‘พิพัฒน์’ เร่งเคลียร์จีน ห้ามกรุ๊ปทัวร์เที่ยวนอก หวั่นกระทบวีซ่า ‘เอสทีวี’

“พิพัฒน์” จ่อจับเข่าคุยรัฐบาลจีน แจงมาตรการสาธารณสุขรัดกุมโครงการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มวีซ่าแบบพิเศษ หรือ STV เข้าไทย หลังจีนประกาศห้ามกรุ๊ปทัวร์จีนเที่ยวนอก

จากกรณีที่กระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของสาธารณรัฐประชาชนจีน ประกาศ ณ วันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่ายังไม่อนุญาตให้จัดทัวร์ไปเที่ยวต่างประเทศ และยังห้ามไม่ให้ทัวร์ของชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวจีน เพื่อลดความเสี่ยงโรคโควิด-19 กลับมาระบาดอีกระลอกในฤดูหนาวนี้

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยอมรับว่า ประกาศดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความเข้าใจของนักท่องเที่ยวในเรื่องที่ประเทศไทยกำลังดำเนินโครงการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบจำกัดภายใต้วีซ่าแบบพิเศษ (Special Tourist VISA:STV) เพื่อเปิดประเทศดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย ถ้าเป็นเช่นนั้น คงต้องขอชี้แจงหรือเจรจากับทางการจีนเพื่ออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีดำเนินโครงการฯ รวมถึงความเข้มข้นและรัดกุมด้านสาธารณสุข ตลอดจนการกักตัวตามมาตรฐานสากลของไทยให้ทางการจีนรับทราบ

“หลังจากรัฐบาลจีนประกาศย้ำห้ามนักท่องเที่ยวจีนเดินทางออกนอกประเทศผ่านบริษัทนำเที่ยวหรือทัวร์ ผมเตรียมขอเจรจาเพื่ออธิบายรายละเอียดขั้นตอนของการเปิดประเทศอย่างจำกัดนำร่องด้วยSTVเพื่อให้เกิดความชัดเจนก่อนตัดสินใจเดินทางมาเที่ยวไทย”

นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า กรณีทางการจีนห้ามกรุ๊ปทัวร์เดินทางออกนอกประเทศนั้น หมายถึงกรุ๊ปทัวร์ปกติ เดินทางด้วยวีซ่าท่องเที่ยวปกติที่มีการประกาศตั้งแต่ช่วงโรคโควิดระบาดใหม่ๆ ไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยวีซ่าแบบ STV ซึ่งถือเป็นวีซ่าพิเศษ ไม่ใช่วีซ่าที่ออกให้แบบทั่วไป จึงไม่มีปัญหาด้านการเดินทาง

“นักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่สนใจเข้ามาในไทยอยู่แล้ว เพียงแต่บางส่วนรอผลของกลุ่มแรกที่เข้ามาว่าจะเป็นอย่างไร ถือเป็นจุดที่สำคัญมาก เพราะหากผ่านไปด้วยดีก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวอื่นๆ ด้วย และถ้าคนกลุ่มแรกไม่มีอะไรผิดปกติ ททท.หวังว่าจะเป็นทูตการท่องเที่ยวของไทย ช่วยบอกต่อให้เรา”

ทั้งนี้สำนักงาน ททท.ทั้ง 5 แห่งในประเทศจีนได้รายงานถึงดีมานด์ของนักท่องเที่ยวจีนที่สอบถามเกี่ยวกับรายละเอียดและขั้นตอนการขอวีซ่าแบบ STV จำนวนมาก ส่วนจะเดินทางจริงได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยในการตัดสินใจเดินทางจริง

“ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติแจ้งความประสงค์ขอเดินทางเข้าไทย โดยอยู่ระหว่างการยื่นขอวีซ่าแบบ STV แล้วหลายกลุ่ม มีกำหนดการเดินทางเข้ามาต่อเนื่องจากกลุ่มแรกที่เดินทางจากเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนซึ่งเข้ามาเมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยสายการบินสปริงแอร์ไลน์ เที่ยวบิน 9C8579 จำนวน 39 คน ทั้งหมดสุขภาพแข็งแรง ไม่มีไข้ ไม่มีเชื้อโควิด”

ส่วนวันพรุ่งนี้ (24 ต.ค.) จะมีนักท่องเที่ยวจีนจำนวน 13 คน เดินทางโดยเครื่องบินส่วนตัวPrincess Jet Global6000 เที่ยวบินที่9H-OJOจากเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน บินลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 15.00 น., วันที่ 26 ต.ค.นี้ จะมีนักท่องเที่ยวจีนจำนวน 147 คน เดินทางด้วยเครื่องบินของไชน่า เซาท์เทิร์น แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่CZ3081 จากเมืองกว่างโจว ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 15.15 น.

ส่วนวันที่ 27 ต.ค.นี้ เดินทางด้วยเครื่องบินของสิงคโปร์ แอร์ไลน์ จากประเทศสิงคโปร์ จำนวน 1 คน มายังสนามบินสุวรรณภูมิ โดยกำลังรอการยืนยันเที่ยวบินและเวลา,วันที่ 28 ต.ค.นี้ เดินทางด้วยเครื่องบินของสายการบินไทย จำนวน 118 คน เที่ยวบินที่TG8103 จากเซี่ยงไฮ้ ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 21.15 น. และ วันที่ 3 พ.ย.นี้ เดินทางด้วยเครื่องบินของสิงคโปร์ แอร์ไลน์ จากประเทศสิงคโปร์ จำนวน 1 คน มายังสนามบินสุวรรณภูมิ โดยกำลังรอการยืนยันเที่ยวบินและเวลา

ทั้งนี้เมื่อรวมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มSTVที่แจ้งความประสงค์จะเดินทางเข้าไทยตั้งแต่ช่วงวันที่ 20 ต.ค.-3 พ.ย.2563 เบื้องต้นมีจำนวนประมาณ 319 คน

  • 'ธนาธร' ลุยหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น หวังปักธงจังหวัดแพร่

  • ปลื้มปิติ! 'ในหลวง-พระราชินี' ทรงพระดำเนินเยี่ยมทักทายราษฎร

  • "ณัฐชนน" ระดมพล "อาจารย์" หยุดสอน เพื่อร่วมต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย