“ทวิตเตอร์” ตีข่าว “บัญชีไอโอ” มาจากกองทัพ กูรูมองไม่ถึง1% เป็นเรื่องปกติ

“ทวิตเตอร์” ตีข่าว "บัญชีไอโอ" มาจากกองทัพ กูรูมองไม่ถึง1% เป็นเรื่องปกติ

กรณี ทวิตเตอร์ เผยแพร่ข้อมูลระงับบัญชีผู้ใช้งานใน 5 ประเทศรวมทั้งไทย อ้างเหตุเชื่อมโยงเกี่ยวกับปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) ขณะที่แทบทุกประเทศทั่วโลกมีการใช้ไอโอ เป็นเครื่องมือรักษาความมั่นคง และบาลานซ์ข้อมูลข่าวสารด้วยข้อเท็จจริง

จากกระแสข่าว ทวิตเตอร์ แพล็ตฟอร์มโซเชียล มีเดีย เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการปิดบัญชีทวิตเตอร์ที่มีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information Operation: IO) ใน 5 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย

ต่อเรื่องนี้ แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ให้ความเห็นพร้อมตั้งคำถาม? ถึงเจตนาในการเผยแพร่ หรือพุ่งเป้าการปิดบัญชีทวิตเตอร์ตามเหตุผลกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากในบริบทโลกยุคปัจจุบัน รัฐบาลแทบทุกประเทศทั่วโลก ต่างต้องมียุทธศาสตร์ด้านไอโอ (Information Operations: IO) หรือเรียกได้ว่า “ยุทธการทางข้อมูลข่าวสาร”

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุประเด็นนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ การทำสงครามข้อมูลข่าวสารที่มีมาต่อเนื่องยาวนาน ส่วนใหญ่แล้วมักมาจากฝีมือของฝั่งตรงข้ามรัฐบาล/รัฐบาลประเทศอื่นๆ ที่ประสงค์ไม่ดีต่ออีกประเทศ ใช้เป็น “เครื่องมือ” บั่นทอนความมั่นคง, เสถียรภาพของรัฐบาล

ดังนั้น ในส่วนของรัฐบาลเองก็จำเป็นต้องมีไอโอ มาเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์การรับมือ และเพื่อประโยชน์ของประเทศ/ส่วนรวมในด้านความมั่นคง

ทั้งนี้ จากข้อมูลที่เผยแพร่โดย Twitter ระบุว่า บัญชีไอโอส่วนใหญ่ที่ถูกปิดในส่วนของประเทศไทย เชื่อมโยงมาที่กองทัพ ก็ถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากกองทัพของทุกประเทศ ต่างก็มีบทบาทภารกิจหลักด้านความมั่นคงของประเทศ สงครามข่าวสารที่มุ่งบิดเบือนข้อมูล ซึ่งฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลแทบทุกประเทศทำเพื่อ ‘ป้อน’ ข้อมูลผิดๆ สู่การรับรู้ของสาธารณชน ทำให้เกิดความจำเป็นที่รัฐบาลต้องมีไอโอ เพื่อเป็นการ balance ข้อมูลด้วยข้อเท็จจริง

  • "เพื่อไทย"ลั่นกองทัพต้องหยุดก่อสงครามไอโอกับประชาชนทุกรูปแบบ
  • “พิชัย” ติง “ทหาร” เลิกใช้ IO ก่อกวนคนเห็นต่าง

ขณะที่ เมื่อพิจารณาจากตัวเลขกว่า 926 บัญชีผู้ใช้ที่ทวิตเตอร์ เผยแพร่ว่าเป็นไอโอของรัฐบาลไทย นับเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก (ไม่ถึง 1%) เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ใช้งานของทวิตเตอร์ทั่วโลก ซึ่งมีมากกว่า 200 ล้านบัญชี ดังนั้น เพื่อให้เกิดความโปร่งใสของข้อมูล และสอดคล้องกับคำกล่าวอ้างเรื่อแนวปฏิบัติที่เป็นธรรมของทวิตเตอร์ ก็ควรมีการเปิดเผย ‘ตัวเลข’ จำนวนบัญชีทวิตเตอร์ที่เป็นไอโอของฝั่งตรงข้าม/ต่อต้านรัฐบาลด้วย

นอกจากนี้ น่าสนใจว่าทำไมทวิตเตอร์ ไม่มีการเปิดเผยรายงานเกี่ยวกับบัญชีไอโอ ในส่วนของสหรัฐอเมริกา ซี่งถือว่าเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ใช้ทวิตเตอร์สูงสุดในโลก

โดยข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ www.statista.com ระบุว่า เมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 สหรัฐมีผู้ใช้ทวิตเตอร์สูงถึง 62.55 ล้านบัญชี หรือคิดเป็นเกือบ 1 ใน 4 ของยอดผู้ใช้ทวิตเตอร์ทั่วโลก

อีกข้อสังเกตคือ รายงานและการปิดบัญชีผู้ใช้งานส่วนใหญ่ ซึ่งทวิตเตอร์มีการเผยแพร่ออกมาสู่สาธารณะ มักมุ่งเน้นไปยังประเทศที่สหรัฐ มักมีประเด็นไม่พึงพอใจอยู่ เห็นได้จากรายชื่อ 5 ประเทศในรายงานฉบับล่าสุดนี้ ที่ทวิตเตอร์อ้างว่าละเมิดนโยบายการใช้งานของทวิตเตอร์ จำนวน 1,589 บัญชี ได้แก่ อิหร่าน 104 บัญชี, รัสเซีย 5 บัญชี, คิวบา 526 บัญชี, ซาอุดีอาระเบีย 33 บัญชี และไทย 926 บัญชี พร้อมระบุว่า บัญชีไอโอของประเทศไทย เป็นบัญชีที่นำเสนอเนื้อหาในเชิงสนับสนุนกองทัพบกและรัฐบาลไทย และมุ่งเป้าโจมตีนักการเมืองฝ่ายค้าน

โดยรายงานที่จัดทำโดย Stanford Internet Observatory (Cyber Policy Center) เปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีไอโอในประเทศไทยที่ทวิตเตอร์ประกาศระงับบัญชีผู้ใช้ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2563 โดยรับทราบจากทวิตเตอร์ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา

ซี่งในจำนวน 926 บัญชีนั้น มีเพียง 455 บัญชีที่ยังมีการใช้งานอยู่ และมีจำนวนข้อความทวีตรวมกัน 21,385 ข้อความ และกิจกรรมการทวีตของบัญชีเหล่านั้น ส่วนใหญ่เกิดขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 หัวข้อหลักๆ คือ เหตุการณ์กราดยิงโคราช และการยุบพรรคอนาคตใหม่