ยันวันนี้รู้ผลเงินเยียวยา ‘อสมท’

บอร์ดกสทช.นัดประชุมเคาะลงมติชี้ขาด

ดังนั้น จึงคาดว่าที่ประชุม กสทช. ในวันนี้ (10 มิ.ย.) เวลา 13.00 น.นี้ จะได้ข้อยุติตามแนวทางที่ อสมท เสนอ แต่ขอไม่เปิดเผยรายละเอียด เพราะเชื่อว่า อสมท ย่อมรักษาผลประโยชน์ขององค์กรมากที่สุด ซึ่งถ้าไม่เหมาะสมตามสัญญาระหว่าง อสมท และคู่สัญญา ก็ให้ฟ้องร้องกันเอง ถือว่า กสทช. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

เขา กล่าวว่า สำหรับกรอบวงเงินเยียวยาจากการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ จะพิจารณาตามระยะเวลาการถือครองคลื่นความถี่ แบ่งเป็น ระยะเวลา 3 ปี, 6 ปี 5 เดือน และ 8 ปี 6 เดือน ซึ่งคาดว่า ที่ประชุม กสทช. จะมีมติเป็นเอกฉันท์ โดยได้รับความเห็นชอบจากกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด โดยปัจจุบันมี กสทช. ปฏิบัติหน้าที่รวม 6 คน ดังนั้น จึงต้องมีอย่างน้อย 3 เสียง ทั้งนี้ หากที่ประชุมมีมติ 3 ต่อ 3 เสียง ตามระเบียบ กสทช. ว่าด้วยข้อบังคับการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2556 ระบุว่า ประธาน กสทช. สามารถออกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาดได้

“มั่นใจว่าครั้งนี้ต้องจบ เพราะถ้าไม่จบตอนนี้ ผมพ้นวาระไปเรื่องก็จะไม่จบ ซึ่งจะพิจารณาตามที่ อสมท เสนอ ดังนั้น หากมีข้อได้เปรียบ หรือเสียเปรียบอย่างไร ให้ฟ้องร้องกันเอง กสทช. ไม่รู้รายละเอียดในสัญญา ไม่เกี่ยวข้อง อย่ามาฟ้อง กสทช.” นายฐากร กล่าว

  • เช็คเงินเยียวยา ตรวจสอบสถานะ 'เงินอุดหนุนบุตร' เข้าวันนี้ มีเงิน 'เยียวยากลุ่มเปราะบาง' ด้วยไหม?

  • สุดเศร้า! 'ตั้ว ศรัณยู' เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย

  • เงินเยียวยา ‘กลุ่มเปราะบาง’ ฝันสลาย! เงินยังไม่โอน รอเข้า ครม. สัปดาห์หน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากที่ประชุม กสทช. เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2563 ไม่ได้ข้อยุติ เนื่องจากกรรมการ กสทช. มีมติ 2 ต่อ 2 เสียง ทั้งในเรื่องกรอบวงเงินและการแบ่งสัดส่วนเงินเยียวยา โดย พ.อ.นที สุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. ขอถอนตัวออกจากที่ประชุม ขณะที่ นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. ขอไม่ลงมติ

อีกทั้ง ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมบอร์ดกสทช.มีมติเห็นชอบในวิธีการคิดกรณีที่ดีที่สุด ตามผลการศึกษาเพิ่มเติ่มของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการประเมินมูลค่าคลื่นจ่ายเยียวยาคลื่น 2600 โดยมีการสรุปแล้ว 3 แนวทาง บนพื้นฐานระยะเวลาครองคลื่นความถี่ 15 ปี ประกอบด้วย แนวทางที่ 1 กรณีเลวร้ายที่สุดวงเงินเยียวยาอยู่ที่ 1,573.4 ล้านบาท แนวทางที่ 2 กรณีพื้นฐานวงเงินเยียวยาอยู่ที่ 3,809.8 ล้านบาท และแนวทางที่ 3 กรณีที่ดีที่สุดวงเงินเยียวยาอยู่ที่ 6,685.1 ล้านบาท