รับมือ “สังคมซุบซิบ”

รับมือ “สังคมซุบซิบ”

คอลัมน์ Great Talk

สวัสดีค่ะ อาจารย์ปรมะ 

ปัจจุบันดิชั้น รับราชการแห่งหนึ่งอยู่ ดิชั้นมีเรื่องให้รำคาญใจคือว่า ที่ทำงานชอบนินทากันค่ะ พูดถึงคนนู่นที คนนี้ที เวลามาคุยกับดิชั้นก็พูดถึงเพื่อนที่นั่งใกล้โต๊ะทำงานดิชั้น ไม่รู้ว่าเวลาเราไม่อยู่ พวกเขาจะนินทาดิชั้นบ้างรึเปล่า พอคิดแล้วก็รู้สึกเบื่อค่ะ หมดกำลังใจทำงาน 

ตุ๊ก

สวัสดีครับคุณตุ๊ก 

สมมุติเรานิยามการพูดคุยกันเป็นหลายมิติมากขึ้นนะครับ เช่น พูดคุยกันแบบสร้างสรรค์ พูดคุยกันเพื่อทำลายหรือพูดคุยกันเพื่อความสนุกสนาน

การนินทาเป็นนิยามออกไปค่อนข้างลบ เพราะความหมายอาจหมายถึงการพูดถึงอีกฝ่ายโดยที่อีกฝ่ายไม่รับรู้ อาจเป็นการพูดเรื่องดีของอีกฝ่ายถือเป็นการ “นินทาฝ่ายดี” หากพูดเรื่องไม่ดีของผู้อื่น อาจกลายเป็นการ “นินทากันฝ่ายมาร” 

การนินทากันเป็นเรื่องธรรมชาติของสังคมที่มีคนหมู่มากครับ อันว่าคนหมู่มากอาจมีตั้งแต่สองคนขึ้นไป ยิ่งมีคนมากขึ้น การนินทาคนอื่นยิ่งเป็นเรื่องสนุกปากครับ 

เพราะเหตุว่าเวลาคนเรารวมกลุ่มกันก็มักจะยกเรื่องต่างๆนาๆมาพูดคุยกัน อาจมีเหตุผลด้วย ความสนุกสนาน การแทรกเรื่องราวสาระ การแบ่งปันความรู้ ไปจนการลดทอนความสัมพันธ์ต่างๆเช่น การว่าคนอื่นให้แย่ลง หรือการปั้นแต่งเรื่องราวให้ตนเองดูดีขึ้น


ในสมัยสงคราม “ข้อมูล” ถือเป็นสิ่งที่มีมูลค่าเป็นอย่างมาก หากเราย้อนไปสมัยการขี่ม้าขี่วัว ขี่ควาย ขี่ช้าง รบพุ่งกัน “ข้อมูล” การรบหรือข้อมูลของข้าศึกว่า จะมียุทธวิธีรบแบบไหน มีพลทหารซุ่มอยู่ที่ใด ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก มีการส่งข้อมูลกันแบบ “ม้าเร็ว” “นกพิราบสื่อสาร” 

ไปจนถึง ให้พลทหารส่งข่าวกลืนแผ่นหนังที่ใช้จดบันทึกลงในท้องเพื่อปกปิดข้าศึกแล้วนำส่งข่าวสารไปยัง กองรบของตนเอง “หนึ่งข้อมูลและสองความรวดเร็ว” ของข้อมูลจึงสำคัญ

หากเรามองในมุมนี้ เพื่อนๆของคุณ ตุ๊ก อาจกำลังทำตัวเป็นม้าเร็วในการสื่อสาร เอาข้อมูลถูกบ้างผิดบ้างไปพูดคุยกันให้สนุกปาก โดยอาจต้องการเป็น “คนสำคัญ” ของกลุ่มหรืออยากให้ผู้คนรอบตัวรู้สึกว่าตนเองมีอำนาจเหนือผู้อื่นก็เป็นได้นะครับ 

ในยุคสมัยนี้ข้อมูลข่าวสารเริ่มรั่วไหลกันมากขึ้น ข้อมูลอาจมีมูลค่ามากไม่ต่างจากเมื่อก่อน แต่การคัดกรองข้อมูลในปัจจุบันสำคัญกว่าจำนวนข้อมูลในมือที่มีมากเกินไปแล้ว 

หากเรารับไม่ได้กับการนินทาฝ่ายมารของเพื่อนๆในวง ก็แนะนำให้เดินไปพูดตรงๆว่าเรารับไม่ได้ (ถ้าหากวันนึงคุณตุ๊กได้ยินมาว่ามีคนพูดถึงคุณ) 

แต่เหตุการณ์ก็อาจเป็นสองมิติ คือ เขายอมรับว่าพูดจริงส่วนอีกมิติคือเขาปฏิเสธว่าเขาไม่ได้พูด ข้อดีของการตรงไปตรงมาของเราคือ 

หากเขายอมรับและรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตนเองทำไป จะเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเขาและคุณตุ๊กเพราะอย่างน้อยเขาก็ได้รับทราบว่าทำให้เราเจ็บปวด แต่หากเขาไม่ยอมรับ นั้นแปลว่าเขาพยายามโกหกคนรอบตัว

เชื่อเถอะครับ ความลับมันมีระยะทางและเวลาจำกัด

เดี๋ยวคนรอบตัวเราก็ฉลาดขึ้นเองครับ ^^