ปตท.สผ. กางแผนลงทุน 5 ปี กว่า 7 แสนล้าน

ปตท.สผ. กางแผนลงทุน 5 ปี กว่า 7 แสนล้าน

ปตท.สผ.โชว์แผนลงทุน 5 ปี เดินหน้ารักษากำลังการผลิตปิโตรเลียม แสวงหาโอกาสธุรกิจใหม่ ตั้งเป้าปริมาณการขายปิโตรเลียมเติบโตเฉลี่ย 6%

นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ. เปิดเผยว่า แผนการลงทุน 5 ปี (2564-2568) บริษัทได้จัดสรรงบประมาณรวม 23,637 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 734,845 ล้านบาท) ประกอบไปด้วย รายจ่ายลงทุน  (Capital Expenditure) 14,020  ดอลลาร์สหรัฐ รายจ่ายดำเนินงาน (Operating Expenditure) 9,617 ดอลลาร์สหรัฐ  โดย คาดว่าจะสามารถเพิ่มอัตราการเติบโตของปริมาณการขายโดยเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (Compound Annual Growth Rate: CAGR) ในช่วง 5 ปี ที่ประมาณร้อยละ 6

ทั้งนี้ในปี 2564 จะมีปริมาณการขายอยู่ที่  375,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน  ปี 2565 อยู่ที่ 436,000 บาร์เรลฯต่อวัน  ปี 2566 อยู่ที่ 446,000 บาร์เรลฯต่อวัน  ปี 2567 อยู่ที่  466,000 บาร์เรลฯต่อวัน  และปี 2568 อยู่ที่ 462,000 บาร์เรลฯต่อวัน

สำหรับปี 2564 ได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี  ไว้ที่ 4,196 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (สรอ.) (เทียบเท่า 132,174 ล้านบาท) โดยแบ่งเป็นรายจ่ายลงทุน  จำนวน 2,588 ล้านดอลลาร์สหรัฐ. (เทียบเท่า 81,522 ล้านบาท) และรายจ่ายดำเนินงาน  จำนวน 1,608 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 50,652 ล้านบาท) เพื่อรองรับแผนงานหลัก ดังนี้ 1.รักษาปริมาณการผลิตจากโครงการผลิตหลักที่สำคัญ ได้แก่ โครงการเอส 1 โครงการบงกช โครงการอาทิตย์ โครงการในประเทศมาเลเซีย และโครงการซอติก้าในประเทศเมียนมา

รวมถึงเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินการโครงการจี 1/61 (แหล่งเอราวัณ) และโครงการจี 2/61 (แหล่งบงกช) โดยได้จัดสรรรายจ่ายลงทุน จำนวน 1,943 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 61,204 ล้านบาท)

2.เพิ่มปริมาณการผลิตในอนาคต โดยมุ่งเน้นและผลักดันโครงการหลักที่อยู่ในระหว่างการพัฒนา ได้แก่ โครงการโมซัมบิก แอเรีย วัน และโครงการแอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ ราเคซ ให้สามารถเริ่มการผลิตได้ตามแผน

  • ราคาน้ำมันโลกดิ่ง ฉุดกำไรปตท.สผ. 9 เดือนวูบ 46%
  • 'ปตท.สผ.สยาม' ได้ต่อสัมปทานปิโตรฯบนบกอีก10 ปี

นอกจากนี้จะเร่งการพัฒนาโครงการมาเลเซีย ซาราวัก เอสเค 410 บี ซึ่งประสบความสำเร็จในการเจาะสำรวจเมื่อปลายปีที่แล้ว ให้สามารถเข้าสู่ขั้นตอนของการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision) โดยบริษัทได้จัดสรรรายจ่ายลงทุนในส่วนนี้ เป็นจำนวนเงิน 493 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 15,530 ล้านบาท)

3.เร่งกิจกรรมการสำรวจเพื่อค้นหาทรัพยากร รองรับการเติบโตในระยะยาว โดยได้จัดสรรรายจ่ายลงทุน จำนวน 152 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 4,788 ล้านบาท) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายในการเจาะหลุมสำรวจและประเมินผลสำหรับโครงการสำรวจในประเทศมาเลเซีย และประเทศเม็กซิโก

“ปี 2564 ยังคงเป็นปีที่ท้าทายสำหรับธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความต้องการใช้พลังงานและราคาน้ำมัน ที่ผ่านมา ปตท.สผ. มีการปรับตัวทั้งในส่วนของโครงสร้างองค์กรและการดำเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดต้นทุนโดยรวม เพื่อให้บริษัทมีความแข็งแกร่งพร้อมรับกับความผันผวน โดยในปีนี้เราได้ทบทวนแผนการลงทุน 5 ปีภายใต้กลยุทธ์ Execute and Expand ซึ่งจะส่งผลให้เรามีการผลิตที่สามารถตอบสนองความต้องการพลังงานของประเทศและยังเติบโตได้ และด้วยโครงสร้างการเงินที่แข็งแกร่ง ประกอบกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในแต่ละปี จะสามารถรองรับแผนการลงทุนดังกล่าว รวมทั้ง โอกาสทางธุรกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตแม้ในสถานการณ์ราคาน้ำมันตกต่ำ” นายพงศธร กล่าว

นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนไป โดยศึกษาโอกาสการลงทุนในธุรกิจใหม่ เช่น โครงการ Gas to Power ในประเทศเมียนมา เพื่อต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแหล่งก๊าซธรรมชาติที่บริษัทมีการดำเนินการอยู่แล้ว, การขยายธุรกิจของบริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์  เวนเจอร์ส จำกัด (เออาร์วี) รวมทั้ง การแสวงหาโอกาสการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนอีกด้วย