2021-11-06

ตร.เตือน-คาดโทษ #คลับเฮ้าส์toxic แก๊งเหยียดคนอีสาน เข้าข่ายระรานทางไซเบอร์ เสี่ยงทำผิดกฎหมาย

By Abdul

#คลับเฮ้าส์toxic ตร.เตือนแก๊งเหยียดคนอีสาน เข้าข่ายระรานทางไซเบอร์ เสี่ยงทำผิดกฎหมาย แนะหลักปฎิบัติสำหรับผู้พบเห็น อย่าตอบโต้เพราะจะทำให้บานปลาย 

กรณีสังคมออนไลน์เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มบุคลที่สร้างห้องสนทนาในคลับเฮาส์ เพื่อต่อว่าและดูหมิ่นเยียดหยามคนอีสาน ซ้ำยังมีการการกล่าวหาบุคลมีชื่อเสียงจนทำให้เกิดความเสียหาย และนำไปสู่การตอบโต้ในสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่องทั่งในทวิตเตอร์ และในคลับเฮาส์

ล่าสุด (6 พ.ย.64) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่ากรณีนี้ เป็นการการใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หรือสื่อออนไลน์ อย่างไม่ถูกต้อง และอาจก่อให้เกิดผลร้ายตามมาเช่น อย่างการระรานทางไซเบอร์(Cyberbullying) หรือการกลั่นแกล้ง การให้ร้าย การด่าว่า การข่มเหง หรือการรังแกผู้อื่นทางสื่อสังคมต่างๆ

การกระทำเช่นนี้ ส่งผลร้ายในด้านของจิตใจ และอาจส่งผลต่อร่างกายของผู้ที่ถูกกระทำ ดังเช่นกรณีที่กลายเป็นกระแสดังในโลกออนไลน์ เพราะหากเป็นการพาดพึงถึงบุคคลที่ถูกกล่าวหา เข้าข่ายหมิ่นประมาท ก็อาจนำไปสู่ความผิดตามกฎหมายได้ นอกจากนี้กรณีดังกล่าวอาจนำไปสู่ความขัดแย้ง และเสี่ยงที่จะเกิดความผิดในข้อหาอื่นๆตามมา

กรณีใส่ความผู้อื่น ทำให้ชื่อเสียงถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ก็อาจจะเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากประชาชนทั่วไปสามารถเห็นหรือเข้าถึงข้อความดังกล่าวได้อาจจะเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

รองโฆษกฯ เปิดเผยว่า การตักเตือนในครั้งนี้ก็เพื่อต้องการให้ตระหนักถึง การแสดงความคิดเห็น การใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่างๆอย่างเหมาะสม ซึ่งความแตกต่างของเพศ ผิวพรรณ ความคิดทางการเมือง ถือเป็นเรื่องปกติ แต่การแสดงความรังเกียจในความแตกต่างถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติ เป็นสิ่งที่สังคมส่วนใหญ่ไม่ยอมรับกัน ดังนั้นแสดงออก ต้องไม่ไปกระทบสิทธิผู้อื่น หรือเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย หรือขัดต่อหลักศีลธรรมอันดี

พร้อมประชาสัมพันธ์ถึงแนวทางการป้องกัน การระรานทางไซเบอร์(Cyberbullying) ว่า

1. อย่าตอบโต้หรือพูดอะไรไปในทำนองเดียวกัน เพราะการตอบกลับในรูปแบบเดียวกัน หรือคุกคามอีกฝ่าย มีแต่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง
2. หากพบเจอ การกระทำลักษณะนี้ ให้แคปภาพหน้าจอ และบันทึกข้อมูลเอาไว้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งความหรือดำเนินคดีได้
3. สื่อออนไลน์ส่วนใหญ่จะมีฟังก์ชั่นให้บล็อกบัญชีผู้ใช้นั้นๆ และสามารถกดรีพอร์ทผู้ใช้ที่กระทำได้
4.ผู้ปกครองควรสอดส่องพฤติกรรม ให้คำแนะนำในการใช้สื่อออนไลน์แก่บุตรหลาน และควรสร้างความสัมพันธ์อันดี เพื่อให้บุตรหลานไว้วางใจ เมื่อมีปัญหาจะได้กล้าขอคําปรึกษาได้

ทั้งนี้หากพบเห็นเบาะแสการกระทำผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ทันที