2021-11-20

ลุงพิการเจ็บใจ ให้หนุ่มเพื่อนบ้านที่ไว้ใจทำทุกอย่างแทน สุดท้ายฉก ATM กดเงินแสนหนี

By Abdul

ลุง 63 ปี ชาว อ.ลำปลายมาศ บุรีรัมย์ พิการอัมพฤกษ์ แจ้งตำรวจตามตัวเพื่อนบ้านวัย 30 ปีตัวแสบ สนิทไว้ใจกันถึงขั้นให้ไปกดเงินให้ ลุงจะขายที่ดิน 1.6 ล้าน เป็นคนทำสัญญาให้ รู้วันโอนเงินมัดจำ 7 แสน แล้วฉก ATM ของลุงไปกดเงินสดออกมา 2 แสน ซื้อมอเตอร์ไซค์ และทองใส่ สุดท้ายบล็อกเบอร์ บล็อกเฟซบุ๊ก แล้วหนีลอยนวล 

วันที่ 20 พ.ย.64 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ต.หินโคน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ว่าถูกเพื่อนบ้านที่ไว้ใจกันขโมยบัตร ATM เอาไปกดเงินสด 200,000 บาท แล้วหนีลอยนวล อยากจะให้โลกโชเซียล ช่วยติดตามหาตัวอีกทางหนึ่ง 

นายเกษม บุญศรี อายุ 63 ปี ชาว อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ พิการอัมพฤกษ์ซีกขวา เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดว่า ตนพิการอัมพฤกษ์ มาได้ 16 ปี ครอบครัวอยู่ด้วยกัน 3 คน คือภรรยาและลูกสาวซึ่งทำงานเป็นครูอัตราจ้าง ส่วนภรรยามีอาชีพขายผักตลาดสด วันปกติลุงจะอยู่บ้านคนเดียว 

ตนพิการใช้ชีวิตลำบาก เมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา นายไชยัน หรือ ฟาง ดวงแก้ว อายุ 30 ปี คนในหมู่บ้านมาคุยเล่นด้วยเป็นประจำ จากนั้นได้วานให้นายฟาง ไปส่งไปตลาด หาซื้อกับข้าวมากินด้วยกันเป็นประจำ เวลาตนจะไปกดเงินเบี้ยคนพิการ จะให้นายฟางไปกดเงินให้ เพราะตนเดินเหินลำบาก นายฟางจะรู้ทุกอย่างภายในบ้าน แม้กระทั่งรหัสบัตร ATM เพราะเคยให้ไปกดเงินเป็นประจำ ถือว่าเป็นคนที่ไว้ใจมากที่สุดนอกจากภรรยากับลูกสาว

ต่อมาตนได้ประกาศขายที่ดินจำนวน 13 ไร่ มีคนสนใจ ไปดูที่นา ตนก็ให้นางฟางพาไป จนกระทั่งตกลงซื้อขายกันในราคา 1,600,000 บาท นายฟาง รู้ทุกขั้นตอนของการเจรจาการซื้อขาย โดยคนซื้อที่ดินนัดจะโอนเงินมัดจำตามที่ตกลงกันคือ 700,000 บาท ให้ในวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา นายฟางก็รู้เช่นกัน

ส่วนนายฟาง เข้าออกบ้านของตนตามปกติเหมือนที่เคยทำมาก่อน ตอนเย็นวันที่ 12 พ.ย. หลังจากลูกสาวกลับจากทำงาน เวลาประมาณ 15.00 น. จึงจะให้ลูกสาวพาไปเช็กเงินที่ตู้ ATM แต่หาบัตร ATM ไม่เจอ จึงรีบไปขอดูยอดเงินที่ธนาคารสาขาลำปลายมาศ ว่าคนซื้อที่โอนค่ามัดจำจำนวนเงิน 700,000 บาท มาจริงหรือไม่ 

ได้รับคำตอบจากพนักงานธนาคารว่า เงินเข้าแล้ว 700,000 บาท แต่มีการถอนจากตู้ ATM ไปแล้ว 200,000 บาท ก่อนที่ตนจะมาถึงไม่นาน จึงรู้ทันทีว่า บัตร ATM ที่หายไป คนขโมยคือนายฟาง จึงไปแจ้งความให้ตำรวจอายัดบัญชีไว้ก่อน

จากนั้นได้ติดต่อกับนายฟาง ซึ่งนายฟาง รับยอมรับว่าได้กดเงินไปจริง เพราะเอาเงินไปใช้หนี้ ตนจึงขู่ว่าจะแจ้งความดำเนินคดี นายฟางจึงโอนเงินกลับคืนมาให้ในบัญชีลูกสาวจำนวนเงิน 50,000 บาท และสัญญาว่าจะโอนกลับมาอีก

สุดท้ายนายฟาง บล็อกเบอร์โทรศัพท์และบล็อกเฟซบุ๊กไปหมด ไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงเข้าไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ลำปลายมาศ แต่มีชาวบ้านเห็นนายฟาง ขับรถจักรยานยนต์คันใหม่ พร้อมใส่สร้อยคอทองคำ ลูกสาวจึงไปสืบ พบว่านายฟาง ซื้อรถจักรยานยนต์ ใน อ.ลำปลายมาศ เป็นเงิน 70,000 บาท ซื้อสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 บาทอีก 1 เส้น

ส่วนนายฟาง จนถึงตอนนี้ ไม่มีใครติดต่อได้ คาดว่าน่าจะขี่รถจักรยานยนต์ไปหาแฟนที่จังหวัดเชียงราย ยอมรับว่าเสียใจ เพราะเงินที่ตนจะได้มาจากการขายที่ดิน หวังเอามารักษาตัวเอง จึงอยากจะฝากถึงนายฟาง ว่าถ้าคิดได้ให้กลับมาพูดคุยกัน เรื่องทั้งหมดมีทางออก แต่ถ้ายังไม่กลับมายืนยันจะดำเนินคดีถึงที่สุด