บอร์ดบีโอไอเคาะลงทุนกว่า 4 หมื่นล้าน ไทยออยล์-สามมิตร-บี.กริม

บอร์ดบีโอไอเคาะลงทุนกว่า 4 หมื่นล้าน ไทยออยล์-สามมิตร-บี.กริม

“บิ๊กตู่”นั่งหัวโต๊ะไฟเขียว 5 โครงการขนาดใหญ่ กว่า 4.1 หมื่นล้านบาท รถยนต์ไฟฟ้า โรงไฟฟ้า เม็ดพลาสติก และ MICE พร้อมปรับเพิ่มประเภทกิจการ ดึงลงทุนภาคเกษตร-BCG

น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บอร์ดบีโอไอ ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้การส่งเสริมการลงทุน จำนวน 5 โครงการ มูลค่าลงทุน 41,834 ล้านบาท

ทั้งนี้ประกอบไปด้วย 1.กลุ่มบริษัท สามมิตร เงินลงทุน 5,500 ล้านบาท ในกิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ ปีละ 30,000 คัน   2.บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เงินลงทุนรวม 24,113 ล้านบาท ในกิจการผลิตไฟฟ้าจากกากน้ำมัน (PITCH) 250 เมกะวัตต์ และกรดกำมะถัน (Sulfuric Acid) ปีละประมาณ 80,300 ตัน

3.บริษัท เอ็นวิคโค จำกัด กิจการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลชนิด PET (FOOD GRADE) สำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มและอาหาร และเม็ดพลาสติกรีไซเคิลชนิดHDPE  เพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์สิ่งประทินร่างกายและสินค้าอุปโภคในครัวเรือน มูลค่าเงินลงทุน 2,476 ล้านบาท

4.บริษัท บี.กริม พาวเวอร์ (แหลมฉบัง) 1 จำกัด เงินลงทุน 6,000 ล้านบาท กิจการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติและไอน้ำ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ 157 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 75 ตัน/ชั่วโมง

  • นายกนิวซีแลนด์สั่งทหารคุมพรมแดน หลังคนติดโควิดเล็ดรอด State Quarantine
  • ดาวโจนส์,น้ำมันปิดพุ่งแรง/ทองบวก

5.บริษัท บางกอก อารีน่า จำกัด เงินลงทุน 3,745 ล้านบาท ในกิจการหอประชุมขนาดใหญ่ เพื่อช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยว และเป็นการส่งเสริมศักยภาพของอุตสาหกรรม MICE ตั้งโครงการที่อาคารบางกอก มอลล์ ถนนบางนา-ตราด กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบปรับเพิ่มประเภทกิจการอุตสาหกรรมเกษตรตามแนวคิด BCG  ประกอบด้วย เศรษฐกิจชีวภาพ(Bioeconomy)เศรษฐกิจหมุนเวียน(CircularEconomy)และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ได้แก่ กิจการด้านการเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงได้แก่ กิจการโรงงานผลิตพืช (Plant Factory)ซึ่งเป็นระบบการเพาะปลูกที่มีระบบควบคุมสภาพแวดล้อมในการปลูกพืชทั้งทางกายภาพ และผลิตภัณฑ์เกษตรที่ได้ต้องมีคุณภ จะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 5 ปี

ขณะเดียวกันได้ปรับปรุงขอบข่าย เงื่อนไข และสิทธิประโยชน์ของบางประเภทกิจการ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ได้แก่ กิจการคัดคุณภาพ บรรจุ และเก็บรักษาพืช ผัก ผลไม้ หรือดอกไม้ กิจการห้องเย็นและขนส่งห้องเย็น เป็นต้น

น.ส.ดวงใจ  กล่าวถึงแนวโน้มการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลัง จะพยามรักษาระดับการลงทุนไว้ให้ดีที่สุด ซึ่งปีนี้มีสถานการณ์ที่ไม่ปกติจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้มีบางโครงการสะดุดไปบ้าง  อย่างไรก็ตามขณะนี้หลายประเทศอยู่ในช่วงการปรับยุทธศาสตร์ย้ายฐานการผลิตจากจีน  เพื่อหาประเทศเป้าหมาย สำหรับประเทศไทยนักลงทุนที่ยังให้ความสนใจคือ จีน และญี่ปุ่น