2022-07-29

ผู้ช่วยพยาบาลเคลียร์ปม ไม่หลบรถกู้ภัย ยกมือไหว้ขอโทษ จะไม่ทำอีกแล้ว

By Abdul

ผู้ช่วยพยาบาล แจงทุกปมดราม่า ไม่หลบรถให้รถกู้ชีพ จนผู้ป่วยเสียชีวิต โอดไม่มีเจตนากลั่นแกล้ง ยกมือไหว้ขอโทษ อนาคตไม่ทำอีก

กรณีดราม่า ผู้ช่วยพยาบาลอยู่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊กผ่านเพจชุมทางทุ่งสง ฝากไปถึงมูลนิธิ โดยบอกว่า เวลาขอทางให้เวลารถคันหน้าดูรถทางซ้ายมือบ้าง ไม่ใช่คิดแต่จะจ่อตูดอย่างเดียว และอยากให้คิดถึงความปลอดภัยของคนอื่น ไม่ใช่เอาแต่ความสะดวกของตัวเอง พร้อมย้ำว่าไม่ว่าจะด่วนแค่ไหนก็ตาม ให้คิดถึงความปลอดภัยของคนอื่นด้วย จนทำให้มูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์(ทุ่งสง) ออกมาเผยคลิปเพื่อตอบโต้ ทำให้ทัวร์ลงผู้ช่วยพยาบาลหนัก เพราะจากคลิปดังกล่าวจะเห็นว่าผู้ช่วยพยาบาลขับรถเก๋งอยู่เลนขวาและไม่ยอมหลีกทางให้รถกู้ชีพ ที่กำลังขอทางเพื่อไปช่วยเหลือผู้ป่วยอาการหนัก สุดท้ายไปช่วยไม่ทัน ผู้ป่วยเสียชีวิต

รายการโหนกระแสวันที่ 29 ก.ค. 65 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์ ตาล ผู้ช่วยพยาบาลคู่กรณี, วัลลภ สุมงคล ทนายคุณตาล, ปิยะพงษ์ สุขธนะ ประธานมูลนิธิสยามรวมใจฯ นครศรีธรรมราช, แบงค์ คนขับรถกู้ชีพ, บูม คนปั้มหัวใจผู้เสียชีวิต มาพร้อม ว่าที่ร้อยตรี อภิรัฐ รัตนพันธุ์ ทนายความ

 

แบงค์ขับรถกู้ภัยวันนั้น มันเกิดอะไรขึ้น?

แบงค์ : วันนั้นเราได้รับแจ้งว่ามีผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว ซึ่งระยะทางจากหน่วยกู้ภัยไปถึงบ้านประมาณ 15 กิโล ผมก็เลยออกรถไปรับผู้ป่วยเคสดังกล่าว ระหว่างทางไปเจอรถคุณพี่เขา อยู่เลนขวา พยายามส่งสัญญาณเสียง สัญญาณไฟ แล้วพูดออกเครื่องขยายเสียงว่าขอทางหน่อย

ผู้ป่วยที่รับแจ้งมา มีอาการยังไง?

แบงค์ : ไม่รู้สึกตัวครับ เป็นผู้ชายอายุ 68 ปี

คุณต้องใช้เลนนี้ ถูกมั้ย?

แบงค์ : ปกติใช้เลนขวาครับ ถ้าเกิดเราลงซ้ายได้มั้ย ได้ครับ แต่ผมกลัวว่าจะมีรถมอเตอร์ไซค์ที่เขาอยู่ด้านซ้าย เดี๋ยวเราจะไปเกิดอุบัติเหตุซ้ำ ผมเลยพยายามขอเลนขวา เร่งรีบไปหาคนไข้ครับ

ส่วนใหญ่กู้ภัยวิ่งขวาอยู่แล้ว ให้รถนำหน้าเขาตบออกซ้าย เพื่อเปิดทาง ปกติเป็นแบบนั้น ทีนี้หลังจากนั้นประเด็นเกิดขึ้น คุณออกได้ และไปถึงตัวผู้ป่วย แล้วเป็นยังไง?

แบงค์ : ผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นไปแล้วครับ ก็เลยให้น้องที่ไปกับผมทำการซีพีอาร์

บูมเป็นคนซีพีอาร์ ตอนนั้นไปถึงผู้ป่วยเป็นยังไง?

บูม : ผู้ป่วยหมดสติครับ จับชีพจรไม่ได้ ผมได้เริ่มซีพีอาร์เลย จากที่เกิดเหตุไปถึงรพ.เลยครับ

สุดท้ายไม่ขึ้น เสียชีวิต?

บูม :   ใช่ครับ

คุณโดมเลยโพสต์เรื่องนี้ขึ้นมา?

ปิยะพงษ์ : เริ่มต้นผมได้รับทราบจากอาสาสมัครและพี่น้องประชาชนที่รู้จักเป็นการส่วนตัวว่าทางคุณพี่เขาได้ไปแจ้งในเพจชุมทางทุ่งสงเรื่องข้อเกิดเหตุดังกล่าว ผมก็ได้เข้าไปดูในเพจชุมทางว่าพี่เขาพูดว่าอะไรบ้าง ก็ได้เรียกทางผู้ขับและผู้ปฏิบัติในเวลานั้นเข้ามาสอบถามรายละเอียดว่าเป็นยังไง ผมก็บอกว่าไปเอากล้องวงจรปิดที่รถมาดูว่าเป็นยังไง พอมาดูแล้วด้วยการที่พี่เขาพูดมาเราก็เข้าใจ จริงๆ เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าพี่เขาประสานมากับทางสำนักงานหรือโทรศัพท์มาโดยตรง มันก็ยังคุยกันได้ เป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่เราใช้การเจรจา อาจมาที่สำนักงานหรือโทรคุยกัน ผิดไปเราก็ขอโทษ ไม่ว่าทีมผมจะถูกหรือผิดผมก็ต้องขอโทษ ด้วยความถูกผิดไม่รู้ แต่เรามีเจตนาช่วยผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บให้รอดปลอดภัยแค่นั้นเอง

ในนั้นได้ถามกลับด้วยว่าพี่เองเป็นถึงผู้ช่วยพยาบาล?

ปิยะพงษ์ : เราเช็กว่าพี่เขาเป็นใคร ก็เป็นสายงานเดียวกัน ซึ่งพอสายงานเดียวกัน โดยเราน่าจะรู้กันถ้าเราไม่จำเป็นจริงๆ เราไม่รีบเลยพี่ เคสนี้เขาแจ้งมาแล้วว่าผู้ป่วยหมดสติ ไม่รู้สึกตัว เราประเมินได้เลยว่าเคสนี้สีแดง เรามีเวลาที่การแพทย์ฉุกเฉินกำหนด ก็มีหลายท่านที่สอบถามมา ทางหน่วยของผมที่ไปรับผู้ป่วย ก็เป็นรถที่ได้รับอนุญาตถูกต้อง แล้วอยู่ในระบบกาแพทย์ชุมชน มีการรับรองจากหน่วยงานสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และสาธารณสุขจังหวัด เป็นที่เรียบร้อย ก็มีหลายท่านที่ถามมา ผู้ปฏิบัติก็มีการฝึกอบรม มีขั้นตอนในการปฏิบัติ เวลาในการรับผู้ป่วยถ้าเคสสีแดงเท่าไหร่ ใช้ระยะทางเท่าไหร่ เขาจะมีกำหนดฟิกซ์มาให้เราเลย

ย้อนถามแบงค์ ตอนเราไปจ่อท้ายรถพี่ตาล ใช้เวลานานมั้ยที่เขาไม่หลบแล้วเราต้องตบซ้าย?

แบงค์ : ไม่มั่นใจว่านานมั้ย แต่ประมาณ 200 เมตร

ตอนนั้นจำเป็นต้องใช้ความเร็วเพราะต้องไปรับ?

แบงค์ : ใจผมอยู่ที่ผู้ป่วย ต้องไปถึงให้เร็วที่สุดแค่นั้น

เป็นหัวใจกู้ภัย ต้องรีบไปก่อน เพราะข้างหน้าคือวินาทีชีวิตของเขา มุมคุณตาลคืออะไร?

ตาล : ตาลเรียนแจ้งพี่หนุ่ม เหตุการณ์วันนั้นเป็นไปตามที่น้องเขาบอกมา แต่จะมีประเด็นที่ว่าทำไมตาลไม่ได้เบี่ยงซ้ายให้น้องเขา คืออยากชี้แจงว่าน้องอาจไม่ทราบเหตุผลของพี่ว่าทำไม แต่รถของพี่เป็นรถคันเล็ก พอน้องเอารถของน้องที่เป็นคันใหญ่กว่ามาจ่อ แล้วจ่อไม่ได้เว้นระยะให้พี่ มุมของพี่ที่จะมองทัศนวิสัยเลนด้านซ้าย พี่ก็มองไม่เห็น ใจนึงก็อยู่ที่ว่าน้องก็จ่อๆ เสียงไซเรนก็ดัง ด้านซ้ายก็มองไม่ถนัด ถามว่าพี่ทราบมั้ยว่าน้องไปรับผู้ป่วย พี่ทราบค่ะ น้องโฟนพี่ก็ได้ยินนะคะ ไม่ใช่ว่าไม่ได้ยิน ถามว่าพี่เข้าใจน้องมั้ย พี่เข้าใจ พี่ทำงานด้านนี้ การช่วยผู้ป่วยบนรถ พี่ก็เคยอยู่ในสถานการณ์นั้น พี่เข้าใจ แต่มุมกลับกัน ตอนนั้น น้องเข้าใจมั้ยว่าพี่เป็นคนใช้รถอยู่ ไม่ใช่ว่าตั้งใจจะไม่หลบให้น้อง ขอแค่เวลานิดเดียว ไม่ต้องกระชั้นชิดขนาดนั้น

คุณจะบอกว่ารถคุณเล็กกว่า กระจกมองข้างของคุณมองเห็นแค่รถเขาเหรอ?

ตาล : มันเห็นแค่รถ เห็นไม่เต็มฝั่ง

พอรถจี้ก้น ไม่มีระยะห่าง แล้วคุณสามารถกระเถิบมาได้มั้ย เพื่อมองว่าว่างหรือเปล่าจะได้ตบออกมา?

ตาล : ที่ไม่ได้กระเถิบออกมา หนึ่งพอรถวิ่งอยู่ แล้วไม่ได้กระเถิบ เพราะเราคิดว่าถ้ากระเถิบเราต้องชะลอความเร็วลง ในการเบี่ยงซ้ายทุกกรณี เราต้องชะลอความเร็วลงอยู่แล้ว แล้วรถมันจี้อยู่ ตาลก็กลัวว่าคันหลังถ้าตาลเบี่ยงปุ๊บ ในการที่น้องเบรก น้องหยุด น้องรีบ พี่เข้าใจค่ะ มันก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุตรงนั้นได้ ตาลก็เลยหนึ่งรถด้านซ้ายจะชนพี่หรือเปล่า สองรถน้องเองจะชนพี่หรือเปล่าถ้าเบี่ยงไปเลยขนาดนั้น

เราเข้าใจเขาได้มั้ย?

แบงค์ : เข้าใจครับ

คุณเป็นคนขับรถช้าอย่างที่คุณบอก?

ตาล : ใช่ ตาลเป็นคนขับรถช้าอยู่แล้วค่ะ

ปิยะพงษ์ : โดยหลักการขับรถประเทศไทยเราต้องแซงขวา ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว กรณีฉุกเฉินเข้าใจว่าผมแซงซ้ายก็ได้ ซึ่งน้องเขาก็แซงซ้ายจริงๆ แต่ว่าโดยหลัก ถ้าเราแซงซ้ายไป จากประสบการณ์ตัวผมเอง ถ้าแซงซ้ายไปไม่ว่าจะรถประชาชนเกิดตกใจ เหล่มาชนผม ถามว่าใครผิด ในส่วนกรณีที่จ่อ เวลาจ่อ เราต้องให้คนขับเห็น หรือเว้นระยะ เราสอบใบขับขี่ต้องเว้นระยะเพื่อให้เขาหลีกซ้ายได้ แต่ว่าการจ่อจะจ่อทางกระจกมองขวา จ่อให้พี่เห็น ว่าเนี่ย ผมมานะพี่ พี่มีจังหวะพี่ซ้ายเลย แต่ด้วยตัวผมเอง ถ้าเป็นพี่น้องที่เข้าใจ จะตบไฟเลี้ยวขวา หรือไฟเลี้ยวซ้ายเพื่อบอกคันหลังให้รู้ว่าพี่จะไปทางไหน ผมดูพี่อยู่ แต่พี่ก็ไม่ได้เปิดเพื่อที่จะบอก น้องเขาก็ลังเล เหมือนที่พี่เองก็ลังเล จะออกซ้ายดีมั้ย มอเตอร์ไซค์อยู่มั้ย พอโล่งปั๊บน้องเขาก็ออกไปจากจุดนั้น นี่คือเหตุผลระหว่างตรงจุดนั้นเอง กรณีเราปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้งเราเสี่ยงทุกเคส ถามว่าการทำงานค่อนข้างเสี่ยงมาก

คุณตาลมองยังไง เขาชี้แจงมาอย่างนี้?

ตาล : เข้าใจในสิ่งที่น้องพูดมาทั้งหมด แต่ก็อยากให้มองในมุมพี่บ้าง แค่นั้นเอง พี่เข้าใจน้องทุกอย่าง เข้าใจการทำงานของมูลนิธิ ไม่ได้มีอคติอะไรกับมูลนิธิเลย เพราะเราสายงานเดียวกัน แต่ ณ วันนั้นขอแค่น้องเข้าใจในมุมของพี่ เพราะถ้าน้องดูในการที่พี่โพสต์ พี่ไม่ได้จะไม่ให้ความร่วมมือ พี่แค่โพสต์ว่าช่วยเว้นระยะให้พี่สักนิดนึง

ปิยะพงษ์ : ผมก็เข้าใจข้อความพี่ทั้งหมด เลยเอาข้อมูลและข้อเท็จจริงไปชี้แจงพี่ให้ทราบ เพราะผมไม่ได้รู้จักพี่เป็นการส่วนตัว อีกอย่างบ้านเดียวกัน น่าจะโทรมาคุยกันมากกว่า เห็นพี่เขาไปโพสต์ในชุมทาง ผมก็อธิบายในชุมทางเพื่อให้พี่น้องที่เขาไม่เข้าใจในการที่พี่เขาแจ้งข้อร้องเรียนมา ผมก็อธิบายเหตุและผลเข้าไปให้พี่เขารับทราบ ส่วนความคิดเห็นประชาชนก็แล้วแต่เขาตัดสินในส่วนของการปฏิบัติ

สังคมมองคุณตาลไม่ปกติ ง่ายๆ คือทัวร์ลง มองยังไง?

ตาล : ตาลน้อมรับทุกคอมเมนต์ ทุกฟีดแบ็กที่มีกลับมา เพราะตาลไปบังคับให้ใครคิดเห็นเหมือนตาลไม่ได้ ตาลก็ไม่ได้ว่าที่เขาคิดเห็นต่างจากตาล การกระทำของตาล เหตุผลของตาล  ณ วันนั้นทุกคนไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ของตาล เขาไม่เข้าใจตาล เขาก็ไม่ผิด แต่การแสดงของตาลถ้าทำให้ทุกคนไม่สบายใจ หรือมองว่าตั้งใจหรือเปล่า ตาลก็ขอยืนยันตรงนี้ว่าตาลไม่ได้ตั้งใจที่จะให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ไม่ได้มีจุดประสงค์ถึงขั้นให้มีผู้เสียชีวิต แต่ ณ เวลาตรงนั้น สถานการณ์ตรงนั้น มันก็เป็นไปเหมือนที่ตาลเล่าเลยค่ะ ว่า ณ ตรงนั้นเป็นแบบนั้นจริงๆ

คุณตาลพยายามบอกว่าคุณเข้าใจในการขับรถของเขา แต่ด้วยคุณขับรถช้า ทัศนวิสัยในการมองซ้ายมันไม่เห็น ถ้ากระเถิบมาสักนิดนึงก็ไม่ได้?

ตาล : ก็เหมือนที่น้องเขาแจ้งว่าทำไมน้องเขาไม่ได้ซ้าย ในเมื่อน้องเขาก็พูดเมื่อกี้ ว่าทำไมไม่เบี่ยงซ้ายไปก่อน เขากลัวเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน มุมตาลก็เหมือนกันค่ะ ตาลก็กลัวเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนเหมือนกัน

มุมกู้ภัย ถ้าผมขับมาแล้วเป็นแบบนี้ เขาอยู่เลนขวา ข้างหน้าเขามองมุมสูง เขาเห็นข้างหน้ามันว่าง เขาต้องบีบแตรเพื่อให้หลีกทางตามกฎเขาต้องหลีก เพราะใจเขาอยู่โน่นแล้ว แต่พอเขาบีบคุณก็ไม่หลบ เขาเลยประกาศ คุณก็ไม่ได้ออก คุณไม่ได้ไปแกล้งอะไรเขา ถูกมั้ย?

ตาล : ไม่ได้แกล้งค่ะ ไม่มีเหตุผลที่ต้องไปแกล้งรถมูลนิธิ ไม่มีประเด็น ไม่มีอคติ ไม่มีอะไรกันมาก่อน เหตุผลตาลมีแค่นั้นเองที่ได้เรียนชี้แจงไปแล้ว

 กู้ภัยไปลงบันทึกประจำวัน?

อภิรัฐ : ผมเป็นที่ปรึกษา และอยู่กับมูลนิธิมานาน คือมูลนิธิสยามรวมใจไม่ได้ตั้งทนาย ผมทำงานกับหน่วยกู้ภัยตั้งแต่ปี 34  เรื่องราวที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ประเด็นเรื่องการขับขี่ จะพูดเรื่องข้อกฎหมายก่อนว่าทำไมรถมูลนิธิไม่ลงซ้าย พ.ร.บ.การจราจรทางบก พุทธศักราช 2522 มาตรา 33 34 35 เขาได้วางกติกาหลักเกณฑ์ไว้ว่าช่องทางเดินรถที่ไปในทิศทางเดียวกันตั้งแต่สองช่องจราจรขึ้นไป ผู้ขับขี่ต้องขับด้านซ้าย พอเรามาดูทำไมมูลนิธิไม่หลบไปซ้าย มีกฎหมายพ.ร.บ.เดียวกัน มาตรา 75 76 บอกว่าสำหรับรถฉุกเฉิน ผู้ขับขี่มีสิทธิ์อย่างไรบ้าง และผู้ขับขี่ ผู้เดินรถทางเดียวกันต้องปฏิบัติอย่างไร ผู้ขับขี่ต้องชิดซ้าย ต้องหลบไปทางด้านซ้าย นั่นคือกติกาที่วางร่วมกันของสังคมนี้ รถมูลนิธิจำเป็นต้องอยู่ในเลนขวา นั่นคือตามกฎจราจร ทีนี้ตามคลิป การแสดงเจตนาผู้ขับขี่ข้างหน้า ผมก็ไม่ได้ตำหนินะ แต่ถ้าท่านจะยูเทิร์น ท่านก็ต้องตีไฟขวา ไปซ้ายก็ต้องแสดงสัญญาณไฟ แต่เราเห็นว่าระยะไกลมากกว่ารถจะไปถึง ไม่ได้เข้าไปจ่อโดยทันที กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา การไม่ให้สัญญาณเลยว่าจะซ้ายหรือขวา เราก็เดาไม่ถูก นั่นคือเหตุการณ์ตรงนั้น ทีนี้ประเด็นร้องทุกข์ดำเนินคดี เนื่องจากมูลนิธิทำงานด้วยศรัทธาของประชาชน ได้รับเงินทุกบาททุกสตางค์จากพี่น้องประชาชน การที่ท่านไปโพสต์ข้อความดังกล่าว ทำให้เกิดความเสียหายกับมูลนิธิ ให้เห็นพฤติกรรมไปจี้ตูด ไม่เรียบร้อย มีผลต่อการดำรงอยู่ขององค์กร ภาพลักษณ์ เกียรติภูมิ ที่มูลนิธิสั่งสมมา ซึ่งมันไม่ใช่นครศรีธรรมราชที่เดียว สยามรวมใจทั่วประเทศ เมื่อมีข้อความนี้ออกไป ทำให้ดูเหมือนว่าพฤติกรรมอาสาฯ ของเราไม่เรียบร้อย ดูไม่ดี การแจ้งความคือไปร้องทุกข์ดำเนินคดีเรื่องหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ให้สังคมเข้าใจ ภาพลักษณ์ของเราเสียหาย ก็ไปแจ้งแล้ว

ทนายฝั่งนี้ว่าไง?

วัลลภ : คลิปที่เห็น วันนั้นวันที่เกิดเหตุ มีตลาดนัดของทุ่งสง ถนนเส้นนั้นเป็นเส้นหน้าตลาดเกษตร ซึ่งขณะนั้น รถออกมาจากมูลนิธิ พอออกมาปุ๊บ รถคุณตาลวิ่งอยู่ด้านขวาอยู่แล้ว ตามคลิปจะเห็นได้เลยว่ามีรถสองเลน แล้วคนโดนขับจี้แบบนี้

ฝั่งนี้เขาชี้แจงว่ารถมาแต่ไกล เราจะเห็นจากภาพแรกเลย เขาให้สัญญาณมาแต่ไกล เหมือนยังไงข้างหน้าต้องได้ยินอยู่แล้ว ต้องตบรถออกซ้าย แต่นี่เราพูดว่าเขามาจี้แล้วไง?

วัลลภ : พอเขามาจี้ปุ๊บ เขาเป็นผู้หญิง ตกใจ มองไม่เห็น และไม่กล้าออกซ้ายตามที่น้องกู้ภัยแจ้ง ถ้าเขาออกซ้ายไปชนรถคันอื่นเราก็งานเข้าเหมือนกันนะครับ แล้วผู้หญิงขณะที่ออกไป ตามรูปจะเห็นเลยว่ามีรถตลอด เราก็ไม่กล้าออก ทัศนวิสัยตามรูปเรามองไม่ชัดอยู่แล้ว ไม่สามารถออกได้อยู่แล้ว

ถ้าสิ่งที่พี่พูดแบบนี้ มันจะเป็นบรรทัดฐานต่อไปมั้ย ถ้าต่อไปมีรถนำหน้าอยู่ มีรถกู้ชีพที่ต้องรีบมา แล้วพอเขาออกมาไม่ได้ปุ๊บ ก็จะมาพูดแบบนี้อีก?

วัลลภ : ไม่ใช่ครับ ผมกำลังชี้แจงว่าเหตุขณะนั้น กฎหมายมองที่เจตนา เราก็บอกแล้วว่าไม่มีเจตนา ถ้าเราผิดเรายอมรับผิด น้องเขาก็ยอมรับผิด

มุมนี้คุณตาลยอมรับว่าผิดมั้ย?

ตาล :   ยอมรับค่ะ

เรื่องข้อความที่คุณไปลงบอกว่าฝั่งนี้ไปจี้ตูด คุณลบไปหรือยัง?

ตาล : ไม่ได้ลบค่ะ

แล้วคุณจะลบมั้ย?     

ตาล :   ลบได้ค่ะ

ฝั่งนี้ไปแจ้งความแล้ว คุณจะเอายังไง?

วัลลภ : แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี หรือไปลงบันทึกประจำวันไว้เฉยๆ

อภิรัฐ : ร้องทุกข์ดำเนินคดีครับ  เราทำในภาพรวมทั้งประเทศ เราใช้ชื่อสยามรวมใจกันทั้งนั้น ถ้าไม่ดำเนินการทางใดก็จะเสียหายในองค์กรภาพรวม แต่หากว่าภายหลังคุยกัน ในส่วนสำนวนก็ต้องคุยกันอีกครั้ง เราทำตามมติกรรมการที่เขามอบหมายด้วย ผมไม่ได้ทำด้วยอำนาจของผมคนเดียว

เขาแจ้งความคุณแล้วว่าคุณไปหมิ่นประมาทโดยการโพสต์แบบนี้ คุณบอกเขาไปจี้ตูดต่างๆ นานา ล่าสุดมีอีกประเด็น มีบุคคลที่เขามีการโพสต์ไว้ บอกว่าสุดท้ายคนป่วยที่เขาไปช่วย เขาเสียชีวิตนะ แล้วคุณไปเมนต์ว่าแล้วไงคะ ตายเพราะพี่เหรอในความคิดน้อง อันนี้คืออะไร?

ตาล : เรียนชี้แจงว่ามันจะมีน้องคนนึงที่มาโพสต์ ตาลมองว่าเขายังไม่ได้รู้ความเป็นมาเป็นไปว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น อยู่ๆ มาแจ้ง ก็เลยถามน้องกลับไปว่าแล้วยังไงคะ ในความคิดน้องเป็นเพราะพี่เหรอคะ ข้อความไม่ได้มีแค่นี้ ยังมีบทสนทนาของตาลกับน้องคนนั้นอีกค่ะ เขาก็ตอบกลับมา ตาลก็ตอบกลับไป มันแล้วแต่คนละความคิด เพราะน้องก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตรงนั้น แต่อยู่ๆ น้องมาเมนต์แบบนี้ เมนต์โดยไม่คิดว่าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ก็มาเมนต์

เขาแค่อยากบอกเราหรือเปล่า?

ตาล : ตาลไม่ทราบว่าเจตนาเขาคืออะไรจริงๆ พี่หนุ่ม

คุณตอบไปแบบนี้ก็ยิ่งเป็นประเด็นว่าคุณไม่ได้สำนึก?

ตาล : แต่จริงๆ ไม่ใช่ว่าตาลไม่ได้สำนึกนะคะ มันเหมือนว่าคุยกันสองคน แต่ก็อาจผิดพลาดตรงที่อยู่ในโลกออนไลน์ แทนที่เราจะคุยกันในช่องแชต คนก็ไปแคปบรรทัดนี้ไปแชร์ต่อกัน แต่ไม่ได้มองไปถึงประโยคข้างล่าง

คุณตั้งทนายขึ้นมา คุณจะฟ้องใคร?

ตาล : เรียนชี้แจงพี่หนุ่มเลยว่าไม่ได้เกี่ยวกับมูลนิธิ ไม่ได้จะฟ้องทางนี้

คุณบอกว่าคุณยอมรับว่าคุณผิด?

ตาล : ใช่ ยอมรับในเหตุการณ์วันนั้นว่าโอเคอาจมีความเข้าใจไม่ตรงกัน และยอมรับว่าการกระทำในวันนั้นอาจขัดใจใครอีกหลายคน อาจเป็นส่วนเยอะแหละค่ะที่เขาไม่พอใจกับการกระทำของเรา ต้องขอบอกไว้ว่าตาลก็ขอโทษไว้ ณ ที่นี้ที่ทำให้คนไม่สบายใจ แต่ในส่วนการตั้งทนาย แจ้ง ณ ตรงนี้เลยว่าในการดำเนินคดีของตาลคือคนที่มารุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของตาล อาทิคนเอารูปส่วนตัวไปลง เอาไปประจาน ส่งข้อความข่มขู่มาทางแชต

คุณมีลูกหรือยัง?

ตาล : ไม่ได้มีลูกค่ะ เห็นแล้วเมื่อวาน มีคนส่งมาให้ดู น่าจะเป็นเฟซคนพยายามปั่นกระแส ถ้าโดยปกติเข้าไปดูแล้ว ถ้าเสพข่าวอย่างถูก เวลามีคนตั้งกระทู้ สิ่งแรกเลยคือต้องไปดูหน้าเฟซเขา มันเหมือนเฟซที่สร้างมาเพื่อปั่นกระแสโดยเฉพาะ เพราะตาลก็ไม่ได้รู้จัก แต่เขามาบอกว่าเขาเป็นลูกตาล เขาอยู่ในรถคันนั้น เขาบอกไม่ให้แม่เบรก ไม่ให้แม่แซง จริงๆ ตาลไม่ได้รับรู้กับพฤติกรรมตรงนั้น ไม่เกี่ยวกันเลย

ที่คุณจะฟ้อง คือฟ้องคนมาด่าคุณ เอารูปคุณไปเปิดเผย?

ตาล : ใช่ค่ะ

วัลลภ : ทางทีมทนายเรากำลังตรวจสอบอยู่ว่าเคสไหนเข้าข่ายหมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง มีโทษจำคุกและปรับ เราก็มีความจำเป็น

เรื่องนี้คุณได้รับบทเรียนอะไรบ้าง?

ตาล : เรื่องความใจร้อน ที่เราโพสต์เร็วไปหน่อย ทำให้รู้ว่าโลกออนไลน์มันไปเร็ว

ถ้าไม่เกี่ยวกับเรื่องโพสต์ เวลาอยู่บนท้องถนน แล้วเห็นรถกู้ภัยมา เราเองก็เป็นบุคลากรทางการแพทย์ เราเข้าใจเขามากขึ้นมั้ย?

ตาล : โดยพื้นฐานเข้าใจอยู่แล้ว เพราะว่าตั้งแต่ทำงานมา ใช้ชีวิตและขับรถมาในระยะเวลาพอสมควร เจอเคสแบบนี้ที่มาขอทาง ไม่ใช่ของน้องเขาเคสแรก แต่เคสนี้ทำให้มีเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันบ้าง แต่คือเข้าใจน้องค่ะ

แบงค์คิดว่าด้วยเวลาตรงนั้นมันเกี่ยวมั้ย กับการเสียชีวิตของผู้ป่วย?

แบงค์ : ทุกวินาทีมีค่าจริงๆ แต่เราไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นเพราะพี่เขาหรือเปล่า มันบอกไม่ได้ครับ แต่ถ้าเราไปถึงเร็วที่สุดมันก็ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย

คุณเข้าใจมุมทนายพูดเรื่องพ.ร.บ.มั้ย?

ตาล : เข้าใจค่ะ

สิ่งที่เกิดขึ้น ที่เราขับไป วันนี้มองยังไง?

ตาล : ตาลก็ยอมรับที่คุณทนายอธิบาย แต่จริงๆ ต่อให้ทนายไม่อธิบายตาลก็เข้าใจ เพราะโดยปกติมันต้องหลบ

แล้วทำไมวันนั้นไม่หลบ?

ตาล : ด้วยสถานการณ์ ถามว่าได้ยินเสียงไซเรนมั้ย ได้ยินค่ะ ได้ยินทุกการอธิบายว่าน้องทำแล้วหนึ่งสองสามสี่ แต่ที่ไม่หลบ คือทัศนวิสัยของตาล ตาลมองไม่เห็นจริงๆ

ถ้าเป็นผม ผมตบไฟเลี้ยว ถ้าคุณตบไฟเลี้ยวขอทางแล้วคุณก็ออกไป คุณก็ไม่ผิดแล้วไง?

ตาล : วันนั้นตาลก็ไม่ได้ตบจริงๆ ณ เวลานั้น ตาลไม่ได้ตบเพราะตาลไม่ได้จังหวะที่จะเบี่ยงซ้าย เลยไม่ได้ตบ

คุณสอบใบขับขี่ใช่มั้ย คุณรู้ใช่มั้ยว่าคุณต้องตบไฟเลี้ยวก่อนถึงเบี่ยง?

ตาล : รู้ค่ะ

คุณต้องตบไฟเลี้ยวแล้วค่อยๆ ออก ข้างหลังเขาถึงจะรู้ว่าเป็นสัญญาณไฟ แล้วรถข้างหลังเขาก็เห็นอยู่แล้วว่ามีรถกู้ชีพ มันเซฟคุณได้เปลาะนึงแล้ว คุณอาจคิดในมุมของคุณ?

ตาล : ตาลยอมรับว่าตาลก็ผิดพลาด ณ ตรงจุดนั้น ที่หนึ่งตาลไม่ได้ส่งสัญญาณให้น้องเขาทราบ

ฝั่งนี้เขาจะแจ้งความดำเนินคดี?

วัลลภ : เขาแจ้งความเรื่องอะไรบ้าง ทางผมยังไม่ทราบ

อภิรัฐ : หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาอย่างเดียว

วัลลภ : ถ้าเขาแจ้งหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา  ทางเราอาจต้องแจ้งกลับ กรณีที่เขานำรูปรถ และมาโพสต์โดยไม่ปิดแผ่นป้ายทะเบียนให้บุคคลทั่วไปรู้ แล้วเมนต์ใต้โพสต์เรา

ตาล : น้องมูลนิธิเขาตอบกลับชี้แจงมา น้องเขาไม่ได้เบลอชื่อ แล้วเหมือนแท็ก รูปประกอบทำให้บางคนไม่รู้ กรณีที่พี่กับน้องแบงค์ที่เรามีปัญหากันช่วงนั้น กระทบกระทั่งไม่เข้าใจกันก็แล้วแต่ สามรูปนั้นทำให้คนคิดว่าในขณะนั้นมีผู้ป่วยอยู่บนรถ ทำให้กระแสสังคมโจมตีพี่เยอะ

วัลลภ : เราก็เสียหายเยอะ ตรงที่เอารูปรถไปลง เอาภาพกำลังปั้มหัวใจ แว้บแรกคนอาจไม่อ่านแต่ต่อว่าก่อนแล้ว ก็เสียหายหนักเหมือนกัน แต่ถ้าต่างฝ่ายต่างยอมรับผิด ต่างขอโทษ เรายอมรับผิดอยู่แล้วส่วนที่เราไปขับรถกีดขวาง เราไม่ได้มีเจตนากีดขวาง

ปิยะพงษ์ : จริงๆ แล้วเรื่องนี้จะไม่เกิด เพียงแค่เราคุยกัน ไม่ต้องไปโพสต์อะไรต่างๆ เบอร์กู้ภัยใครก็มี 1669 191 ขอเบอร์สยาม จะโทรไปคุยกับหัวหน้าหน่อย ทำไมขับอย่างนี้ เรานั่งคุยที่ร้านไหน ตรงไหนก็ได้ เรามานั่งคุยกันมันก็ไม่มีอะไรเลย ประเด็นพี่โพสต์ในเฟซส่วนตัวผมเข้าใจ ผมไม่ได้เป็นเพื่อนกับแก แต่พี่ไปโพสต์ในเพจชุมทางทุ่งสง ซึ่งเป็นเพจสาธารณะ พอโพสต์คนก็แคปมาบอกว่าเขากล่าวถึงคุณ ไปอธิบายหน่อยสิ เราก็ไปอธิบายตามเหตุและผล แต่เชิงลึกผมคิดว่าพี่เขาน่าจะติดต่อผมมา แต่มารู้อีกที พี่มาออกรายการ ก็งงว่าออกรายการแล้ว ก็คิดว่าคงยาวแล้ว จริงๆ เราคุยกันได้ ตรงนั้นแค่ช่วงนึง ประกอบกับเรากำลังไปรับผู้ป่วยวิกฤตจริงๆ

ขอถามเป็นความรู้ ญาติคนเสียชีวิต ถ้าเขาเห็นเหตุการณ์นี้ เขาไปฟ้องได้มั้ย?

อภิรัฐ : สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน เขาได้กำหนดเงื่อนไขของเวลาตรงนี้ไว้ ตั้งแต่รับแจ้ง 10 กิโลเมตรแรก ต้องใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 8 นาที ไปปฏิบัติการในพื้นที่ไม่ให้เกิน 15 นาที และนำผู้ป่วยส่งรพ.ใกล้เคียง หากญาติผู้ป่วยสามารถพิสูจน์ได้ว่าระยะเวลาในการฟื้นคืนชีพ หรือการซีพีอาร์ หลังหมดสติไปแล้ว จะมีข้อมูลทางวิชาการว่าการฟื้นคืนชีพต้องกระทำภายในกี่นาที หากเขาพิสูจน์ได้ว่าหมดสติไปแล้วกี่นาที และฟื้นคืนชีพได้ตามเวลาและยื้อชีวิตกลับคืนมาได้ ถ้าตรงนั้นญาติเขาพิสูจน์ได้ เขาก็ฟ้องร้องได้เหมือนกัน

ที่พูดเพราะอาจไม่ได้มีแค่ประเด็นนี้ประเด็นเดียว อาจมีประเด็นไปถึงขั้นครอบครัวคนที่ตายเขามาฟ้องคุณตาลได้ ถ้าเขาพิสูจน์ว่าเหตุที่ญาติเขาเสียชีวิต เกิดจากความล่าช้าจากรถคุณก็โดนอีก จะทำยังไง?

วัลลภ : เขาต้องพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากความล่าช้าของรถมูลนิธิ แพทย์ต้องยืนยันถึงจะต้องรับผิด ต้องเจตนาเล็งเห็นผลได้ เหตุการณ์ในครั้งนี้ มาเวลาเท่านี้ ถ้า 30 นาที พอถึง 31 เขาพิสูจน์ได้ว่าภายใน 1 นาทีทำให้เขาเสียเวลาที่เราขวาง แล้วเสียชีวิตเพราะเหตุนี้ ต้องพิสูจน์ให้ได้ ทุกอย่างอยู่ที่เจตนา

คุณจะบอกว่าคุณตาลไม่ได้มีเจตนาที่จะไม่หลบ?

วัลลภ : เรื่องนี้คือเรื่องเจตนาเล็งเห็นผลได้ว่าการเสียชีวิตครั้งนี้เกิดจากการกระทำของคุณตาล อย่างนี้โอเค ต้องรับผิด แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้

มุมฝั่งตาลเอง เตรียมฟ้องคนเอารูปคุณไปลง เขาหมิ่นประมาทอะไรคุณบ้าง?

ตาล : ทุกการคอมเมนต์ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี กระหน่ำตาลมายังไง ตาลน้อมรับ ตาลไม่ได้ไปฟ้องคนที่ใช้คำหยาบคายอะไร เพราะตาลไม่ได้ไปตอบโต้เขาด้วยซ้ำ แต่ตาลขอแค่คนที่เอารูปตาลไปโพสต์ และเอาข้อมูลส่วนตัวไปโพสต์

ที่ทำงานคุณว่ายังไงบ้าง?

ตาล : โดยเบื้องต้น เขาได้สอบถามเหตุการณ์ ตาลก็ได้ชี้แจงไปแล้ว คงต้องรอรพ.ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงค่ะ แต่เบื้องต้นชี้แจงหัวหน้าแล้วค่ะ วันเปิดทำการก็คงมีการเรียกตาลเข้าไปสอบถามค่ะ

กังวลใจมั้ย?

ตาล : ไม่ได้กังวลค่ะ ไม่ว่าผลออกมายังไง ตาลก็ยอมรับ เราก็มีส่วนที่เราผิดพลาดค่ะ

คุณเข้าใจมากขึ้นแล้วเรื่องพ.ร.บ. เรื่องกู้ภัย เขาต้องวิ่งขวา ต่อให้อยู่ซ้าย คุณต้องเปิดทางให้เขาอยู่ดี เพราะกู้ชีพเขาไปช่วยคนข้างหน้า คุณเคยอยู่บนรถกู้ชีพมั้ย?

ตาล :   เคยอยู่ค่ะ

เคยมีกรณีแบบนี้มั้ย มีรถมาขวางหน้า?

ตาล : ตาลไม่เคยเจอนะคะ

ถ้าเจอจะทำยังไง?

ตาล : ถามว่าตาลต้องมองสถานการณ์ ก็มีนะคะเหมือนที่ตาลเคยอยู่บนรถ แล้วในรถมีคนไข้ แล้วคันข้างหน้าไม่สามารถไปได้ คนขับก็เบี่ยงซ้าย ตาลถึงบอกว่าต้องมองสถานการณ์ มองเหตุการณ์ มองเจตนา มองทุกๆ อย่าง ตาลไม่ได้มีเจตนาขัดขวางรถของน้องเขาค่ะ แค่รู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัย ตาลบอกแล้วว่าสายงานเดียวกัน ตาลรู้ว่าหนึ่งได้ยินเสียงไซเรนคุณต้องเตรียมหลบ เจตนาของตาลไม่ได้มีที่จะกลั่นแกล้ง ไม่หลบ ไม่ได้มีไปในทิศทางนั้นเลย

แบงค์อยากพูดอะไรกับพี่เขา?

แบงค์ :   ขอโทษพี่เขาครับที่วันนั้นทำให้ตกใจ ถ้าทำให้พี่ตกใจผมขอโทษครับ แต่เจตนาผมแค่อยากไปช่วยผู้ป่วยคนนั้นจริงๆ แค่นั้น ไม่ได้โกรธ ไม่ได้อะไรครับ

ปิยะพงษ์ : โดยทางเราเป็นผู้ปฏิบัติ ผมมีนโยบายกำหนด และอาสาสมัครที่เข้าช่วยเหลือให้มองทุกเคสที่เราไปช่วยให้เปรียบเหมือนพ่อแม่เป็นญาติเราเอง นี่อาจเป็นข้อผิดพลาดที่เราปลูกฝังเด็กของเราเรื่องการให้มองเป็นญาติ ทำยังไงก็ได้ ให้ช่วยให้ได้มากที่สุด ซึ่งเชื่อว่าทุกคนก็เคยสูญเสีย อย่างผมก็เคยสูญเสียแม่ ก็มีความตั้งใจอยากให้ทุกคนรอด ทำยังไงก็ได้ เราไม่ใช่หมอที่จะมาตัดสินใคร ว่าคนนั้นเป็น คนนั้นตาย เราต้องช่วยให้ถึงที่สุด เราต้องส่งให้ถึงมือหมอ ถ้าไม่บาดแผลฉกรรจ์ ถ้าช่วยได้เราช่วยไปส่งรพ. แม้ว่าตรงจุดนั้นบางเคสเราช่วยแล้วไม่รอด แต่เรายังภูมิใจว่าเราได้ทำ ผมก็ปลูกฝังน้องๆ ว่าช่วยได้ช่วยก่อน อุปกรณ์มีเราช่วยก่อน เพียงแค่นั้น ส่วนมากทุกมูลนิธิกู้ภัยทั่วประเทศ ผมเชื่อว่าเรามีเจตนาอยากเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกครั้งที่เราออกรับแจ้งเหตุ มันมีความเสี่ยงอันตรายทุกเคสที่เราออกไป

ตาล : พี่เข้าใจค่ะ สิ่งที่น้องชี้แจง ต้องช่วยคนไข้ให้ถึงที่สุด มันก็เหมือนกัน ในสายงานของตาล ทุกวินาทีที่เราช่วยได้ เราก็ช่วยค่ะ

คุณอยากบอกอะไรเขา?

ตาล : ณ เหตุการณ์วันนั้น ถ้าการกระทำของพี่ หรือการที่พี่ไปโพสต์ หรือการไม่ได้หลบน้อง น้องไม่ได้เข้าใจเจตนาของพี่ตรงนั้นในการสื่อไปถึงน้อง ทำให้น้องเข้าใจผิด พี่ก็ขอโทษน้องด้วยเช่นกัน

ปิยะพงษ์ : ในนามผู้ปฏิบัติ ก็ต้องขอโทษคุณพี่ ไม่ว่าจะผิดหรือถูกยังไง ขอโทษสังคม ถ้ามองผิดหูผิดตาประชาชนไป เราก็เป็นประชาชนที่มาทำหน้าที่ตรงนี้ เรามาช่วยเหลือ

ทุกเสี้ยววินาทีสำหรับชีวิตมีคุณค่าจริงๆ บางครั้งเจอรถกู้ชีพก็จำเป็นต้องหลบให้เขาทันที มันเป็นหน้าที่ที่เราต้องหลบ ถ้าเขามาแต่ไกล เปิดหวอ คุณควรตบไฟเลี้ยว รถข้างหลังเขาจะเห็นว่าคุณกำลังจะออก เพราะสุดท้ายแล้วรถที่ตามมา เขาไม่มีทางแซงกู้ชีพ เขาต้องชะลออยู่แล้ว คุณตบไฟเลี้ยวแล้วตบออก ตรงนี้ทุกอย่างจบ แต่คุณคิดในมุมคุณว่ามาจี้ๆ ทำให้ไปไม่ได้ ทำให้ไปไม่ได้ ไม่เห็นทัศนวิสัยตรงนี้ ทำให้สังคมรู้สึกว่าทำอะไรได้ดีกว่านั้นได้?

ตาล : ตาลถึงยอมรับกระแสสังคม และยอมรับในความผิดพลาดของตัวเองด้วยค่ะ

ไม่ได้เบลมแขกรับเชิญ แค่อยากพูดให้ฟัง วันนี้ต้องไปรอดูด้วยซ้ำว่าทางญาติผู้เสียชีวิตเขาพิสูจน์ยังไง ถ้าเขาพิสูจน์ได้ ว่าความล่าช้าเกิดจากรถคุณด้วย คุณโดนอีกนะ ถามแบบภาษาชาวบ้าน ถ้าคนป่วยคนนั้นเป็นญาติคุณ มีคนไปขวางหน้ารถ แล้วเขาบอกว่าเขาออกไม่ได้เพราะเป็นแบบนี้ๆ แล้วญาติคุณเสียชีวิต คุณจะรู้สึกยังไง?

ตาล : ตาลเข้าใจค่ะ ว่าถ้าเป็นตัวตาลเองตาลก็เสียใจ แต่ตาลต้องมองว่าเขามีเจตนามั้ย ตาลก็ไม่ได้มีเจตนา แต่ถ้าญาติเขาคิดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะตาล ไม่ว่าเขาจะพิสูจน์ได้หรือไม่ได้ เพื่อความสบายใจ ถ้าคิดว่าการกระทำของตาลทำให้ผู้ป่วยรายนั้นเสียชีวิต ตาลก็ขอโทษจริงๆ

อยากบอกอะไรสังคม?

ตาล :   ตาลก็บอกเหมือนเดิมว่า ณ วันนั้น ตาลไม่ได้มีเจตนาจริงๆ พูดได้แค่อยากให้ทุกคนเข้าใจสถานการณ์ ณ ตรงนั้น อาจถูกใจใครหรือไม่ถูกใจใคร ตาลขอโทษ ส่วนทุกคอมเมนต์น้อมรับค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคอมเมนต์ด้านไหน น้อมรับหมดเลยค่ะ ขอโทษนะคะ (ยกมือไหว้)

ไม่ทำแบบนี้อีกแล้วใช่มั้ย ในอนาคตถ้ามีรถหวอมา?

ตาล : หลีกให้เลยค่ะ หลีกได้ไม่ได้ก็จะหลีกไว้ก่อนค่ะ