ตรึงก๊าซหุงต้มยาวถึงสิ้นปี จ่อลดค่าไฟฟ้าเอาใจประชาชน

ตรึงก๊าซหุงต้มยาวถึงสิ้นปี  จ่อลดค่าไฟฟ้าเอาใจประชาชน

กบง.ไฟเขียวแนวทางลดภาระค่าครองชีพประชาชนช่วงโควิด เดินหน้าตรึงราคาก๊าซฯอีก 3 เดือน สั่งกกพ.ทบทวนต้นทุนดำเนินการ 3 การไฟฟ้า ก่อนเคาะลดค่าไฟ

นายวัฒนพงษ์   คุโรวาท  ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)  เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ที่มีนายสุพัฒน์พงษ์  พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงานว่า ที่ประชุมห็นชอบแนวทางลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสำหรับประชาชน เพื่อเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในการดำรงชีพของประชาชน ในช่วงการแพร่ระบาดของ โควิด-19 และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ 

ทั้งนี้ให้คงราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)ออกไปอีก 3 เดือน ( 1 ต.ค. – 31 ธ.ค.2563)  จากเดิมสิ้นสุดมาตรการวันที่ 30 ก.ย. โดยราคาขายปลีกอยู่ที่ 318 บาทต่อถัง (ขนาด 15 ก.ก.) โดยใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาบริหารเดือนละ 450 ล้านบาท  โดยปัจจุบันฐานะกองทุนน้ำมันฯในบัญชีแอลพีจี ติดลบอยู่7,424 ล้านบาท

  • ลุ้นเกณฑ์ใหม่โรงไฟฟ้าชุมชนคลอดเดือนต.ค.นี้
  • พลังงานดึงอว.ลุยงานวิจัย รับยุคดิจิทัลมุ่งพลังงานสะอาด

นอกจากนี้ยังมีแนวทางการลดค่าไฟฟ้า โดยมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ไปทบทวนความต้องการรายได้ของการไฟฟ้า และหลักเกณฑ์ทางการเงินให้มีต้นทุนค่าไฟฟ้าที่เหมาะสม ของ 3 การไฟฟ้า โดยอิงอัตราส่วนการลงทุนจากเงินรายได้(SFR) จากเดิมที่ใช้ อัตราผลตอบแทนการลงทุน(ROIC) ขณะเดียวกันให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ไปปรับลดปริมาณกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองของประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจากปัจจุบันมีสัดส่วนสูงถึง 40%

ขณะเดียวกันยังเห็นชอบมาตรการเยียวยาผู้ได้รับการคัดเลือกโครงการ SPP Hybrid Firm ในการขยายกำหนดวัน SCOD โครงการ SPP Hybrid Firm ออกไป 1 ปี จากเดิมปี 2564 เป็นปี 2565 จากปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาโครงการฯ ที่ไม่สามารถจัดทำรายงานด้านสิ่งแวดล้อมได้ตามระยะเวลา โดยมอบให้ กกพ. ไปดำเนินการแจ้งผู้ได้รับการคัดเลือก ให้จัดทำรายงานแผนการดำเนินการโครงการฯ และจัดส่งให้ กกพ. ภายในวันที่ 30 ต.ค.2563 เพื่อพิจารณา และนำผลการพิจารณา มารายงานต่อ กบง. ต่อไป