‘ดีอีเอส’ เร่งสางสัมปทานดาวเทียม 

ชี้แผนรับช่วงต่อยังค้างที่สคร.ทำกสทฯชะงัก

“จากนี้กระทรวงดีอีเอสต้องทำเรื่องขอให้สำนักงานอัยการสูงสุดตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อดำเนินการตามอนุญาโตตุลาการต่อไปซึ่งคณะทำงานจะมาจากตัวแทนสำนักงานอัยการสูงสุด , กระทรวงดีอีเอส และ หน่วยงานกลาง ” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงดีอีเอส กล่าวว่า ส่วนกรณีที่คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) เมื่อช่วงต้นปี 2563 ได้เห็นชอบให้ บริษัท กสท โทรคมนาคม เป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการทรัพย์สินที่กระทรวงดีอีเอส รับโอนหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานให้บริการดาวเทียมจาก ไทยคม ในเดือน ก.ย. 2564 นั้นขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างรอกระทรวงดีอีเอสเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)

  • 'จิตแพทย์เด็ก' ชี้ถุงดำคลุมหัวเด็ก มีผลทางจิตใจอาจถึงขั้นซึมเศร้า

  • 'บีโอไอ' ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ นำระบบดิจิทัลมาใช้-เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการนักลงทุน

  • จิตแพทย์แนะ3ข้อพ่อแม่ห้ามทำเมื่อลูกถูกทำร้าย

เนื่องจากบอร์ดดีอีมีข้อสังเกตเรื่องแผนบริหารจัดการดาวเทียมแห่งชาติแบบจีทูจีด้วยกระบวนการตามมาตรา 49 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (พีพีพี) จึงให้กระทรวงดีอีเอสทำเรื่องให้สำนักงานกฤษฏีกาตีความ แต่ทางสำนักงานกฤษฎีกาแจ้งว่าไม่มีอำนาจจึงให้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) พิจารณาอยู่แต่ยังไม่แล้วเสร็จ

ดังนั้น อาจทำให้เสียโอกาสในการรับช่วงต่อซึ่งต้องดำเนินการล่วงหน้า 1 ปี ก่อนหมดสัญญาสัมปทาน ในเรื่องการบริหารจัดการ และควบคุมดาวเทียมในบางส่วน ซึ่งมีความละเอียดอ่อนจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรเพิ่มความรู้ทักษะเฉพาะด้าน และ กสท โทรคมนาคมจะต้องส่งบุคลากรเข้าไปฝึกอบรมเตรียมความพร้อมในการบริหารสินทรัพย์กับไทยคมในเดือน ก.ย. 2563 ที่สำคัญคือลูกค้าที่ใช้งานไทยคม 4 และ ไทยคม 6 จะขาดความเชื่อมั่น และย้ายออกจากระบบก่อน เพราะจะไม่มีความต่อเนื่องในการให้บริการ และสุดท้ายกระทรวงดีอีเอสก็จะได้สินทรัพย์มาอย่างเดียวโดยไม่มีลูกค้า