ชวนเกษตรกรไทยปลูกข้าวโพดหวานช่วงโควิด โกยรายได้เฉียดหมื่นบาทต่อไร่

ชวนเกษตรกรไทยปลูกข้าวโพดหวานช่วงโควิด โกยรายได้เฉียดหมื่นบาทต่อไร่

กรมส่งเสริมสหกรณ์หาช่องสร้างรายได้ให้สมาชิกเกษตรกรช่วงโควิด 19 นำร่องทดลองปลูกข้าวโพดหวานพืชใช้น้ำน้อย ลงทุนต่ำ รองรับดีมานด์ตลาดในประเทศและส่งออก

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งและการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อรายได้หลักของสมาชิกเกษตรกร กรมฯจึงมีนโยบายส่งเสริมการปลูกพืชเพิ่มรายได้แก่สมาชิกสหกรณ์ในระยะสั้น เบื้องต้นร่วมกับบริษัท แปซิฟิคเมล็ดพันธุ์ โครงการปลูกข้าวโพดหวาน(Sweet Corn)เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับสมาชิกสหกรณ์ โดยทางบริษัทจะสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวาน 350 กิโลกรัม (ก.ก.)เพื่อแจกจ่ายให้กับสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร 350 ราย พื้นที่ 350 ไร่ ใน 32 จังหวัด ทดลองปลูกรายละไม่เกิน 1 ไร่

ทั้งนี้จะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปให้ความรู้ถึงวิธีการปลูกที่ถูกต้องและระยะเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลผลิตข้าวโพดที่มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของตลาด หากสมาชิกสหกรณ์ชุดแรกที่ปลูกข้าวโพดแล้วมีรายได้ดี และต้องการทำเป็นอาชีพหลัก ทางกรมฯจะขยายผลเพื่อดำเนินโครงการนี้ในระยะที่ 2 ต่อไป

“ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กรมฯได้จัดสรรเงินทุนหมุนเวียนจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์และกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ให้เกษตรกรกู้ยืมรายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท นำไปสร้างแหล่งน้ำในไร่นาเพื่อทำเกษตรในฤดูแล้ง ขณะนี้มีเกษตรกรขุดบ่อบาดาลและสระน้ำแล้วกว่า 19,000 ราย และบางรายได้ปรับเปลี่ยนจากทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาปลูกพืชผสมผสาน ขณะที่เกษตรกรบางรายปลูกผักสวนครัวยังทำรายได้ไม่เป็นกอบเป็นกำ ทางกรมส่งเสริมฯจึงมองหาพืชทางเลือก ที่จะช่วยเกษตรกร เช่น ข้าวโพดหวาน ซึ่งมีตัวอย่างจากสหกรณ์ในจังหวัดบุรีรัมย์ได้เริ่มทำกันเอง และทำให้สมาชิกมีรายได้ เป็นเงินก้อน ดังนั้นเห็นว่าน่าจะให้เกษตรกรที่กู้เงินไปสร้างแหล่งน้ำนี้ ทดลองปลูกและจำหน่าย ซึ่งนอกจากข้าวโพดหวานแล้ว กรมฯได้มองพืชเศรษฐกิจตัวอื่นที่จะสร้างรายได้ทำนองเดียวกัน เช่น พริกซอส หรือพืชอื่น ๆ ที่มีตลาดรองรับ”นายพิเชษฐ์ กล่าว

อย่างไรก็ตามเบื้องต้นจากการสำรวจมีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรสนใจเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 206 แห่ง สมาชิก 5,012 รายพื้นที่ 5,943 ไร่ ใน 42 จังหวัด ซึ่งตัวแทนสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดอุทัยธานี พิจิตร และบุรีรัมย์ ได้เดินทางมารับ มอบเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวาน เพื่อนำไปแจกจ่ายให้สมาชิกที่อยู่ในโครงการนำร่องทดลองปลูก

  • เปิดกม.ลูกภาษีที่ดินปลูกต้นไม้อะไรให้เสียภาษีที่ดินทำเกษตร
  • ครม.ไฟเขียวหั่นภาษีดิน90%

การดำเนินโครงการระยะแรก ทางเอกชนจะเป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำและวางแผนการผลิตร่วมกับสหกรณ์หากในอนาคตต้องการทำเป็นอาชีพหลัก กรมฯจะหารือเพื่อพัฒนาความร่วมมือระหว่างสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร กับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจข้าวโพดหวาน เช่น บริษัทเมล็ดพันธุ์ หรือบริษัทแปรรูปข้าวโพดหวาน เพื่อทำธุรกิจร่วมกัน พร้อมทั้งสนับสนุนให้สหกรณ์เข้ามาช่วยรวบรวมผลผลิตของสมาชิก เพื่อเสริมสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรในอนาคตต่อไป

ด้านนายยงค์ยุทธ ปานสูง กรรมการบริหารบริษัท แปซิฟิคเมล็ดพันธุ์ จำกัด กล่าวว่า ทางบริษัทฯ ยินดีร่วมมือ กับกรมส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งข้าวโพดหวานถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจอีกตัวที่ตลาดต้องการมาก แต่ผลิตได้ไม่เพียงพอ เพราะวัตถุดิบในประเทศยังน้อย ไทยเป็นประเทศส่งออกข้าวโพดหวานเป็นอันดับหนึ่ง มูลค่าการส่งออกปี 2562 ประมาณ 7 พันล้านบาท ซึ่งในช่วงโควิด – 19 ระบาด พบว่า มียอดความต้องการซื้อจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ 30% ของยอดส่งออก แบ่งเป็นข้าวโพดกระป๋อง 5,600 ล้านบาท แช่เยือกแข็ง 800 ล้านบาท

ปัจจุบันการปลูกข้าวโพดหวานในไทยจะมี 2 แบบ คือ ปลูกเพื่อเป็นฝักสดบริโภค ในประเทศและส่งออกประมาณ 40 % และอุตสาหกรรมแปรรูปเป็นข้าวโพดกระป๋องและแช่เยือกแข็ง 60% โดยตลาดส่งออกสำคัญ คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน มาเลเซียและสหภาพยุโรป

ทางบริษัทพร้อมเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงให้เกษตรกรทดลองปลูกข้าวโพดหวานก่อนในระยะแรก ที่ผ่านมาเกษตรกรที่สนใจเข้าโครงการปลูกข้าวโพดหวาน ทางบริษัทจะทำข้อตกลงเป็นเกษตรพันธะสัญญา กำหนดราคารับซื้อหน้าฟาร์ม ตามราคาที่ตกลงกัน แต่จะไม่ต่ำกว่าราคาตลาด โดยข้าวโพดหวานจะมีระยะเวลาการปลูกจนเก็บเกี่ยวประมาณ 73 วัน ให้ผลผลิต 2-3 ไร่ สร้างกำไรเฉลี่ยไร่ละ 9,100 บาท/รอบการผลิต โดยราคา ณ ปัจจุบัน ที่หน้าฟาร์มรับซื้อที่ 6-8 บาท ต่อก.ก. ขณะที่ต้นทุนการผลิตตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว ประมาณ 3,500 บาท