‘สตาร์สไมโคร’ ปักธงลุย ‘โซลูชั่นอิเล็กทรอนิกส์’ ครบวงจร

“สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์” กางแผนธุรกิจปี 2564 มุ่งทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่บริษัทผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์พร้อมบริการโซลูชั่นครบวงจร เดินหน้าเจาะฐานลูกค้าเดิม-ลูกค้าใหม่ที่มีศักยภาพ ประเมินทิศทางรายได้ช่วง 5 ปีจากนี้เติบโตได้ไม่น้อยกว่า 30%

บริษัทตั้งเป้ายอดขายในปี 2564 ที่ระดับ 2,600 ล้านบาท หรือเติบโต 40-50% จากปีนี้ ปัจจัยบวกจากปัจจุบันมีคำสั่งซื้อจากลูกค้าล้นยาวไปจนถึงช่วงปลายปีหน้า และตัวเลขดังกล่าวยังไม่นับรวมลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 10 ราย และอยู่ระหว่างการเซ็นสัญญา โดยคาดว่าจะเห็นยอดคำสั่งซื้อเข้ามาตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรกของปีหน้าเป็นต้นไป

ส่วนภาพรวมผลประกอบการปี 2563 คาดจะอยู่ที่ 1,974 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,819.34 ล้านบาท อีกราว 13% ช่วง 9 เดือนแรก มีรายได้รวมแล้ว 1,411.10 ล้านบาท

ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานช่วงไตรมาส 4 คาดว่าจะเติบโตดีขึ้นจากไตรมาส 3 รายได้รวมที่ 503 ล้านบาท วิกฤติโควิด-19 ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ กลับกันเป็นช่วงเวลาที่สามารถบริหารจัดการและขยายผลิตได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จริงอยู่ที่ทำให้เกิดข้อจำกัดในการติดต่อสื่อสาร เจรจา หรือการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ทว่าธุรกิจยังสามารถเดินหน้าต่อ เมื่อมีวัคซีนหรือไม่มีการแพร่ระบาดแล้วจะยิ่งทำให้สามารถเติบโตเพิ่มขึ้นได้อีก 2-3 เท่า

บริษัทตั้งเป้าการเติบโตโดยเฉลี่ยช่วง 5 ปีข้างหน้า ระหว่างปี 2564-2568 ไว้ไม่น้อยกว่าปีละ 30% คาดว่าภายในปี 2568 รายได้จะเติบโตแตะ 7,500 ล้านบาท ขึ้นแท่นท็อป 50 ในธุรกิจรับจ้างผลิตและประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์โลก การเติบโตในช่วง 3 ปีแรกจะมาจากการเติบโตของธุรกิจหลัก ส่วนหลังจากนั้นอาจมาจากการเข้าซื้อกิจการเข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง

  • EA ไตรมาส3/63 กำไรสุทธิ1.1พันล้านหดตัว33%เหตุโรงไฟฟ้าพลังงานลมฉุด

  • 'วิษณุ' ชื่นชมการทำงานของ ป.ป.ส. สร้างผลงานเป็นที่น่าพอใจ

  • GULFไตรมาส3/63กำไรสุทธิลด10%เหตุขาดทุนค่าเงิน ลั่นรายได้ปี64โต50%

สำหรับขนาดของการลงทุน เบื้องต้นมูลค่าจะต้องไม่เกิน 1,000 ล้านบาทต่อดีล หรือเป็นบริษัทที่มียอดขาย 20-30 ล้านดอลลาร์ เน้นกิจการที่ทำให้สามารถเข้าถึงตลาดได้ดีขึ้น เร็วขึ้น ใกล้ลูกค้ามากขึ้น ไม่ใช่เพื่อสร้างการเติบโต และจะซื้อเมื่อมีความพร้อมในอีก 3-5 ปีข้างหน้า หลังจากสามารถทำให้ตนเองมีจุดยืนที่แข็งแรงและเป็นที่รู้จัก โดยเอสเอ็มทีต้องใหญ่กว่าบริษัทที่เข้าไปซื้อ 7-10 เท่า

นายวิรัตน์ กล่าวด้วยว่า การลงทุนในปัจจุบันรวมถึงด้านอาร์แอนดี ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีการลงทุนขนาดใหญ่เพิ่มเติม ด้วยจุดยืนขณะนี้มั่นใจว่ามีความพร้อม สามารถตอบโจทย์ลูกค้าและรองรับการเติบโตได้ถึง 2-3 ปี ล่าสุดบริษัทได้เพิ่มบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านซัพพลายเชนจากประเทศเยอรมันมาร่วมงาน ซึ่งส่วนนี้จะช่วยสนับสนุนให้เข้าตลาดซัพพลายเออร์ได้มากขึ้น