ถอดบทเรียนสู่’อภิทาวน์’ โมเดล Growth Engine เอพี

หมุดหมายใหม่ของเอพี ไทยแลนด์ ภายใต้แบรนด์ ‘อภิทาวน์’ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างการเติบโตของธุรกิจ (Growth Engine) ผลักดันยอดขาย รายได้ในต่างจังหวัดผ่านหัวเมืองใหญ่นำร่องจาก 3 โครงการ อภิทาวน์ ขอนแก่น, อภิทาวน์ ระยอง และนครศรีธรรมราช

วิทการ จันทวิมล  รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ กล่าวว่า 5 ปีก่อนหน้านี้เอพีเคยทำตลาดที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัดด้วยโครงการคอนโด 2 จังหวัด ได้แก่ โครงการ แอสปาย จ.อุดรธานี และ โครงการ คูลล์ จ.พิษณุโลก แต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะไม่สามารถขายได้หมดตามเวลาอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้ได้เรียนรู้ และถอด‘บทเรียน’ จากความผิดพลาดเพื่อบุกตลาดต่างจังหวัดอีกครั้ง ด้วยการปลี่ยนสินค้าเป็น ‘แนวราบ’ แทน เนื่องจากวิถีชีวิตในต่างจังหวัดจะคุ้นเคยกับบ้านและไม่ได้มีปัญหาการจราจรเหมือนกับกรุงเทพฯ รวมทั้งต้นทุน การก่อสร้างคอนโดสูงไม่หยุดหยุนต่อสถานการณ์

จึงเป็นที่มาของแบรนด์ อภิทาวน์’ ในรูปแบบโครงการแบบ Mix Products ตอบโจทย์ความต้องการที่อยู่อาศัย ทั้งในแบบบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ราคาเริ่มต้น 1.5-4.5 ล้านบาทคาดว่าจะใช้เวลาขายหมดหรือปิดโครงการ 2-4 ปี โดยจะวิธีการสร้างเสร็จแล้วขายถึงจะสร้างเพิ่มเหมือนกับโมเดลในกรุงเทพฯในระดับราคาที่สูงกว่าคู่แข่ง2-3แสนบาท แต่จะได้บริการ-ฟังก์ชั่นการใช้งานที่แตกต่างและคุ้มค่าเพื่อให้ลูกค้ายอมจ่ายเพิ่มแม้จะสู้ราคาต้นทุนที่ดินจากคู่แข่งในพื้นที่ไม่ได้ รวมทั้งการรู้จักลูกค้า

“แต่จากประสบการณ์การทำงานเอพี ไม่ใช่มือใหม่ที่ไม่เคยทำตลาด ยิ่งในปัจจุบันมีโซเซียลมีเดียที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายขึ้นเร็วขึ้นเพราะเทคโนโลยีเข้ามาอยู่ในวิถีชีวิตคนมากขึ้นไม่ว่าจะอยู่ในกรุงเทพฯหรือต่างจังหวัด รวมทั้งในแง่ความน่าเชื่อถือของแบรนด์เอพีและเทคโนโลยีจาก คัดสรรแพลตฟอร์ม-Katsan Platform ที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยในการสแกนป้ายทะเบียนรถยนต์เข้า-ออกโครงการได้อัตโนมัติ รวมถึงการเลือกสังคมที่อยู่อาศัย ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า”

วิทการ กล่าวว่า เอพีจะใช้แนวทางการทำตลาดของแบรนด์อภิทาวน์เหมือนกับโครงการแนวราบในกรุงเทพฯ เพราะมองว่าเป็นอภิทาวน์จะกลไกในการสร้างการเติบโตของธุรกิจ (Growth Engine) ที่สำคัญของเอพีในอนาคต เพราะไม่ใช่ว่า มาทำตลาดต่างจังหวัดแล้วมาร์จิ้นน้อยกว่าในกรุงเทพฯ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น การเติบโตจากตลาดต่างจะไม่ได้ไปช่วยการเติบโตของธุรกิจในภาพรวมได้

ส่วนปัจจัยในการตัดสินใจเลือกลงทุนเปิดตัวโครงการ ประกอบด้วย 1.ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเมกะโปรเจ็คของภาครัฐ เช่น ทางรถไฟ สนามบิน ท่าเรือ 2.การเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตร ลงทุน และท่องเที่ยว3.การขยายตัวของเมือง และกำลังซื้อที่มีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงคนกรุงเทพฯ 4. เป็นศูนย์กลางทางการศึกษา ,การแพทย์ของภูมิภาคและการขนส่ง

จากปัจจัยดังกล่าว เอพี จึงเลือกเปิดโครงการ‘อภิทาวน์’ใน 3 จังหวัดมูลค่ารวมกว่า 2,450 ล้านบาท เพื่อทดลองตลาด เริ่มจาก จ. ขอนแก่นมูลค่าโครงการ 950 ล้านบาทเพื่อรองรับกับการเป็นศูนย์กลางการศึกษาและการแพทย์รวมทั้งการเป็นสมาร์ทซิตี้ ถัดมาเป็นจ.ระยองมูลค่าโครงการ 850 ล้านบาทเพื่อรองรับอุตสาหกรรมในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก( EEC) ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงที่สุดในประเทศไทย เพราะเป็นแหล่งงานจึงมีประชากรแฝงจำนวนมาก และจ.นครศรีธรรมราช มูลค่าโครงการ 650 ล้านบาท เพื่อรองรับศูนย์กลางการขนส่งของภาคใต้

การที่ออกมาทำตลาดต่างจังหวัด เพราะต้องการขยายธุรกิจ ขยายตลาดด้วยการมองหาโอกาสที่มากขึ้นนอกเหนือจากตลาดในกรุงเทพฯ จึงเป็นที่มาของ โครงการนำร่องเพื่อทดลองว่าจะช่วยเสริมการเติบโตของเอพีจากดีมานด์ในต่างจังหวัดตามแนวทางการลงทุนของภาครัฐที่มีผลต่อเศรษฐกิจและกำลังซื้อในแต่ละพื้นที่ คาดว่าหลังจากเปิดตัวโครงการในกลางเดือนพ.ย.จนถึงธ.ค.โครงการละ100 ล้านบาทเฉลี่ย25-30ยูนิตรวมโครงการมูลค่า300ล้านบาท โดยราคาเริ่มต้น 3.79-8 ล้านบาท เฉลี่ย 5-6 ยูนิตต่อเดือน”

แต่ขณะเดียวกัน ก็จะไม่ลงทุนในแหล่งท่องเที่ยว อาทิ ภูเก็ต เชียงใหม่ เขาใหญ่ เพราะการแข่งขันสูง ส่วนจังหวัดที่สนใจเข้าไปจ.อยุธยา และจ.เชียงราย ต้องรอดูสถานการณ์เศรษฐกิจก่อน

รัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ  รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยว กล่าวเสริมว่า ก่อนหน้านี้ได้เข้ามาศึกษาตลาดต่างจังหวัดมา1ปีแล้วไปทุกจังหวัดทั่วประเทศตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจากนั้นดูข้อมูลในแต่ละจังหวัดตามไกด์ไลน์ที่วางไว้และใช้ทีมงานในพื้นที่ช่วยในการดำเนินงาน เช่น ช่างก่อสร้างท้องถิ่นเข้ามาร่วมงานภายใต้มาตรฐานเอพี รวมทั้งฝ่ายขาย เพราะเข้าใจลูกค้าในพื้นที่ ซึ่งทุกอย่างต้องใช้เวลาในการจูนให้เข้าใจตรงกันถึงคุณภาพงานและเป้าหมายที่ต้องการ

จากวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นอีกครั้ง ของการรุกตลาดต่างจังหวัดของเอพี หลังจากถอดบทเรียนความล้มเหลวเพื่อกลับมาลุกขึ้นวิ่งสู้ฟัดกับคู่แข่งส่วนกลางและโลคัล

 

  • ประกาศกรมอุตุฯ ฉบับที่ 1 เตือนพายุดีเปรสชั่นกำลังแรงขึ้น เสี่ยงฝนตกหนัก 7-9 ต.ค.นี้

  • รู้จัก 'คุณแจ๋ว' เพื่อนซี้ 'คุณหญิงอ้อ' ผู้พิฆาต 'สุดารัตน์'

  • 'พยากรณ์อากาศ' วันนี้ 'กรมอุตุนิยมวิทยา' เตือน 43 จังหวัด มีฝนตกหนักบางแห่ง กทม. มีฝน 60%