บีบกฟผ.หั่นต้นทุนผลิตไฟ กดอายุโรงไฟฟ้าต่ำกว่า 25-30 ปี

บีบกฟผ.หั่นต้นทุนผลิตไฟ กดอายุโรงไฟฟ้าต่ำกว่า 25-30 ปี

“สุพัฒนพงษ์” สั่งการบ้าน กฟผ. รุกตลาดซื้อขายไฟฟ้าเพื่อนบ้านสร้างอำนาจต่อรอง แนะลดค่าเสื่อมโรงไฟฟ้าสั้นลงให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่ เร่งเพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วานนี้(23ก.ย.) ได้ไปร่วมประชุมเพื่อมอบนโยบายให้กับผู้บริหารระดับสูง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) โดยขอให้เร่งศึกษาและพัฒนาโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน และเร่งเจรจาซื้อขายไฟฟ้าให้แก่ประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ กัมพูชา เมียนมาร์ และมาเลเซีย เพื่อเดินหน้ารุกตลาดซื้อขายไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียน แสวงหาโอกาสทางธุรกิจ

ตลอดจนแนะนำให้พิจารณาลดค่าเสื่อมและอายุโรงไฟฟ้าจาก 25-30 ปี ให้มีระยะเวลาที่สั้นลงเพื่อให้ทันต่อการพัฒนาของเทคโนโลยีที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า พร้อมทั้งให้ กฟผ. ส่งเสริมเทคโนโลยีกระบวนการผลิตไฟฟ้าและการดำเนินการในด้านอื่น ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อนตามความตกลงปารีส (Paris Agreement)

  • คิกออฟ มหกรรมอุตสาหกรรมด้านพลังงานทดแทนและยานยนต์ไฟฟ้าที่ครบครันที่สุดในภูมิภาค ASEAN Sustainable Energy Week 2020 ร่วมกับ Boilex Asia & Pumps and Valves Asia 2020
  • กฟผ.ยึดอกพร้อมไม่รับโบนัส 2 ปี ช่วยคนไทยเดือดร้อนจากโควิด

นอกจากนี้ขอให้ความสำคัญกับแผนการพัฒนาบุคลากร ควรสนับสนุนคนรุ่นใหม่ในการอบรมทักษะและเสริมความรู้ด้านเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและเฟ้นหาธุรกิจใหม่ ๆ รวมถึงการแสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความคล่องตัว มีเทคโนโลยีด้านไฟฟ้าที่ทันสมัยน่าสนใจสามารถนำไปต่อยอดธุรกิจได้เลยแทนการเริ่มต้นพัฒนาใหม่ เพื่อให้ทันต่อการแข่งขันที่ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว

“กฟผ. เป็นรัฐวิสาหกิจซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ จำเป็นต้องรักษาศักยภาพความเข้มแข็ง การพัฒนาบุคลากร และนวัตกรรมต่าง ๆ ให้มีความต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางการซื้อขายไฟฟ้าของภูมิภาค”