2022-05-09

วงจรปิดจับภาพชัด แม่ค้าแห่เก็บเงิน ที่หนุ่มขโมยเงินแม่ไปโปรยแจกกลางตลาด

By Abdul

เปิดวงจรปิดแล้ว นาทีหนุ่มวัย 39 ปีที่ขโมย ATM ของแม่ไปกดเอาเงิน 109,000 บาท แล้วเอาไปหว่านกลางตลาดสดสตึก บุรีรัมย์ เห็นชัดขณะหว่านหน้าตลาด ส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าแม่ค้าที่กรูเข้ามาเก็บเอาเงิน วัดใจจะคืนหรือไม่คืน 

วันที่ 9 พ.ค.65 กรณีนายวุฒิศักดิ์ หรือปุ่ง สมบัติ อายุ 39 ปี ระบุว่า ขโมยบัตร ATM ของนางสมหวัง สมบัติ อายุ 70 ปี ชาว ต.สะแก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ แม่ของตัวเอง แล้วแอบไปกดเงินจำนวน 109,000 บาท จากนั้นได้เอาไปหว่านกลางถนนหน้าตลาดสดเทศบาลสตึก เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา

หลังเกิดเหตุนางสมหวัง สมบัติ อายุ 70 ปี ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.นิธิวัฒน์ คำนนท์ สารวัตร(สอบสวน)สภ.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เพื่อให้ช่วยติดตามเงินสดที่หายไปและอยากได้เงินที่คนเก็บไปกลับคืนมา

จนกระทั่ง พ.ต.อ.วชิรวิทย์ วรรณธานี ผกก.สภ.สตึก อ.สตึก ได้แจ้งเตือนผู้ที่เก็บเงินของนายปุ่ง ไปได้ให้เอามาคืนที่ สภ.สตึก เพื่อส่งคืนให้นางสมหวัง เจ้าของเงิน หากไม่คืนมีสิทธิ์โดนข้อหารับของโจร เนื่องจากเจ้าของเงินที่แท้จริงได้ลงบันทึกประจำวันเอาไว้ ซึ่งต่อมาได้มีคนเอาเงินมาคืน 2 รายๆ 1,000 บาท

ส่วนการตรวจสอบ จนท.ทราบว่าบริเวณดังกล่าวมีกล้องวงจรปิด แต่ยังไม่สามารถเปิดเข้าห้องควบคุมได้ เนื่องจาก จนท.ที่รับผิดชอบ หยุดเสาร์-อาทิตย์ กลับบ้านที่ต่างจังหวัด

ล่าสุดได้ทำการเปิดภาพวงจรปิดแล้ว พบว่านายปุ่ง ซ้อนรถจักรยานยนต์กับเพื่อน แต่งกายด้วยชุดขาว ทั้งหมวก เสื้อและกางเกง เป็นสีขาวทั้งหมด โดยได้เริ่มหว่านกลางถนนไม่กี่ใบ มีชาวบ้านที่อยู่ใกล้ 2 คน เดินไปเก็บ

จากนั้นนายปุ่ง ได้เคลื่อนรถจักรยานยนต์ไปอีกมุมหนึ่ง แล้วทำการโปรยอีกครั้ง ทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้า เริ่มรู้แล้ววิ่งกรูตามรถของนายปุ่ง ก่อนนายปุ่ง จะโปรยเงินซึ่งคาดว่าเป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 อีกก้อนหนึ่ง กระจายทั่วบริเวณ ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นชัด ว่าส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าแม่ค้าอยู่บริเวณนั้น เพราะสวมเสื้อกันเปื้อนขายของ

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนางสมหวัง อีกครั้งถามถึงความรู้สึกหลังจากเกิดเหตุ นางสมหวัง เล่าว่า ตอนนี้ยังเสียดายเงินที่ลูกชายเอาไปหว่านเล่น แต่ยังโชคดี ที่เงินแยกบัญชีกัน เงินบัญชีที่ลูกชายเอาไป เป็นบัญชีเดียวที่มีบัตร ATM ตอนนั้นตนจะไม่ทำบัตร ATM แต่พนักงานธนาคารบอกว่า ทำแล้วจะสะดวก ไม่ต้องขึ้นมาเบิก

ตนจึงยอมทำบัตร แล้วเปิดบัญชีไว้จำนวนเงิน 110,000 บาท หักค่าบริการ ATM 1,000 บาท เหลือเงินในบัญชี 109,000 บาท เท่ากับลูกชายกดเอาเงินไปจนเกลี้ยงบัญชี คิดแล้วยังผวาไม่หาย หากมีเงินจำนวน 320,000 อยู่ในบัญชีเดียวคือบัญชีนี้ ตนคงจะกลายเป็นคนหมดตัวทันที

สอบถาม พ.ต.อ.วชิรวิทย์ วรรณธานี ผกก.สภ.สตึก บอกว่า จากการตรวจสอบภาพในกล้องวงจรปิดแล้ว ค่อนข้างชัด ว่าเป็นใครบ้าง ที่ไปเก็บเอาเงิน ส่วนการดำเนินการ จะเข้าไปแจ้งให้เอามาคืนก่อน แต่หากไม่มีใครเอามาคืน อาจจะดำเนินการตามความประสงค์ของเจ้าของเงิน