ส่งออกไทยเริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ ลุ้นปีหน้าพลิกบวก 4 %

ส่งออกไทยเริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ ลุ้นปีหน้าพลิกบวก 4 %

เกาะติดส่งออกไทย โค้งสุดท้ายสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่องเดือนพ.ย.ติดลบลดลงเหลือ 3.65% ตามปัจจัยเศรษฐกิจ คาดทั้งปีติดลบไม่เกิน 7% จับตาปี'64 มีโอกาสขยายตัวบวก 4%

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึง ภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยประจำเดือนพ.ย.2563 เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี แม้ยังมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่เศรษฐกิจโลกมีทิศทางการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อโลก (Global Manufacturing PMI) ที่ปรับตัวดีขึ้นเหนือระดับ 50 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และทำสถิติสูงสุดในรอบ 24 เดือน สอดคล้องกับหลายองค์กรระหว่างประเทศที่ปรับประมาณการเศรษฐกิจโลกในทิศทางที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายประเทศที่ช่วยเพิ่มกำลังซื้อของคู่ค้า ส่งผลให้สินค้าส่งออกในเดือนนี้ปรับตัวดีขึ้นหลายรายการ รวมทั้งข่าวดีเรื่องความคืบหน้าในการผลิตและกระจายวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในหลายประเทศ ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นทั้งในภาคการผลิต และการบริโภค โดยการส่งออกไทยมีภาวะการหดตัวน้อยลง ทั้งสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรม

การส่งออกไทยเดือนพ.ย. 2563 มีมูลค่า 18,932.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดลบ 3.65% ขณะที่ภาพรวมการส่งออก 11 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ย.) มีมูลค่า 211,385.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดลบ 6.92% ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่คาดการณ์ส่งออกปีนี้จะติดลบ 7%

  • EU แนะประเทศสมาชิกผ่อนปรนมาตรการปิดกั้นอังกฤษ
  • ไขข้อข้องใจไวรัสกลายพันธุ์

สำหรับสินค้าที่ขยายตัวได้ดี ยังเป็นสินค้ากลุ่มเดิมที่เติบโตต่อเนื่อง 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. สินค้าอาหาร เช่น ผักและผลไม้ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง อาหารสัตว์เลี้ยง สุกรสดแช่เย็นแช่แข็ง และสิ่งปรุงรสอาหาร 2. สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน (Work from Home) และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน เตาอบไมโครเวฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน ตู้เย็นและตู้แช่แข็ง เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ และโทรศัพท์และอุปกรณ์ 3. สินค้าเกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาด เช่น เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ รวมถึงถุงมือยางที่มีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามส่งออกไทยได้รับปัจจัยบวกจากความเชื่อมั่นเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน ในภาพรวมคาดว่าจะส่งผลดีต่อการส่งออกในเดือนสุดท้ายของปี และหากประเทศไทยได้รับมอบวัคซีนในช่วงกลางปี 2564 ตามกำหนด จะฟื้นคืนความเชื่อมั่นได้เร็วขึ้น และส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยกลับมาขยายตัว ซึ่งจะทำให้สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวหลายรายการกลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง

น.ส.พิมพ์ชนก กล่าวว่า ทิศทางการส่งออกในปี 2564 เชื่อว่าจะพลิกกลับมาเติบโตได้ 4% เป็นผลจากฐานที่ต่ำในปีนี้ โดยมีปัจจัยหนุนจากสินค้าไทยมีศักยภาพตรงตามความต้องการของผู้บริโภค เศรษฐกิจทั่วโลกฟื้นตัวมากขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อดีขึ้น ข่าวการผลิตวัคซีน ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก รวมทั้งราคาน้ำมันในตลาดโลกที่คาดว่าจะสูงขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อการส่งออกน้ำมันและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง

“การส่งออกไทยในช่วงปลายปีถือว่าเริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ ซึ่งตัวเลขในเดือนพ.ย.ดีขึ้นกว่าที่คาด โดยยังไม่ได้เห็นผลกระทบจากโควิดรอบ2 รวมถึงปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน นอกจากนี้ยังมีสัญญาณที่ดีคือ การนำเข้าติดลบเพียง 0.99% และเป็นการนำเข้าวัตถุดิบและเครื่องจักรกลเป็นแนวโน้มที่ดี “