาทำเลในการเปิดร้านที่ดี และหากยังไม่มีประสบการณ์ในการขายมากนัก อาจเลือกมองหาการลงทุนเริ่มแรกด้วยเงินลงจำนวนน้อยก่อน

โดยปัจจุบันนี้มีหลากแบรนด์ที่เป็นทางเลือก ยกตัวอย่างเช่นชาไข่มุก ดอทคอม ภายใต้ บริษัท ทีอีเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่นอกจากขายแฟรนไชส์แล้ว ยังดำเนินธุรกิจค้าส่งวัตถุดิบสำหรับชาไข่มุก และร้านกาแฟ ขณะเดียวกันยังเปิดคอร์สสอนการทำกาแฟสดด้วย

สำหรับการลงทุนในราคาไม่เกินหมื่นบาทนั้น แบรนด์นี้มีชุดเริ่มต้น 8,990 บาท จะได้อุปกรณ์ทั้งหมด 34 อย่าง พร้อมสำหรับเปิดร้านทันที และจะได้เมนูทั้งหมด 25 เมนูรวมถึงสามารถสร้างแบรนด์ของตัวเองได้ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้น 8,990 บาท ได้เช่นกัน โดยจะได้อุปกรณ์ครบชุดพร้อมขาย และเลือกเรียนหลักสูตรการทำได้ 2 คน

อย่างไรก็ตามยังมีแฟรนไชส์อีกจำนวนมากที่สามารถลงทุนได้ในราคาไม่ถึงหมื่นบาท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรศึกษาข้อมูลของสินค้าและบริษัทให้รอบคอบ ทั้งการจดทะเบียนที่ถูกต้อง คุณภาพ และควรคำนึงถึงการบริหารจัดการให้ดีก่อนลงทุน

ที่มา : ThaiFranchiseCenterlookchingiant, sumofishball, maturosicecream, chakaimuk,