2021-06-06

ตำรวจนั่งไม่ติด เจ้าของที่ดินขึ้นป้ายบอกทาง “ซื้อยาบ้าตรงไป” สุดทนแก๊งค้ายาบุกรุก

By Abdul

หนุ่มสวนยางขึ้นป้ายบอกทาง “ซื้อยาบ้าตรงไป” สุดทนแก๊งค้ายาบุกรุกมาซื้อขายกันในที่ดินตัวเอง ล่าสุดเรื่องถึง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก แล้ว

(5 มิ.ย.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีในสื่อโซเชียลมีเดีย เพจเฟซบุ๊ก “อย่าหาทำ” ได้มีการโพสต์รูปภาพและข้อความระบุ เกี่ยวกับการระบาดของยาบ้าในพื้นที่แห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก หลังชายคนหนึ่งได้ร้องเรียนไปหลายหน่วยงานแต่ไม่มีความคืบหน้า โดยระบุว่า ยาบ้าระบาดหนัก แจ้งเจ้าหน้าที่ไร้วี่แวว ติดป้ายเขตห้ามเข้า แจ้งตำรวจก็แล้ว ร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ และจังหวัด ก็เงียบ ยื่นหนังสือไปยัง ป.ป.ส. ก็ไม่คืบหน้า จึงตัดสินใจทำป้าย ให้รู้ว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ห้ามคนอื่นเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากรอบๆ บริเวณพื้นที่ดังกล่าวรายล้อมไปด้วย คนขายยาบ้า คนเสพยาบ้า ใช้พื้นที่ตรงนี้เป็นทางตัดผ่านตอนกลางคืน วิ่งกันทั้งคืน เสียงดังตลอด แจ้งเจ้าหน้าที่ก็ไร้วี่แวว ว่าจะทำอะไรได้ คนขาย คนเสพยา 4-5 หมู่บ้าน ชอบมาซื้อ-ขาย ยากันแถวตรงนี้ ไม่มีใครช่วยได้ จำต้องพึ่งตนเอง โดยมีการแชร์ต่อออกไปเป็นจำนวนมากเลย และมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่ายาบ้ากำลังแพร่ระบาดหนัก วอนตำรวจพื้นที่เข้าไปสอดส่องดูแลและจับกุมผู้ค้า ผู้เสพ โดยด่วน

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 มิ.ย. ที่สถานีตำรวจภูธรแก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก พล.ต.ต.ธวัช  วงศ์สง่า ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธีรเดช  แจ่มแจ้ง ผกก.สส.ภ.จว.พิษณุโลก พ.ต.อ.ประมุข  ปิ่นปลื้มจิตต์ ผกก.สภ.แก่งโสภา ร่วมกันแถลงข่าวพร้อมเชิญผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและได้รับผลกระทบเข้าร่วมพูดคุยหาทางแก้ไขร่วมกับตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจพื้นที่ เนื่องจากเป็นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพราะมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากกลุ่มผู้ค้ายาและผู้เสพยาเสพติด จึงมอบนโยบายการทำงานผ่านตำรวจเจ้าของพื้นที่แบบถึงลูกถึงคน ชนิดที่ว่ากัดไม่ปล่อยไม่เลิกไม่รอด เนื่องจากขณะนี้ในพื้นที่ดังกล่าวกำลังมียาเสพติดแพร่ระบาด พร้อมสั่งกำชับให้เพิ่มมาตรการจับกุมผู้ค้าและผู้เสพให้หมดไปจากชุมชนให้ได้ ซึ่งจากรายงานแจ้งว่าในพื้นที่ในห้วงเดือน ต.ค. 63 จวบจนถึงปัจจุบันตำรวจ สภ.แก่งโสภา สามารถจับกุมผู้ค้ายาเสพติดได้มากถึง 92 ราย

ด้าน พล.ต.ต.ธวัช  วงศ์สง่า ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก กล่าวว่า จากกรณีมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากลุ่มผู้ค้าและผู้เสพยาบ้า วันนี้ได้จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมได้พูดคุยหาทางแก้ไขร่วมกัน ยอมรับว่าพื้นที่ตรงที่เกิดเหตุเป็นสวนยางพารา เป็นพื้นที่เปลี่ยวค่อนข้างตรวจตรายาก การกระทำผิดตรงนั้นมีปัญหาเรื่องยาเสพติดเรื่องผู้เสพและผู้ค้ารายย่อย ซึ่งตำรวจ สภ.แก่งโสภา ก็สามารถจับกุมผู้ค้ายาเสพติดบริเวณดังกล่าวได้ของกลางยาบ้า 950 เม็ด เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีผลการปราบปรามเรื่องยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง แต่เพื่อความอุ่นใจของประชาชนได้สั่งการให้ตำรวจ สภ.แก่งโสภา แสวงหาความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนรวมถึงเป็นหูเป็นตาช่วยให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสามารถกวาดล้างยาเสพติดให้หมดไปให้ได้ ประชาชนในพื้นที่จะได้อยู่กันอย่างอุ่นใจ นั้นคือเป้าหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ขณะที่ นายเอ (นามสมมติ) ผู้ที่เขียนป้ายประชดคนขาย-คนเสพยาบ้า เปิดเผยว่า สาเหตุที่ทำลงไปเพราะว่า กลุ่มผู้ค้าและผู้เสพยาบ้าได้ใช้พื้นที่สวนยางพาราของตนเป็นทางผ่านซื้อขายกันอย่างโจ่งแจ้ง เคยพูดเตือนไปหลายครั้งว่าเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล แต่ก็ยังบุกรุกเข้ามาซื้อขายยาบ้ากันในยามค่ำคืน หมาเห่าส่งเสียงดังไม่ได้หลับไม่ได้นอน มิหนำซ้ำยังมีการยิงปืนข่มขู่ด้วย ทำให้ครอบครัวตนเองรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย และสร้างความหวาดกลัวให้เป็นอย่างมาก จึงต้องการติดป้ายบอกให้ไปไกลๆ ไปค้าไปเสพกันที่อื่น อย่ามาใช้ที่ดินตนเองทำเรื่องไม่ดีเช่นนี้ วันนี้รู้สึกอุ่นใจมากขึ้นที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาพูดคุยและรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น และรับปากว่าจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับกลุ่มผู้ค้าผู้เสพยาบ้าดังกล่าว ส่วนตนก็ได้แจ้งความดำเนินคดีเอาไว้แล้ว

ที่ผ่านมาถามว่าตนเองติดป้ายเช่นนี้คำนึงความปลอดภัยในชีวิตหรือไม่ ต้องยอมรับว่าเคยคิดจะซื้อโลงศพมาตั้งเอาไว้ในที่ดินทำกิน เพื่อให้พวกค้ายาเสพติดที่ใช้เส้นทางเข้าออกบุกรุกที่ดินของตนเห็นชัดๆ และเขียนป้ายประชดว่า “โลงศพนี้กูซื้อมาใส่ตัวกูเอง แต่ถ้ามีคนตายโหงก่อนเราพร้อมจะสละให้ กูพร้อมตายเสมอ พวกมึงล่ะ” ถ้าตัวเองตายในที่ดินนี้เพราะพวกค้ายาก็เอาศพออกไปเลย ส่วนป้ายที่ติดประชดนั้น อาทิ ซื้อยาบ้าตรงไป อย่าเลี้ยว ขอเตือน ซื้อยาบ้าเลี้ยวซ้าย อย่ามาเสือกจอดแถวนี้ เป็นต้น

นอกจากนี้ตนยังได้ถ่ายคลิปเหตุการณ์ขณะที่มีผู้ที่บุกรุกขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาในที่ดินของตนเองด้วย และเขาก็ยอมรับว่ากำลังเข้ามาหาซื้อยาบ้า จนเกิดมีปากมีเสียงกันก่อนจะขอโทษและยินยอมออกไปจากพื้นที่ของตนแต่โดยดี