2022-06-06

รพ.บุรีรัมย์ ยอมรับล่าช้าทำเด็กวัย 12 รอคิวผ่าไส้ติ่งจนตาย ยันไร้คนไข้ VIP แทรก

By Abdul

โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ชี้แจงกรณีเด็กอายุ 12 ปี นอนรอคิวผ่าตัดไส้ติ่งเสียชีวิต ยืนยันไม่มีคนไข้พิเศษแทรกคิว ยอมรับเป็นความบกพร่องของกระบวนการบริหารจัดการและการสื่อสาร พร้อมปรับปรุงไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้ขึ้นอีก

วันนี้ (6 มิ.ย. 65) นายแพทย์รักเกียรติ ประสงค์ดี รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลบุรีรัมย์ แถลงข่าวกรณีปรากฏเป็นข่าวต่อสื่อมวลชน ว่า ด.ช.กิตติศักดิ์ หรือน้องต้นน้ำ อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ม.1 ภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ ถูกส่งต่อมาจากโรงพยาบาลพุทไธสงด้วยอาการปวดท้องจากไส้ติ่งอักเสบ เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 65 เวลา 13.00 น.

ต่อมาได้รับแจ้งว่า ได้คิวผ่าตัดในเวลา 24.00 น. เมื่อเข็นเข้าห้องผ่าตัดได้ประมาณ 5 นาที น้องต้นน้ำถูกเข็นกลับและได้รับแจ้งว่า “หมอมีพิเศษ 2 เคส” ต่อมาวันที่ 30 พ.ค. เวลาประมาณ 15.00 น. ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง น้องต้นน้ำถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดด้วยอาการหนัก หลังจากออกจากห้องผ่าตัดก็ส่งเข้าห้องไอซียูทันที เวลาประมาณ 01.00 น. ของวัน 31 พ.ค. น้องต้นน้ำเสียชีวิต ท่ามกลางความสงสัยของญาติ

  • เด็กชายวัย 12 ต้องผ่าไส้ติ่ง แต่หมอผ่าคนไข้พิเศษก่อน สุดท้ายไส้ติ่งแตกเสียชีวิต

นายแพทย์รักเกียรติ ประสงค์ดี รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลพุทไธสงส่งตัวน้องต้นน้ำมารักษาต่อที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ แพทย์ระบุว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ แพทย์โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ได้ทำการประเมินตรวจซ้ำวินิจฉัยว่า ไส้ติ่งอักเสบเช่นเดียวกัน โดยกำหนดการผ่าตัดในวันที่ 29 พ.ค. 65 เวลา 17.00 น. แต่ผู้ป่วยมีอาการเปลี่ยนแปลง หัวใจเต้นแรงขึ้น ประกอบกับผู้ป่วยมีความสูง 163 เซนติเมตร น้ำหนัก 83 กิโลกรัม อยู่ในสภาวะน้ำหนักมาก

ผู้ป่วยเข้าห้องผ่าตัด 23.30 น. แต่ในขณะนั้นห้องผ่าตัด ซึ่งมี 3 ห้อง มีคนไข้รอผ่าตัดอยู่ทั้ง 3 ห้อง ห้องแรกผ่าตัดไส้เลื่อน และมีลำไส้เน่า แพทย์ต้องการตัดต่อลำไส้ ต้องผ่าตัดคนไข้ที่มารอก่อนหน้านี้ เป็นผู้ป่วยช่องท้องอักเสบอย่างรุนแรง ผู้ป่วยรายที่ 2 ผ่าตัดเสร็จประมาณตี 2 ของวันที่ 30 พ.ค. ส่วนห้องผ่าตัดอีกห้อง เป็นคนไข้อุบัติเหตุกระดูกโผล่ มีแผลเปิด อีกรายหนึ่งช่วงใกล้จะถึงเที่ยงคืน ซึ่งเป็นห้องผ่าตัดอีกห้อง ต้องผ่าตัดเด็กในครรภ์ มีสภาวะหัวใจเต้นเร็ว

ในขณะเดียวกัน พนักงานเปลได้เข็นน้องต้นน้ำเข้าไปในห้องผ่าตัด เกิดจากการประสานงานของหมออาจไม่ตรงกัน ซึ่งจากการประเมินของแพทย์ที่ทำการผ่าตัดไม่สามารถทราบล่วงหน้าได้ว่า การผ่าตัดเคสก่อนหน้านี้จะเสร็จสิ้นตอนไหน หรือจะใช้เวลานานแค่ไหน จึงไม่สามารถกำหนดเวลาได้ การให้ “น้องต้นน้ำ” รออยู่ในห้องผ่าตัดอาจจะไม่ปลอดภัย จึงแจ้งไปยังหอผู้ป่วยขอส่งตัวกลับไปก่อน โดยที่ไม่มีผู้ป่วยพิเศษ หรือเคสพิเศษ แต่อย่างใด

ต่อมาแพทย์พบว่า “น้องต้นน้ำ” หัวใจเต้นเร็วขึ้น และตรวจพบว่ามีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ผลจากการผ่าตัดพบว่า พบไส้ติ่งแตก มีหนองอยู่โดยรอบ ประมาณ 100 ซีซี การผ่าตัดเสร็จเวลาประมาณ 14.00 น. ใช้เวลาในการผ่าตัด 45 นาที เนื่องจากสภาพก่อนผ่าตัดมีภาวะแย่ลง และมีการติดเชื้อในกระแสเลือด จึงส่งเข้ารักษาที่ห้องไอซียู และหัวใจน้องหยุดเต้นเมื่อเวลา 02.25 น. ของวันที่ 31 พ.ค.

ซึ่งโรงพยาบาลบุรีรัมย์ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ “น้องต้นน้ำ” ทางคณะทีมรักษารวมถึงคณะการเยียวยา และการให้ข้อมูล การเยี่ยมบ้านคนไข้ ล่าช้าไปมาก ไม่มีคำแก้ตัวใดๆ และกราบขออภัยญาติผู้เสียชีวิตด้วย ยอมรับว่าการให้บริการมีส่วนต้องปรับปรุงอยู่หลายส่วนด้วยกัน

ส่วนกรณีเคสนี้ ก็เป็นหน้าที่ของโรงพยาลบาลบุรีรัมย์ที่ต้องทำการรักษาอยู่แล้ว จากนี้ต้องกระตุ้น กำชับทุกส่วนงานไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ไม่เพียงเฉพาะกรณีนี้เท่านั้น ส่วนในการเยียวยาอยู่ระหว่างการประสานให้การช่วยเหลือ