‘ลิงโก้เอซ’ เอดเทคสตาร์ทอัพ บุกไทยรุกขยายแพลตฟอร์มเรียนจีน

'LingoAce' สตาร์ทอัพสาย Edtech สัญชาติสิงคโปร์ เดินหน้าขยายแพลตฟอร์มเรียนภาษาออนไลน์ ส่งตรงถึงมือคนไทย พร้อมประกาศความสำเร็จด้านเงินลงทุนซีรี่ย์ A และ A+ กว่า 13 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปีนี้ จาก VC ระดับโลก

LingoAce (ลิงโก้เอซ) บริษัทสตาร์ทอัพด้านการศึกษา (Edtech) สัญชาติสิงคโปร์ ผู้ก่อตั้งริเริ่มแพลตฟอร์มการเรียนภาษาจีนออนไลน์ชั้นนำของโลก ประกาศความสำเร็จล่าสุดด้วยการได้รับเงินระดมทุนอีกครั้งในรอบ Series A+ มูลค่า 6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากกองทุน Sequoia ประเทศอินเดีย หลังจากได้รับเงินระดมทุนรอบ Series A เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาจากกองทุน Shunwei ประเทศจีน มูลค่า 7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

160494053148


ทำให้วันนี้ลิงโก้เอซ
สามารถขยายขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี และบุคลากรได้อย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมเป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งของโลก ด้านการเรียนภาษาออนไลน์สำหรับเด็ก ผ่านการใช้เทคโนโลยี AI และ gamification features ปัจจุบันมีนักเรียนแล้วมากกว่า 1 แสนราย ใน 80 ประเทศทั่วโลก และประกาศจัดตั้งสำนักงานในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการการเรียนรู้ภาษาที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคอาเซียน

LingoAce ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2560 เป็นระบบการสอนที่สามารถออกแบบได้เฉพาะสำหรับเด็กแต่ละคน ด้วยสื่อการสอนแบบอินเตอร์แอคทีฟที่พัฒนาขึ้นเอง สร้างความแตกต่างจากออนไลน์แพลตฟอร์มด้านการศึกษาอื่นๆ โดยจุดแข็งคือการมีทีมงานด้านการศึกษาในการ พัฒนาหลักสูตร และสื่อการสอนตามมาตรฐานกระทรวงศึกษาธิการของสิงคโปร์และจีน สามารถปรับเปลี่ยนบทเรียนได้ตามวัตถุประสงค์การเรียนของผู้ปกครอง

เหมาะสำหรับเด็กตั้งแต่ 4-15 ปี สอนสดโดยครูชาวจีนที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน มีให้เลือกเรียนทั้งแบบเดี่ยวและกลุ่มย่อย สิ่งที่ทำให้ LingoAce แตกต่างจากการสอนที่อื่นคือ การใช้มัลติมีเดีย และ AI-powered tools ในการสร้างสรรค์ฟีเจอร์ gamification ต่างๆ เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้และ พัฒนาการภาษาสำหรับเด็ก ให้เป็นการเรียนที่สนุก ดึงดูดความสนใจ และทำให้เด็กรักภาษาใหม่ อย่างไม่รู้ตัว

 

แต่เนื่องด้วยกรณีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยิ่งแสดงให้เห็นว่าการศึกษาในรูปแบบดิจิทัลมีความจำเป็น จากข้อมูลของ Singstat เผยว่า 25.7% ของประชากร 700 ล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั้นเป็นนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 5-19 ปี ซึ่งการแพร่ระบาดของโรคนี้ทำให้การเรียนต้องชะงักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากการปิดโรงเรียน ซึ่งมีเด็กและเยาวชนเกือบ 363 ล้านคนเสียโอกาสในการเรียนอย่างต่อเนื่องไป และนั่นก็คือปัญหาของการเรียนที่มีประสิทธิภาพ

160494070865

มร.มิสเตอร์ ฮิวจ์ เหยา ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ LingoAce กล่าวว่า เงินลงทุนรอบนี้เป็นจังหวะที่ดีในการขยายตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในยุคโควิด พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง และมีแผนการลงทุนสร้างศูนย์วิจัยด้านการศึกษาที่สิงคโปร์เป็นแห่งที่สองอีกด้วย เพื่อให้ลีโก้เอซเป็นแพลตฟอร์มการเรียนภาษาจีนที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียนทั่วโลก

  • ลงทะเบียน 'คนละครึ่ง' รอบ 2 พร้อมวิธีใช้เงินผ่าน 'เป๋าตัง' เช็คขั้นตอนที่นี่!

  • ลงทะเบียน 'คนละครึ่ง' รอบ 2 ดีเดย์ 11 พ.ย. โอกาสสุดท้าย เช็ครายละเอียดที่นี่!!

  • ลงทะเบียน 'คนละครึ่ง' รอบ 2 ยังเหลืออีก 2.3 ล้านสิทธิ

มร.อาพีค อานันด์ กรรมการผู้จัดการกองทุน Sequoia กล่าวว่า ลิงโก้เอซ ได้สร้างแพลตฟอร์มการเรียนภาษาออนไลน์ที่ยอดเยี่ยม แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมและผลลัพธ์การเรียนรู้ที่น่าสนใจสำหรับเด็กนักเรียนทั่วโลก ด้วยสถิติทางเศรษฐศาสตร์ที่แข็งแกร่ง มีเด็กกว่า 100 ล้านคนที่อยู่นอกประเทศจีน ซึ่ง 27 ล้านคนเป็นนักเรียนในชั้น K1-K12 ที่ควรจะได้เรียนรู้ภาษาจีน คิดเป็นร้อยละ 20 ของเด็กทั้งหมด หากพวกเขาได้เรียนผ่านแพลตฟอร์มนี้เราจะเติบโตขึ้นคิดเป็นร้อยละ 30 ต่อปี ทำให้มั่นใจได้ว่าการพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนภาษา ออนไลน์จะตอบโจทย์ความต้องการด้านการเรียนในยุคสมัยนี้และอนาคตได้อย่างแน่นอน

160494129023

สำหรับประเทศไทยนั้น LingoAce เล็งเห็นว่า มีคนเชื้อสายจีนอยู่เป็นจำนวนมาก หลายครอบครัวมีธุรกิจที่ต้องติดต่อกับประเทศจีน อีกทั้งในไทยก็มีบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนที่มาขยายตลาดในหลายอุตสาหกรรม การที่บุตรหลานสามารถพูดภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว ย่อมส่งผลดีไม่ว่าจะเป็นการทำงานในองค์กรข้ามชาติ หรือการสานต่อธุรกิจครอบครัว

นอกจากนี้เด็กๆ ยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมจีน ซึ่งเป็นรากฐานของรุ่นปู่ย่าตายายในเวลาเดียวกัน ซึ่งหากเด็กไทยสามารถพูดภาษาจีนได้ จะทำให้เข้าถึงโอกาสในการทำงานในต่างประเทศได้คล่องตัว พร้อมเพิ่มขีดความสามารถเพื่อการแข่งขันในเวทีโลกได้มากขึ้น

ทั้งนี้ LingoAce มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสิงคโปร์และมีสำนักงานศูนย์ภูมิภาคและการวิจัยทางการศึกษาทั่วประเทศจีน (ปักกิ่ง, หวู่ฮั่น) สหรัฐอเมริกา (Los Angeles) และมีสาขาที่ประเทศไทย และอินโดนีเซีย บริษัทฯ มีทีมงานกว่า 420 คนและอาจารย์ที่ผ่านการรับรองมากกว่า 2,000 คน