“สมคิด” เอาจริงลงทุนPPPไม่ขยับให้ยกเลิกไปเลย

"สมคิด" เอาจริงลงทุนPPPไม่ขยับให้ยกเลิกไปเลย

"สมคิด" ไม้แข็งเร่งลงทุน PPP เข็นเศรษฐกิจ หลังพบว่าล่าช้าเกือบทุกโครงการ มูลค่า 1.09 ล้านล้านบาท

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกไม่ดี กระทบกับเศรษฐกิจไทย แต่ส่วนที่ประเทศพึ่งพาได้คือการลงทุนในประเทศ ซึ่งทางคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้รายงานความคืบหน้าโครงการ PPP แทบทุกโครงการมีความล่าช้าออกไป 6-10 เดือน ซึ่งได้กำชับกับนายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการ สคร. ให้สื่อความให้รัฐวิสาหกิจที่เป็นเจ้าของโครงการลงทุนพยายามให้โครงการเดินหน้าต่อไปให้ได้ จะช้าไปบ้างไม่เป็นไร แต่ไม่ใช่ช้าขนาดเป็นปี ซึ่งรัฐวิสาหกิจต้องให้เหตุผลให้ได้ว่าการลงทุนล่าช้าเพราะอะไร

นายสมคิด กล่าวว่า โครงการ PPP มี 2 ส่วน คือส่วนที่หนึ่งโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการอยู่แล้ว ก็ให้เร่งดำเนินการโดยเร็ว เมื่อวานนี้ (25มิ.ย.) ก็ได้สั่งการให้บริษัท ปตท. และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้เร่งการลงทุนของปีหน้าให้มาลงทุนภายในปีนี้่ และปรับเปลี่ยนการลงทุนที่เน้นการจ้างงานให้มากขึ้น

ส่วนที่สอง คือ โครงการมีแผนเข้า PPP ตอนนี้ทั้งหมดขอหยุดโครงการหมด ก็ได้ให้ สคร. ไปติดตามว่าหยุดโครงการเพราะอะไร มีเหตุผลหรือไม่ หากไม่มีเหตุผลไม่ให้ชะลอโครงการ หากชะลอโครงการหรือไม่ยอมลงทุนให้ยกเลิกโครงการไปเลย ให้ไปหาโครงการอื่นมาทดแทน

“รัฐบาลต้องการเห็นโครงการลงทุน PPP ไม่ใช่แต่เรื่องโครงการโครงการสร้างพื้นฐานเท่านั้น ต้องการให้การลงทุน PPP ในโครงการด้านสังคม ด้านการแพทย์ สาธารณสุข การศึกษา ที่อยู่อาศัยเพื่อคนชรา การท่องเที่ยว การเกษตร ในส่วนนี้มีความตื่นตัวน้อยเพราะไม่มีแรงจูงใจ ได้ให้ทางคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ไปดูมาตรการจูงใจเพิ่มเติม และให้ สคร. ประชาสัมพันธ์ว่ารัฐบาบมีการร่วมลงทุนในลักษณะนี้ เพื่อให้เอกชนเสนอโครงการเข้ามา” นายสมคิด กล่าว

  • คนอังกฤษไม่กลัวโควิดและฮีตเวฟ แห่รวมตัวนอนอาบแดดแน่นหาดวันอากาศดี
  • เศรษฐกิจไทยดื้อยา พ.ร.ก.กู้เงิน1.9ล้านล้านบาท

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กล่าวว่า การลงทุน PPP ล่าช้าเพราะการระบาดของโควิด ไม่ได้มาจากปัญหาเกียร์ว่างของหน่วยงานเจ้าของโครงการ ซึ่งเศรษฐกิจต้องการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เพราะการส่งออกวันนี้่ช่วยเศรษฐกิจไม่ได้ คลังจะต้องเร่งประสานหน่วยงานเจ้าของโครงการ เพื่อเร่งการลงทุน

นายชาญวิทย์ นาคบุรี ที่ปรึกษาด้านการประเมินผลรัฐวิสาหกิจ สคร. กล่าวว่า โครงการพีพีพีมีทั้งหมด 90 โครงการ มูลค่า 1.09 ล้านล้านบาท มีโครงการที่สำคัญ 18 โครงการ มูลค่า 4.72 แสนล้านบาท ในจำนวนมีกว่า 10 โครงการ ที่ลงทุนล่าช้า ซึ่งนายสมคิดได้สั่งการให้ สคร. ติดตามใกล้ชิดหากการลงทุนไม่เป็นไปตามแผน ให้เชิญผู้บริหารเจ้าของโครงการมาร่วมประชุมเพื่อชี้แจงในครั้งหน้า

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวว่า โครงการลงทุน PPP ล่าช้า เพราะผลกระทบจากการระบาดโควิด และการส่งวัสดุอุปกรณ์จากต่างประเทศเพื่อก่อสร้างลงทุนไม่สามารถทำได้ เพราะมีการปิดประเทศ

นายประภาศ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการวันนี้ได้มีการออกกฎหมายลูก PPP เรื่องโครงการลงทุนที่มีมูลค่าไม่เกิน 5,000 ล้านบาท ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแม่ PPP ทั้งหมด ให้ปฏิบัติตามกฎหมายลูกที่จะออกมา ประกอบด้วย 2 ส่วน ในส่วนแรกกิจการโครงการไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ให้เป็นอำนาจของหน่วยงานเจ้าของโครงการ หรือ รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงดำเนินการไปได้เลย

ในส่วนที่สองโครงการที่มูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5,000 ล้านบาท ให้เสนอ สคร. เพื่อเสนอให้คณะกรรมการ PPP พิจารณาว่าต้องดำเนินการตามกฎหมายแม่หรือไม่ หากไม่จำเป็นก็ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ หรือ รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงดำเนินการไปได้เลย