2021-10-27

พ่อเดือด คู่กรณีขู่จะเตะก้านคอลูกสาว ถือปืนลงไปเอาเรื่อง แต่โดนตำรวจรวบทันควัน

By Abdul

วันที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลาประมาณ 15.40 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสายตรวจ ชุดจราจร และชุดสืบสวน สภ.เมืองสกลนคร รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 จากประชาชนว่ามีชายรายหนึ่งพกพาอาวุธปืน ลงจากรถเก๋งเพื่อนำไปข่มขู่คู่กรณี ที่มีปัญหากันบริเวณจุดขายสินค้า ใกล้สำนักงานเทศบาลนครสกลนคร ก่อนจะขับรถดังกล่าวออกจากไปจากที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำกำลังออกตรวจสอบตามที่รับแจ้ง เบื้องต้นพบรถผู้ต้องสงสัย รถเก๋งฮอนด้า ซีวิคไดเมนชั่น สีส้ม ขับขี่ไปยังบริเวณซอยหลังเทศบาล จากนั้นขับมุ่งหน้าออกไปยัง ถนนสกล-นาแก  

เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังออกติดตามจนกระทั่งไปถึงบริเวณสี่แยกบ้านนาอ้อย-สารพัดช่าง เจ้าหน้าที่จึงใช้ยุทธวิธีการจับกุมตรวจค้นอย่างระมัดระวัง โดยให้สัญญาณหยุดรถ เนื่องจากรับแจ้งว่ามีอาวุธปืน กระทั่งรถคันต้องสงสัยจอดข้างทาง ตรวจสอบบุคคลในรถพบมีคนขับเป็นผู้ชายเพียงรายเดียว จึงให้คนขับลงจากรถ ก่อนที่จะควบคุมตัวไว้ในทันที

จากนั้นกำลังเสริมได้มาถึง เจ้าหน้าที่จึงจะขออนุญาตตรวจค้นรถ ทราบชื่อคนขับ นายประเสริฐ อายุ 37 ปี ชาว อ.เต่างอย จ.สกลนคร โดยให้คนขับขี่ที่ถูกควบคุมตัว ร่วมตรวจสอบด้วยพร้อมบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของ เจ้าหน้าที่เพื่อค้นหาสิ่งของผิดกฎหมาย  

ระหว่างการตรวจค้น ผู้ต้องสงสัยพยายามปฏิเสธว่าไม่ได้มีอาวุธปืนตามที่ถูกกล่าวหา เมื่อตรวจค้นพบกล่องพลาสติกคล้ายกล่องเก็บอาวุธปืนอยู่หลังเบาะผู้โดยสารฝั่งซ้าย เมื่อเปิดออกมาเจอกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวนหนึ่ง และแมกกาซีนอยู่ในกระเป๋าสะพายลายพรางอีกจำนวนหนึ่ง จึงควบคุมตัวไปสอบสวน ที่ สภ.เมืองสกลนคร เมื่อตรวจค้นโดยละเอียดจึงพบอาวุธปืนขนาด 9 มม.ซุกซ่อนอยู่บริเวณคอนโซลหน้ารถฝั่งคนโดยสาร ตรวจสอบอาวุธปืนพบเป็นอาวุธปืนมรดกมีทะเบียน จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน 

นายประเสริฐ กล่าวว่า ตนนั้นมีอาชีพค้าขาย รู้สึกแค้นใจกับคู่กรณีที่เป็นผู้ปกครองของเด็กอีกคน ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ได้พูดดูถูกลูกสาวของตนว่า หากเป็นเด็กผู้ชายจะเตะก้านคอเข้าให้  ตนรู้สึกโมโหจึงพกพาอาวุธปืนลงไปข่มขู่ แต่ยังไม่ได้ทำอะไรกัน ก็ขับรถออกจากที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะมี เจ้าหน้าที่ตำรวจ มาจับกุมตัว 

เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตรวจสอบประวัติเพิ่มเติม เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไปในหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันควร  นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป