‘บางจาก’ ลุ้นไตรมาสแรกพลิกบวกฟื้นจากโควิด ปักธงลุย 5 ธุรกิจหลัก

‘บางจาก’ ลุ้นไตรมาสแรกพลิกบวกฟื้นจากโควิด ปักธงลุย  5 ธุรกิจหลัก

กลุ่มบางจาก ประกาศเดินหน้า 5 ธุรกิจ คาดไตรมาสแรก สัญญาณดี ชี้ราคาน้ำมันโลกขยับสูงขึ้นปลดล็อคขาดทุนสต๊อกน้ำมัน

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยถึง แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ปี 2564 ของบางจาก ว่า ภาพรวมจะออกมาดีเกินความคาดหมาย จากผลกำไรจากการสต๊อกน้ำมัน (stock gain)

สำหรับ 5 ธุรกิจหลัก มีผลประกอบการที่ดีขึ้น โดยวางแผนรุกในทุกมิติเพื่อการเติบโตต่อเนื่อง ย้ำแนวคิด 3Rs – Refocus: การเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด Restructure: การปรับองค์กรเพื่อสร้างช่องทางในการเข้าถึงตลาดและลูกค้า และ Reimagine: การคิดนอกกรอบ และนำนวัตกรรมมาสร้างความแกร่งให้กลุ่มธุรกิจ

ทั้งนี้กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน ผลจากการควบคุมการผลิตของกลุ่มโอเปค ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และคาดว่าเมื่อธุรกิจต่างๆ เปิดดำเนินการมากขึ้นแล้ว จะมีความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น จึงมีการวางแผนการกลั่นอย่างเต็มที่ โดยหลังจากการซ่อมบำรุง (15 กุมภาพันธ์ – 25 มีนาคม 2564) โรงกลั่นบางจากมีแผนที่จะกลั่นในระดับสูงกว่า 120,000 บาร์เรลต่อวัน

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆให้กับลูกค้าที่หลากหลายทั้งในและต่างประเทศ  รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพและลดต้นทุนค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าในไตรมาสที่ 1/2564 จะมีผลประกอบการอยู่ในระดับดีมาก

  • CKPower สร้างกำไรปี 63 โตเท่าตัว
  • GULF โชว์กำไรไตรมาส 4 ปี'63 พุ่ง 85% หลังยอดขายไฟฟ้าเติบโต-ต้นทุนเชื้อเพลิงลด

ขณะที่กลุ่มธุรกิจการตลาดใช้กลยุทธ์ Greenovative Experience นำประสบการณ์นวัตกรรมสีเขียวที่ยั่งยืนสู่ผู้บริโภคผ่านสถานีบริการน้ำมันบางจากที่จะเป็น Greenovative Destination สำหรับผู้ใช้รถ และเตรียมพบกับ 15 ปีอินทนิล ที่นำนโยบาย 5G มาสร้างความประทับใจกับลูกค้า และยังรักษาความเป็นกาแฟรักษ์โลกชั้นนำของเอเชีย

ด้านกลุ่มธุรกิจพลังงานไฟฟ้า มีแผนขยายการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค รวมทั้งหาโอกาสการเพิ่มรายได้จากโครงการที่มีในปัจจุบัน ประกอบกับมีโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแรง รองรับแผนการลงทุนในระยะ 5 ปี วงเงินประมาณ 40,000 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯสามารถบรรลุเป้าหมาย EBITDA จากการดำเนินงานเติบโตโดยเฉลี่ยร้อยละ 15 ต่อปี ตามที่ได้วางแผนไว้

ส่วนกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ มุ่งเน้นการขยายธุรกิจจาก B2B (Business-to-Business) เป็น B2C (Business-to -Customers)  บุกตลาดผู้บริโภคโดยตรงด้วยการลงทุนธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูงใน Manus Bio Inc. เน้นการทำแผนการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น สารให้ความหวาน

นอกจากนี้กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติและการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งธุรกิจต้นน้ำที่ได้รับประโยชน์จากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันและ Winnonie ที่จะเป็นแพลตฟอร์มใหม่สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าขยายผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 รายในปี 2564 จาก 40 รายในปี 2563 โดยมีเป้าหมายระยะยาวในปี 2573 ส่งเสริมให้มีรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในประเทศในไม่ต่ำกว่า 2 แสนราย