ปตท.ขานรับนโยบายรัฐ ลุยลงทุนครึ่งปีหลังตามแผนอีก 2.5 หมื่นล้าน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย

ปตท.ขานรับนโยบายรัฐ ลุยลงทุนครึ่งปีหลังตามแผนอีก 2.5 หมื่นล้าน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย

ปตท.เดินหน้าแผนลงทุนครึ่งปีหลังอีก 2.5 หมื่นล้านช่วยรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจฝ่าวิกฤตโควิด ทั้งการจ้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชน โชว์ 3 กลยุทธ์ เดินหน้าธุรกิจก๊าซแอลเอ็นจี –สร้างมูลค่าธุรกิจในกลุ่มบริษัท –พัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า ได้รับมอบนโยบายจากนายสุพัฒน์พงษ์   พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน  ร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยปตท.ยังเดินหน้าโครงการลงทุน 100%  ตามแผนที่ได้วางไว้ทั้งปี ประมาณ 5.39 หมื่นล้านบาท  ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกได้ลงทุนไปแล้ว 50%    

ดังนั้นในช่วงที่เหลืออีกครึ่งปีหลังจะลงทุนโครงการที่ได้วางไว้ ใช้งบในส่วนที่เหลืออีกประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทำให้เกิดการจ้างงานอีกจำนวนหนึ่งผ่านโครงการก่อสร้างต่างๆ  ขณะเดียวกันยังมีแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน จากการส่งเสริมสินค้าท้องถิ่น เพื่อสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่

ทั้งนี้จากการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)ที่ส่งผลกับระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมทั่วโลก รวมถึงภาคธุรกิจและผู้ประกอบการไทย ที่อยู่ในระยะผ่อนคลายขึ้น แต่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกยังใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาด จึงทำให้เศรษฐกิจปี 2563 ทั้งปี  คาดว่าจะไม่ปรับตัวได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

  • เผยคนหนุ่มสาวเป็นตัวการระบาดในตอนนี้แต่ติดเชื้อไม่รู้ตัว
  • เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ยังคงเป็นกระทะเหล็กเทฟล่อนที่ลื่นแม้เป็นรอย

ทางปตท. ได้วางแผนการดำเนินงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยจัดตั้งศูนย์ PTT Group Vital Center เพื่อรักษาเสถียรภาพมั่นคงทางพลังงาน ปิโตรเลียม และปิโตรเคมีของไทย นำคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจกลับเข้าสู่การดำเนินงานในสภาวะปกติให้ได้โดยเร็วที่สุด  และยังคงนโยบายทางการเงินอย่างเคร่งครัดต่อเนื่อง  ส่งผลให้ผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2563 ปตท. และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13,607 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ จำนวน 1,554 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2563 

อย่างไรก็ตามผลประกอบการในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ปตท.และบริษัทย่อยลดลงจากช่วงครึ่งแรกของ 2562 เนื่องจากสงครามราคาน้ำมัน สภาวะอุปทานล้นตลาดของน้ำมันดิบ ประกอบกับความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีลดลงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจเนื่องจากผลกระทบโควิด-19 ส่งผลให้ปตท.และบริษัทย่อย  มีกำไรสุทธิในครึ่งแรกของปี 2563 เป็นจำนวน1.04หมื่นล้านบาท ลดลง 4.47 หมื่นล้านบาท จากในครึ่งแรกของปี 2562 

นายอรรถพล กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจและแผนการลงทุน เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ กลุ่ม ปตท. ได้ออกแบบธุรกิจรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดเป็น Next normal ทั้งธุรกิจปัจจุบันและโอกาสธุรกิจใหม่ รวมไปถึงการลงทุนเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยปรับพอร์ตการลงทุนไปสู่ธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตสอดคล้องกับแนวโน้มการใช้พลังงานระยะยาว  ประกอบไปด้วย 1.การขยายธุรกิจไปสู่การประกอบธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี)ครบวงจร  

2.การสร้างมูลค่าทางธุรกิจของกลุ่มปตท. ลดความซ้ำซ้อนในการลงทุน  เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินงาน และ 3.  การเร่งพัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่ เช่นการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีด้านพลังงาน อาทิ ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) แพลตฟอร์มอัจฉริยะในการบริหารจัดการพลังงาน (Smart Energy Platform) และ สถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) เป็นต้น