ชาวจีนเที่ยวไทยกลุ่มแรก 41 คนลงสุวรรณภูมิวันนี้

“ททท.” เผยนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มวีซ่าพิเศษ ประเดิมจากเซี่ยงไฮ้ บินตรงเข้าไทยกลุ่มแรกวันนี้ 41 คนลงสุวรรณภูมิ ส่วนกลุ่มที่ 2 ราว 100 คนจากกว่างโจว บินลงสุวรรณภูมิ วันที่ 26 ต.ค. คาดเที่ยวในประเทศ “ลอยกระทง” ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน-ครั้ง

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า วันนี้ (20 ต.ค.) จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มวีซ่าพิเศษ (Special Tourist VISA : STV)กลุ่มแรกเดินทางจากนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน จำนวนประมาณ 41 คน บินมาลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลาประมาณ 17.00 น. ทั้งนี้จะไม่มีพิธีการต้อนรับใดๆ ทั้งสิ้น หลังจากนั้นกลุ่มที่ 2 จะเข้ามาในวันที่ 26 ต.ค.นี้ จากนครกว่างโจว ประมาณ 100 ราย บินมาลงที่สุวรรณภูมิเช่นกัน

ด้านเที่ยวบินอื่นๆ ที่จะเข้ามาเพิ่มเติม ยังอยู่ในขั้นตอนการสื่อสารว่าจะเข้ามาลงที่สนามบินใด เช่น สุวรรณภูมิ หรือในพื้นที่ที่มีโรงแรมที่เข้าร่วมเป็นสถานกักตัวของรัฐทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด (ASQและALSQ) นอกเหนือจากกรุงเทพฯ อาทิ บุรีรัมย์ ชลบุรี ปราจีนบุรี ภูเก็ต และสมุยที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาใหม่

“ขอยืนยันว่าชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่การบินลงสนามบิน การตรวจหาเชื้อโควิด-19 จากนั้นจะเข้ารับการกักตัว 14 วันในASQและALSQเท่านั้น และเมื่อกักตัวครบตามกำหนดแล้ว จึงจะสามารถเดินทางท่องเที่ยวในประเทศต่อได้ เพราะต้องทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ที่เมื่อกักตัวครบแล้วพบว่าไม่มีเชื้อก็สามารถเดินทางในประเทศต่อได้ อย่างไรก็ตามต้องมีแอปพลิเคชันติดตามตัวไว้ โดยเบื้องต้นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามา เมื่อกักตัวครบ 14 วันแล้ว ส่วนใหญ่แสดงความต้องการไปท่องเที่ยวในประเทศต่อ โดยเฉพาะพื้นที่ทะเล”

นายยุทธศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านประเพณีลอยกระทงปีนี้ ททท.ได้จัดงานและสนับสนุนการจัดงานประเพณีลอยกระทง ภายใต้แนวคิดหลัก “เทศกาลสีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง ปี 2563” ณ วัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 29 – 31 ต.ค.2563 เพื่อส่งเสริมประเพณี วัฒนธรรม สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์และคุณค่า และสร้างรายได้หมุนเวียนให้คนในชุมชน รวมถึงสนับสนุนและประชาสัมพันธ์การจัดงานประเพณีลอยกระทง 5 พื้นที่เอกลักษณ์ ได้แก่เชียงใหม่ สุโขทัย ตาก สมุทรสงคราม และร้อยเอ็ด ซึ่งในแต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์และกิจกรรมในการจัดงานที่แตกต่างกันไป

“ในปีนี้ถือเป็นจังหวะที่ดี เพราะมีวันหยุดยาวตั้งแต่วันที่ 29-31 ต.ค.นี้ด้วย โดยคาดหวังว่าจะมีการเดินทางในประเทศไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน-ครั้ง รายได้ไม่ต่ำกว่า 1,400 ล้านบาท หวังว่าการลอยกระทงในปีนี้จะเป็นการท่องเที่ยวแบบการ์ดไม่ตก ภายใต้รูปแบบนิวนอร์มอล รวมถึงต้องลอยกระทงแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย โดยหากเปรียบเทียบกำลังซื้อในประเทศกับปี 2562 พบว่ากำลังซื้อน้อยลงจากสถานการณ์ความเสี่ยง อาทิ คนตกงานมากขึ้น และความกังวลว่าเศรษฐกิจในปี 2564 จะยังฟื้นได้ไม่ดีมากนัก ทำให้ยังชะลอการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง”