รี้ด เทรดเด็กซ์ เผยเทรนด์งานแสดงสินค้า ยุค New Normal

รี้ด เทรดเด็กซ์ เผยเทรนด์งานแสดงสินค้า ยุค New Normal

รี้ด เทรดเด็กซ์ ชี้แนวโน้มการจัดแสดงสินค้าในไทย หลังโควิด จะไปต่อได้ ต้อง "Hybrid Exhibition" ดึงผู้ซื้อ-ผู้ขาย เจอกันทั้งสองโลก ออนไลน์-ออนกราวน์

วราภรณ์ ธรรมจรีย์ กรรมการผู้จัดการ รี้ด เทรดเด็กซ์

นางวราภรณ์ ธรรมจรีย์ กรรมการผู้จัดการ รี้ด เทรดเด็กซ์ เปิดเผยว่า งานแสดงสินค้า ถือเป็นเครื่องมือทางการตลาดชิ้นสำคัญ สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ใช้เชื่อมต่อกับลูกค้า ฟื้นฟูและสร้างแบรนด์ในตลาดได้อย่างรวดเร็วที่สุด และยังช่วยกระตุ้น ให้เกิดการเยียวยาธุรกิจและสถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าปีนี้ แม้จะถูกกระทบอย่างมาก จากสถานการณ์โควิด-19โดย สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) หรือ TCEB ระบุผลกระทบที่เกิดกับงานแสดงสินค้า โดยข้อมูลเมื่อวันที่ 22 เมษายน พบว่ามีงานถูกเลื่อนออกไป 22 งาน ยกเลิก 3 งาน คิดเป็นการสูญเสียเงินสะพัดในประเทศ ที่ควรจะเกิดจากการใช้จ่ายของผู้ร่วมงานต่างชาติจำนวนกว่า 46,000 รายที่ไม่ได้เข้ามา คิดเป็นเงินจำนวนกว่า 3,400 ล้านบาท (คำนวณเงินสะพัดจากมูลค่าการใช้จ่ายต่อคนต่อทริปที่ 74,000 บาท)

“คาดการณ์ว่าตอนนี้ในหลายประเทศอุตสาหกรรมไมซ์กำลังเข้าสู่ระยะที่สอง ของการเลื่อนงาน โดยระยะแรกเกิดขึ้นกับงานที่จัดในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน ที่ได้ประกาศเลื่อนการจัดงานออกไปก่อนหน้านี้” นางวราภรณ์ กล่าว

สำหรับ ระยะที่สองจะเกิดขึ้นกับงานที่จัดในช่วงเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนกันยายน โดยงานที่มีกำหนดจัดในช่วงเดือนกรกฎาคมนั้น มีแนวโน้มสูงว่าจะถูกพิจารณาเลื่อนออกไปจัดในช่วงเดือนธันวาคมเป็นส่วนใหญ่

โดยทาง รี้ด เทรดเด็กซ์ เองก็ได้พิจารณาปรับเลื่อนงานแสดงสินค้าบางงานออกไป อาทิ งานอินเตอร์พลาส ไทยแลนด์ งานแสดงเทคโนโลยีเพื่อการผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ และงานเนปคอน ไทยแลนด์ งานแสดงเทคโนโลยีเพื่อการประกอบ การวัด และการทดสอบคุณภาพเพื่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เลื่อนจากเดือนมิถุนายนออกไปอยู่ในระหว่างวันที่ 14-17 ธันวาคม 2563 ที่ ไบเทค บางนา ซึ่งเป็นสองงานที่น่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของสองอุตสาหกรรมหลักในไทยที่กำลังมีบทบาทสำคัญอย่างมากในสถานการณ์ปัจจุบัน

  • ผู้เชี่ยวชาญเตือนโควิดยังระบาดทั่วโลกรุนแรง ไทยต้องเคร่งครัดป้องกันโรค
  • ซีพีเอ็น ตั้งการ์ดคลายล็อคเฟส 3 จัด "โซนครอบครัว" ในร้านอาหาร

ทั้งงาน อุตสาหกรรมพลาสติกที่สร้างผลิตภัณฑ์และบริการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพอนามัยอาทิ หน้ากากอนามัย อุปกรณ์ทางการแพทย์ และ ผลิตพลาสติกบรรจุภัณฑ์อาหาร และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ เข้ามาใช้ในชีวิตช่วง New Normal

ส่วนงาน แมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป 2020 งานแสดงเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมการผลิตและสนับสนุน และงาน แฟ็กเทค งานสำหรับการบริหารจัดการโรงงาน ไปเป็นวันที่ 23 – 26 มิถุนายน 2564 และงาน จีเอฟที งานสำหรับการผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เป็นวันที่ 7-10 กรกฎาคม 2564 โดยทั้งสองงานจะจัดที่ ไบเทค บางนา

ส่วนงานในช่วงเดือนสิงหาคมและพฤศจิกายน ซึ่งเรามีอยู่สามงาน ได้แก่ งานไทล็อก-โลจิสติกส์ ที่เราจัดร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จัดวันที่ 26-28 สิงหาคมนี้, งาน คอสเม็กซ์ งานสำหรับการผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย กำหนดจัดวันที่ 3-5 พฤศจิกายน และงาน เมทัลเล็กซ์ มหกรรมเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีโลหะการ กำหนดจัดวันที่ 18-21 พฤศจิกายน ซึ่งทั้งสามงานจะจัดขึ้นที่ ไบเทค บางนา

ขณะเดียวกัน บริษัท เดินหน้าพัฒนางานแสดงสินค้ารูปแบบ Hybrid Exhibition เน้นการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการร่วมงาน เช่น การใช้ Big Data เพื่อวิเคราะห์เชิงลึกมากขึ้น เน้นความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย การให้บริการแบบ Personalized Exhibition Experience รวมถึงการพัฒนา AI เพื่อใช้ในการจับคู่เจรจาทางธุรกิจ (Business Matching)เพื่อเสริมโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ร่วมงาน จะทำให้ความเข้มข้นด้านโอกาสทางธุรกิจและROI ของผู้ร่วมงานเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม

“รี้ดฯ ประสบความสำเร็จในการจัด Webinar ไปแล้วเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา กับงาน Plastics Forum Webinar พบกว่าผู้ร่วมงานถึง 97% มีความพึงพอใจในงาน และยืนยันว่าจะร่วมงานสัมมนาออนไลน์ที่เราจะจัดขึ้นอีกครั้งแน่นอน ทำให้เรายิ่งมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นในรูปแบบการร่วมงานแบบออนไลน์อื่นๆ ที่เราเตรียมไว้ให้ผู้ร่วมงาน” นางวราภรณ์ กล่าว

ทั้งนี้ กำหนดให้จัดงานรูปแบบ Webinar อีกครั้ง ภายใต้ชื่อ Manufacturing ForumWebinar ซึ่งจะพูดถึงการดำเนินธุรกิจในช่วง New Normal ของอุตสาหกรรมการผลิตโดยรวมกำหนดจัดวันที่ 25 มิถุนายนนี้ ด้วยกลยุทธ์ “Hybrid Exhibition 365 วัน”