“สมคิด”ประกาศแผนพลังงานสร้างชาติ กระตุ้นลงทุน 3 ปี กว่า 1.1 ล้านล้าน

 “สมคิด”ประกาศแผนพลังงานสร้างชาติ กระตุ้นลงทุน 3 ปี กว่า 1.1 ล้านล้าน

“สมคิด”ควง“สนธิรัตน์”คลอดแผนพลังงาน 3 ปี หลังโควิด-19 ลดค่าครองชีพ-เร่งลงทุน-กระตุ้นเศรษฐกิจคลี่คลายคืนความสุขคนไทยลดรายจ่ายสร้างรายได้ อัดเงินลงทุนกว่า 1.1 ล้านล้าน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์  รมว.พลังงาน   เปิดเผยภายหลังให้การต้อนรับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาประชุมมอบนโยบาย “พลังงานสร้างชาติ” ที่กระทรวงพลังงานว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการเตรียมแผนงานด้านพลังงาน เพื่อลดค่าครองชีพและสร้างรายได้ให้กับประชาชนหลังสถานการณ์เชื้อโควิด-19 เริ่มคลี่คลายซึ่งจะช่วยสร้างผลประโยชน์คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.7 แสนล้านบาท

ทั้งนี้มีสาระสำคัญที่จะดำเนินการ 3 ด้านในช่วงปี 2563-2565  คือ   1. ลดรายจ่ายแก่ประชาชนช่วงโควิด-19 รวมกว่า 40,500 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงพลังงานได้ดำเนินการในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาและดำเนินการต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี ผ่านมาตรการช่วยเหลือสำคัญ เช่น ลดค่าไฟฟ้าครัวเรือนและภาคธุรกิจด้วยการบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้าจากการนำเข้า Spot LNG

การยกเว้นเก็บอัตราค่าไฟฟ้าขั้นต่ำ (Minimum charge) ถึง กันยายน 2563  การตรึงราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)ถึงเดือนก.ย. 2563 และจะพิจารณาขยายไปถึงธ.ค.2563 การช่วยเหลือส่วนต่างราคา NGV สำหรับรถสาธารณะ โดย ปตท. ช่วยเหลือส่วนต่างราคาจนถึงเดือนก.ค. 2563 และการลดเงินเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงลง 50 สต.ต่อลิตร และลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นลง 50 สต.ต่อลิตร

2. เร่งรัดการลงทุนด้านพลังงาน ในช่วง3 ปี (2563-2565)  กว่า  1.1 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นปี 2563 มีการลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท ปี 2564 ลงทุน 4.57 แสนล้านบาท และปี 2565 ลงทุน 4.5 แสนล้าน โดยมีแผนเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่  ในปี 2563   การเนินการ LNG Hub เริ่มการลงทุนพัฒนา Grid Modernization และศึกษาความเป็นไปได้ของ Grid Connectivity กับประเทศเพื่อนบ้าน การรื้อถอนแท่นปิโตรเลียม และเร่ง LNG receiving Terminal

  • “สมคิด-สนธิรัตน์” นัดถกพลังงานสร้างชาติ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
  • คลอดแล้ว 4 แผนพลังงาน หั่นเป้าโซลาร์เซลล์ หนุนโรงไฟฟ้าชุมชน 1,933 เมกะวัตต์

3. กระตุ้นเศรษฐกิจ ฟื้นฟูหลังโควิด-19 รวมกว่า 30,000 ล้านบาท สร้างรายได้ให้ชุมชน เกิดการจ้างงานกว่า 8,000 คน ซึ่งต่อจากนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) จะกระตุ้นให้เกิดการค้าผ่านตลาดนัดออนไลน์ชุมชนโรงไฟฟ้าและท่องเที่ยวเขื่อนทั่วไทย และ ปตท. จะจัด Living Community Market Place และเที่ยวทั่วทิศกระตุ้นเศรษฐกิจกับ Blue card

นอกจากนี้ยังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน มีแผนที่จะขยายสายส่งไฟฟ้าเพื่อผันแม่น้ำยวมสู่อ่างเก็บน้ำภูมิพลเพื่อชลประทาน และยังช่วยลดปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นได้ด้วย  รวมไปถึงการพิจารณาหาแนวทางการนำไฟฟ้าส่วนเกินมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับนโยบายโรงไฟฟ้าชุมชนจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน  ในปี 2563 จะมีการลงทุนและสร้างรายได้กว่า 2,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 10,000 คน เมื่อครบเป้าหมาย 700 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ การใช้ระบบ Blockchain เข้ามาช่วยในการซื้อขายปาล์มภาคพลังงานทั้งระบบ จะเกิดการหมุนเวียนรายได้กว่า 14,000 ล้านบาท และการลงทุนเพื่อช่วยประกอบการ Start up โดย ปตท. สนับสนุนทุนไปแล้วกว่า 17 ราย และ กฟผ. จะมี Innovation Holding Company เข้ามาช่วยสนับสนุนการพัฒนาไฟฟ้าในยุค Disruptive technology

ขณะเดียวกันยังมีแนวทางที่จะบูรณาการทำงานกับหน่วยงานอื่น เพื่อผลักดันการพัฒนา E-Transportation ให้ครบวงจร   ซึ่งกระทรวงพลังงานและหน่วยงานในสังกัดทุกหน่วยจะเร่งเดินหน้าตามแผนงานดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนมีรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยให้เดินหน้าอย่างเข้มแข็งต่อไป