ส่อง ‘วิสาหกิจชุมชน’ ยุคดิจิทัล ผ่าน ‘ดีป้า คอมมูนิตี้ ฟันด์’

เกษตรกรได้เรียนรู้ และประยุกต์ใช้ดิจิทัล ส่งผลให้วิสาหกิจชุมชนฯ มีรายได้เพิ่ม

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ลงพื้นที่ภาคเหนือ ติดความความก้าวหน้าโครงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในชนบทเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตท้องถิ่น หวังก้าวสู่ความเป็นวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

“ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์” ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า หนึ่งในภารกิจสำคัญของสำนักงานฯ คือ ส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชน รวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกภูมิภาคทั่วประเทศเข้าถึงดิจิทัลผ่านเครือข่ายดิจิทัลสตาร์ทอัพ และผู้ให้บริการดิจิทัลที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานฯ เพื่อประยุกต์ใช้ต่อ ยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น เพิ่มขีดความสามารถการบริหารจัดการธุรกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตคนในชุมชนอย่างยั่งยืน

ผ่านมาตรการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อชุมชนในชนบท (depa Digital Transformation Fund for Community) โดยดำเนินการตามความก้าวหน้าโครงการที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับธุรกิจสำหรับวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน พร้อมสานต่อแนวคิด ‘ชุมชนคิด ชุมชนเลือก ชุมชนทำ เพื่อชุมชนยั่งยืน’ ผ่านการขับเคลื่อนชุมชนให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล มากกว่า 200 ชุมชนทั่วประเทศ

ดึงอีอาร์พีช่วยเพิ่มผลผลิตขึ้น

คณะผู้บริหาร ดีป้า และสื่อมวลชนได้ติดตามความก้าวหน้า โครงการระบบบริหารจัดการไข่ไก่เพื่อกลุ่มวิสาหกิจชุมชน (ไข่ไก่อารมณ์ดี) โดยวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลผลิตเกษตรกรบ้านนาหึก อำเภอแม่ริม ที่ประยุกต์ใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) เป็นเครื่องมือหรือระบบที่ช่วยวางแผนและจัดการฐานข้อมูลองค์กร เพื่อให้มีการบริหารและใช้ทรัพยากรร่วมกันโดยนำระบบ ERP ใช้ในการบริหารจัดการและตรวจสอบสถานะไข่ไก่เรียลไทม์ได้ 

ไม่ว่าจะเป็นจำนวนไข่ไก่ที่ลูกค้าต้องการ จำนวนไข่ไก่คงเหลือ ยอดสะสมไข่ไก่ที่ส่งให้กับชุมชน รวมถึงระบบจัดการรับซื้อและจำหน่ายไข่ไก่ในวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลผลิตเกษตรแม่บ้านเกษตรกรบ้านนาหึก ติดตามและเก็บข้อมูลปริมาณการรับซื้อและกระจายไข่ไก่ขนาดต่างๆ เชิงสถิติ เพื่อประเมินผลและคาดการณ์ปริมาณและขนาดของไข่ให้สอดคล้องการรับซื้อ การเก็บรักษา และการกระจายให้เพียงพอต่อความต้องการตลาด

มาตรการดังกล่าวช่วยให้เกษตรกรในชุมชนเรียนรู้ เกิดความเข้าใจ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลร่วมการบริหารจัดการได้มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้วิสาหกิจชุมชนฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 180,000 บาทต่อปี ขณะเดียวกันยังสามารถลดต้นทุนแรงงานได้มากกว่า 120,000 บาทต่อปี

ใช้ไอทีเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์

ณัฐพล เล่าว่า ยังมีโครงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Predictive Machine Vision ในขั้นตอนคัดคุณภาพลำไยอบแห้ง และประมวลผลด้วยวิธีการของแมชีนเลิร์นนิ่ง โดยห้างหุ้นส่วนจำกัด ลำพูนดีเอสฟู๊ด อำเภอเมืองลำพูน ที่นำเทคโนโลยี Predictive Machine Vision มาใช้ในขั้นตอนคัดคุณภาพลำไยอบแห้ง และประมวลผลด้วยวิธีการแมชีนเลิร์นนิ่งร่วมกับงานออกแบบเครื่องจักรในอุตสาหกรรมลำไยอบแห้ง เพื่อสร้างเครื่องคัดคุณภาพลำไยอบแห้งแบบอัตโนมัติ ที่จำแนกคุณภาพและความเสียหายของลำไยอบแห้ง รวมถึงรายงานและวิเคราะห์คัดคุณภาพจากเครื่องคัดลำไยอบแห้ง สามารถติดตาม ตรวจสอบการผลิตได้แบบออนไลน์

  • ลงทะเบียน 'คนละครึ่ง' รอบ 2 พร้อมวิธีใช้เงินผ่าน 'เป๋าตัง' เช็คขั้นตอนที่นี่!

  • เริ่มแล้ว! ลงทะเบียน 'คนละครึ่ง' รอบ 2 วันนี้ โค้งสุดท้าย 2.3 ล้านสิทธิ์ ใช้ 'เป๋าตัง'

  • 'คนละครึ่ง' ลงทะเบียนรอบ 2 เว็บไม่ล่ม แต่ทำไม่สำเร็จ

หจก.ลำพูนดีเอสฟู๊ด สามารถลดต้นทุนด้านแรงงาน เพิ่มกำลังการผลิต คุณภาพ และมูลค่าสินค้าให้เป็นที่ต้องการของตลาดได้มากขึ้น อีกทั้งเป็นประโยชนในการพัฒนาเทคโนโลยีให้เกิดกับกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรของประเทศ ซึ่งจากเดิมกระบวนการผลิตลำไยอบแห้ง มีขั้นตอนสำคัญขั้นตอนหนึ่ง คือ คัดแยกลำไยอบแห้ง ที่มีลักษณะบุบ แตกและมีลักษณะที่ไม่ดี ซึ่งก่อนการคัดแยก จะมีลำไยอบแห้งที่เสียปน ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสำคัญแสดงถึงคุณภาพลำไยอบแห้งของแต่ละโรงงาน หากโรงงานมีการจัดการที่ดี ไม่มีลำไยอบแห้งเสียปนมาในลำไยอบแห้งที่ดี จะสามารถขายได้ในราคาที่แพง และเป็นที่ยอมรับสำหรับพ่อค้าคนจีนที่เข้ามาสั่งซื้อ 

ดังนั้นทุกโรงงานจึงให้ความสำคัญเน้นเฝ้าระวัง และยอมเสียค่าใช้จ่ายที่สูงในขั้นตอนนี้ เพื่อให้ลำไยอบแห้งของตัวเองมีคุณภาพที่ดีเป็นที่ต้องการของตลาด สามารถขายได้ราคาแพง แต่ปัจจุบันทุกโรงงานยังต้องใช้แรงงานคนที่มีทักษะสูงจัดการในขั้นตอนนี้ ทำให้โรงงานมีค่าใช้จ่ายในด้านนี้ค่อนข้างสูง หากลดต้นทุนส่วนนี้ลงไปได้มากจะทำให้โรงงานรับซื้อลำไยสดจากเกษตรกรในราคาที่สูงขึ้น