‘ดีอีเอส’ รุกไวไฟฟรีในเขตเมือง

ใช้ได้ไม่เกิน 45 นาทีหวังอุดช่องโหว่ในพื้นที่ซึ่งประชาชนขาดโอกาส

“ปีนี้เตรียมเพิ่มจำนวนศูนย์ดิจิทัลชุมชนให้ครอบคลุม 250 แห่งทั่วประเทศ โดยมีทั้งจุดเดิม และพื้นที่ใหม่ มุ่งเน้นพื้นที่ซึ่งเป็นศูนย์รวมของชุมชน ได้แก่ วัด มัสยิด นอกเหนือจากการติดตั้งตามโรงเรียน หรือบ้านผู้นำชุมชนอย่างที่ผ่านมา”

โดยปีนี้ตั้งงบประมาณในส่วนนี้ไว้กว่า 147 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้จะไม่มีการใช้เป็นงบก่อสร้างแน่นอน เนื่องจากเป็นพื้นที่ตั้งจะเน้นจุดที่เหมาะสมกับการใช้งาน ทุกคนเข้ามาใช้งานได้สะดวก โดยจะจัดเตรียมทั้งระบบคอมพิวเตอร์ เครือข่ายไวไฟพร้อมใช้งาน มีเจ้าหน้าที่ดูแล รวมถึงมีการจัดอบรมให้ความรู้และการขายสินค้าออนไลน์ วิธีนำเสนอสินค้าบนออนไลน์ให้น่าสนใจ การตั้งราคาที่เหมาะสมกับตลาด เป็นต้น เพื่อให้สอดคล้องกับยุคปัจจุบันที่การใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตของคนส่วนใหญ่ ขยายจากความบันเทิง เข้ามาสู่เรื่องการทำธุรกิจการค้าขายมากขึ้น

  • ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจหวย งวด 1 กันยายน 2563

  • ฮาวทูไหว้ 'สารทจีน 2563' ซื้อ 'ของไหว้' ยังไงไม่ให้งบบานปลาย?

  • รัฐบาลร้าว…ปิดฉาก รมว.คลัง 21 วัน! ‘ปรีดี ดาวฉาย’ ลาออก

พร้อมกันนี้ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือประกอบด้วย กสทฯ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) และ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ในโครงการ Smart Sign On เฟส 2 หรือ โครงการใช้ยูสเซอร์เนม พาสเวิร์ดเดียว

สำหรับใช้ฟรีไวไฟกับผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการ เป็นโครงการจัดให้มีระบบตรวจสอบสิทธิการเข้าใช้บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะ ที่เชื่อมโยงกับข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง ซึ่งผู้ใช้บริการลงทะเบียนเพียงครั้งเดียว แต่สามารถใช้บริการฟรีไวไฟได้จากผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการ​ เช่น โครงการสมาร์ทซิตี้ จังหวัดภูเก็ต, โครงการบริการอินเตอร์เน็ตสาธารณะสู่ชุมชน รวมทั้งการให้บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะขอผู้ให้บริการภาคเอกชน

สำหรับประชาชนที่เป็นผู้ใช้งานใหม่และผู้ใช้งานเดิม สามารถเข้าใช้งานฟรีไวไฟในชื่อบริการ @TH WIFI ด้วยยูสเซอร์เนม และพาสเวิร์ดเดียวกันทั้งในรูปแบบผ่านหน้าเว็บไซต์​ และผ่านแอพพลิเคชั่น ทั้งนี้​ โครงการสมาร์ท​ ไซน์ ออน ระยะ 1 เริ่ม​ตั้งแต่​ปี 2560 มีผู้ลงทะเบียนจำนวน 9 แสนคน แบ่งเป็น อายุ 0-21 ปี จำนวน 3.4 แสนคน, อายุ 22-39 ปี จำนวน 3.9 แสนคน, อายุ 40-54 ปี จำนวน 1.3 แสนคน และอายุ 55-99 ปี จำนวน 4 หมื่นคน โดยมีจำนวนการใช้งานอินเตอร์เน็ตของโครงการดังกล่าว 16.5 ล้านครั้ง